Chapter 6 คนรักเด็ก
ร้านอาหารของอาโน่
กริ๊ง..
บริอันน่าเปิดประตูเข้ามาจนมีเสียงของกระดิ่งดังขึ้น เธอมองไปรอบๆ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยทหารที่พึ่งผ่านการทดสอบมาหมาดๆมานั่งทาอาหารข้างในบาร์แห่งนี้ในเวลา 2 ทุ่มนิดๆ
เธอมองไปยังบาร์เทนเดอร์และพบเข้ากับอาโน่ บาร์เทนเดอร์หนุ่มที่เคยเลี้ยงอาหารเธอเมื่อตอนที่เธอเข้ามาในเมืองหลวงหมาด
ตึก ตึก ตึก…
“มีอะไรกินบ้างรึเปล่า..” บริอันน่าถามขึ้น เมื่อเธอเดินมาถึงเก้าอี้บาร์ พร้อมกับนั่งลงอย่างช้าๆ ซึ่งราฟาเอลที่เดินตามเธอมาด้วยก็นั่งลงข้างๆเธอ
“นี่ครับเม-…” เมื่อเขาหันมามองยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้บาร์ ก็ถึงกับตกใจจนเมนูอาหารที่อยู่ในมือเขาร่วงลงไปบนโต๊ะ
“คุณ!!” เขาชี้มาที่เธอ ก่อนจะทำสีหน้าครุ่นคิด เหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างอยู่
“ฉันชื่อบริอันน่า นิคแชลโลว์ค่ะ ขอโทษที่ไม่ได้บอก” บริอันน่าว่าขณะที่ในมือเปิดดูเมนูอาหารในร้านที่อาโน่พึ่งทำตกบนโต๊ะเมื่อกี้นี้
“อ่อ แล้วเป็นไงครับ สอบผ่านรึเปล่า” อาโน่ยิ้มเหมือนที่ผ่านๆมา เขาจะรู้รึเปล่ามารอยยิ้มของเขาเนี่ยปลอมขนาดไหน
“ก็ดีแหละ แต่ไม่รู้ว่าจะผ่านรึเปล่า” บริอันน่าว่า ก่อนจะหันไปทางราฟาเอลเพื่อจะถามเขาว่าต้องการจะทานอะไร
ซึ่งทางราฟาเลอที่กำลังเหม่ออยู่ ก็สะดุ้งขึ้น ก่อนจะตอบคำถามเรื่องอาหารกับบริอันน่า
“งั้นเอาสปาเก็ตตี้ 1 ที่แล้วก็สเต๊กอีก 1 ที่แล้วกัน” สิ้นเสียงของบริอันน่าอาโน่ที่ยืนรับออเดอร์อยู่ก็พยักหน้า และเดินไปสั่งลูกน้องในครัว ก่อนจะเดินออกมาหาพวกเธออีกรอบเพื่อที่จะถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของพวกเรา ราวกับเป็นญาติอีกคนนึ่งของพวกเรา
ซึ่งอาโน่และราฟาเอลก็เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยหละ
“แล้วถ้าหากพวกคุณผ่านการทดสอบ พวกคุณจะเข้าสังกัดหน่วยไหนหรอครับ” อาโน่ถามขึ้นขณะที่เขากำลังเทน้ำใส่แก้วให้กับบริอันน่าและราฟาเอลอยู่
“ฉันคิดว่าจะเข้าองครักษ์หน่วยสอดแนมน่ะ ส่วนหมอนี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” อาโน่พยักหน้าก่อนจะหันไปถามราฟาเอลด้วยความอัธยาศัยดี
“ฉันจะเข้าหน่วยองครักษ์หน่วยโจมตีระยะไกลน่ะ” ราฟาเอลตอบ
อืมมันก็เข้ากับราฟาเอลอยู่นะ แถมหมอนี่ยังเก่งพวกธนู หน้าไม้อีกด้วย
“ถ้างั้น ถ้าหากพวกคุณสามารถเข้าหน่วยที่พวกคุณต้องการได้ วันนั้นพวกเรามาฉลองกันเถอะครับ” อาโน่พูดขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้ราฟาเอลที่กำลังนั่งอยู่นั้นตื่นเต้นขึ้นมา
“งั้นฉันจะต้องพยายาม” ราฟาเอลตอบกลับด้วยสีหน้าแพรวพราว ซึ่งมันก็ทำให้บริอันน่าสงสัยว่าพวกเขาไปสนิทกันตอนไหน ทำไมถึงได้ชวนกันทำนู่นทำนี่โดยที่พึ่งเจอกันแค่วันนี้เอง
เหมือนสนิทกันมาแต่ชาติปางก่อนยังไงยังงั้น…
และเมื่อทั้งสองตกลงที่จะฉลองกันนั้น เขาก็หันมาทางฉันซึ่งกำลังทำหน้าเหนื่อยหน่ายอยู่
ทั้งสองทำหน้าแพรวพราวอย่างกับตัวเองน่ารัก ก่อนจะมองฉันอย่างอ้อนวอน ซึ่งคนอย่างบริอันน่าที่ไม่ค่อยชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้วก็ต้องตอบปฏิเสธไป
แต่…คำปฏิเสธของฉันคงใช้กับพวกนี้ไม่ได้สินะ….
“เฮ้อ..ก็ได้ ฉลองก็ฉลอง” บริอันน่าถอนหายใจออกมา ก่อนที่ราฟาเอลและซีโน่จะแปะมือกันเบาๆ
“จะว่าไปนายก็เก่งเหมือนกันนะที่เปิดร้านแบบนี้ได้” บริอันน่าพูด พร้อมกับมองไปรอบๆร้าน
“ครับ ที่จริงนี่เป็นร้านของคุณพ่อ แต่เพราะท่านเสียชีวิตซะก่อน เลยเหลือแค่ผมกับแม่ที่ต้องบริหารร้านต่อไปน่ะครับ” อาโน่พูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ พร้อมกับแววตาเศร้าๆ
คงจะไปสะกิดต่อมอะไรหมอนี่เข้าสินะฉัน..
และเมื่อพูดคุยกันไปอีกซักพักใหญ่ๆ อาหารที่สั่งก็ถูกเสริฟให้กับทั้งสอง
“ทานให้อร่อยนะครับ” อาโน่พูด ก่อนที่เขาจะเดินไปต้อนรับลูกค้าที่กำลังนั่งลงยังเก้าอี้บาร์อีกฝั่งหนึ่ง
ทั้งบริอันน่าและราฟาเอลจึงทานอาหารกันเงียบๆเพียงสองคน แต่ผ่านไปซักพักก็มีบางอย่างเกิดขึ้น
เพล้ง!!
เสียงจานหลายใบตกกระแทกพื้น ทำให้คนในร้านเริ่มให้ความสนใจไปยังต้นเสียงทันที ซึ่งก็รวมไปถึงบริอันน่าและราฟาเอลด้วย
พวกเขามองไปยังต้นเสียงและพบเข้ากับเด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่ง ที่กำลังล้มลงกับพื้น ซึ่งผู้กระทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือชายอีกคนที่ชื่อ แฮนสัน เขาคือหนึ่งในตัวเกร็งที่ราฟาเองเคยเล่าให้เธอฟัง
“ฉันไม่ซื้อ อยากตายรึไง!!” สิ้นเสียง แฮนสันก็เตรียมจะเขวี้ยงจานอีกใบใส่เด็กน้อยทั้งสอง
หมับ..
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” บริอันน่าที่วิ่งเข้ามาจับมือแฮนสันได้ทัน พร้อมกันกับราฟาเอลที่กำลังพยุงเด็กน้อยทั้งสองขึ้นมา
“อะไรของเธอ อยากโดนต่อยรึไง ถอยไป!!” แฮนสันตวาดใส่ฉันเสียงดังลั่น พร้อมกับทำหน้าราวกับว่าจะฆ่าฉันให้ตายกับมือ
“ถ้านายกล้าก็เชิญ เพราะถ้านายต่อยฉัน นายก็จะโดนเอาไปพูดเสียๆหายๆ ว่านายต่อยผู้หญิง” บริอันน่าเริ่มขู่ แต่มีหรอที่เขาจะกลัวเธอ
“แล้วอีกอย่างฉันจะบอกเรื่องนี้กับครูฝึก และนายก็จะโดนตัดสิทธิ์ในการสอบครั้งนี้” แต่เมื่อเธอเอ่ยประโยคถัดไป แฮนสันก็ชะงัก ก่อนจะทำสีหน้าไม่พอใจและยอมลดมือลง
“ยัยผู้หญิงเฮงซวย ถ้าฉันเจอคราวหน้าฉันฆ่าเธอแน่” พูดจบแฮนสันก็เดินออกไปจากร้าน โดยไม่ลืมที่จะวางเงินจำนวนหนึ่งก่อนออกไปจากร้าน
ปัง!!!!
เสียงปิดประตูดังสนั่น ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ ซึ่งบริอันน่าก็รีบเดินเข้าไปหาเด็กน้อยทั้งสองทันที
“เป็นอะไรรึเปล่า” บริอันน่าย่อตัวลง ก่อนจะปัดเศษฝุ่นให้กับเด็กทั้งสอง ซึ่งราฟาเอลก็หยิบตะกร้าดอกไม้ที่ตกอยู่พื้นให้กับพวกเขา
“ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่แผลถลอกนิดหน่อยน่ะ” เมื่อราฟาเอลเห็นทั้งสองคนไม่ตอบ เขาก็ตอบแทนทั้งสองคน ซึ่งมันก็จริงเพราะข้อศอกของเด็กสาวมีแผลถลอกนิดๆ
“เดี๋ยวเราไปทำแผลก่อนนะคะ” บริอันน่ายิ้มอย่างใจดี ก่อนจะจูงทั้งสองคนไปที่เก้าอี้ตัวสูงของบาร์และอุ้มพวกเขาขึ้นไปนั่ง
ซึ่งราฟาเอลที่ได้เห็นดังนั้นก็อึ้งนิดๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้มีเจอบริอันน่าในคราบของผู้หญิงรักเด็ก
ยัยนี่ยิ้มแบบอ่อนโยนได้ด้วยหรอ…
“ราฟาเอลนายไปช่วยอาโน่เก็บเศษจานสิ” บริอันน่าสั่งเมื่อเธอได้กล่องยาจากอาโน่ที่เขาพึ่งเอามาให้กับเธอหลังจากที่เกิดเรื่อง
“ไหนพี่ขอดูแผลซิ” เธอพูด พร้อมกับจับแขนของเด็กสาวตัวน้อยขึ้นมาดู ก่อนจะเริ่มล้างแผลให้กับเด็กสาว
เมื่อล้างแผลให้เสร็จสิ้น บริอันน่าก็จัดการเก็บของทุกอย่างลงใส่กล่อง และหันมามองเด็กทั้งสองโดยที่มีราฟาเอลยืนอยู่ข้างหลังของเธอ
“พ่อกับแม่ของหนูหายไปไหนหรอ ทำไมถึงได้มากันแค่สองคนดึกๆดื่นขนาดนี้” บริอันน่าก้มลงไปถามซึ่งก็ไร้คำตอบ หรือแม้แต่เสียงตอบรับจากเด็กทั้งสอง
“งั้นถ้างั้นพี่ขอซื้อดอกไม้ได้ไหม หอมจังเลย” เธอพูดพร้อมกับหยิบดอกดอกไฮเดรนเยียที่บางช่อเริ่มมีรอยช้ำ ส่วนบางช่อก้านก็หักลง
ซึ่งเมื่อเธอเอ่ยไปอย่างงั้น เด็กผู้ชายซึ่งดูๆแล้วน่าจะเป็นน้องชายก็เริ่มทำหน้าเปร่งประกายออกมา ส่วนเด็กสาวผู้หญิงก็ยังนั่งเงียบอยู่เหมือนเดิม
“เราขายให้ไม่ได้หรอกค่ะ มันไม่สวยแล้ว” เด็กสาวพูดขื้นเสียงใส ก่อนที่น้องชายของเธอที่กำลังทำหน้าตาสดใส ก็เริ่มจะตาแป๋วลง
“หืม แต่พี่ว่ามันก็ยังหอมอยู่นะ” บริอันน่าพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเธอจะไม่ชอบเด็ก แต่พอเธอมีน้องชาย เธอก็เริ่มจะรักเด็กขึ้นมาทีละนิด จนตอนนี้พูดได้เลยว่าเธอสามารถอยู่เล่นกับเด็กได้ทั้งวันทั้งคืนได้เลยทีเดียว
“แต่…” หญิงสาวยังมีท่าทีกังวล ก่อนที่บริอันน่าจะหันไปหาราฟาเอลที่อยู่ข้างหลังของเธอ
“ฉันไม่ได้พกเงินมา ขอยืมหน่อยสิเดี๋ยวคืน” บริอันน่าหันไปหาราฟาเอลซึ่งเขาก็ทำสีหน้าเหม็นเบื่อ ก่อนจะหยิบเหรียญขึ้นมาให้กับเธอ 5 เหรียญ
เมื่อบริอันน่าได้รับเงินมาแล้ว เธอก็หันไปหาอาโน่ที่กำลังยืนพิงชั้นวางเหล้าอยู่ ก่อนจะพูดบางอย่างกับเขา
“ฉันขอสั่งพายหน่อย ใส่กล่องนะ” พูดจบอาโน่ก็เดินเข้าไปภายในครัวให้แก่เธอ ก่อนที่บริอันน่าจะเอาเงินหนึ่งเหรียญให้กับเด็กทั้งสอง
“นี่จ้ะ สำหรับค่าดอกไม้หอมๆ” บริอันน่าวางเงินไว้ในตะกร้าดอกไม้ ก่อนที่เธอจะเอาดอกไฮเดรนเยียมาติดที่ผมทีละน้อย
“เป็นไงสวยไหม” บริอันน่าถามพวกเด็กๆ ก่อนที่พวกเขาจะยิ้มออกมาอย่างน่ารักน่าชัง
“แล้วรีบไปไหนกันรึเปล่า” บริอันน่าที่เห็นว่าเด็กทั้งสองเริ่มหายกลัวเธอแล้ว ก็เริ่มยิงคำถามทันที
“พวกเราต้องไปรอพี่ชายบ้านค่ะ พี่ชายจะกลับมาวันนี้แล้ว” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงใส ก่อนที่จะฉีกยิ้มออกมาจนแก้มป่อง
“แล้วทำไมพวกหนูถึงมาขายดอกไม้ดึกๆอย่างนี้ล่ะคะ” บริอันน่ายังคงถามต่อ
“เพราะพวกเราอยากเป็นเหมือนพี่ชายค่ะ” เด็กสาวตอบด้วยท่าทีมุ่งมั่น และแววตาสดใส
“ยังไงหรอคะ”
“พี่ชายของพวกเราขยันมากๆเลยค่ะ และแข็งแกร่งมากๆด้วย” เป็นเสียงของเด็กชายอีกคนดังขึ้น พร้อมกับแก้มแดงๆของเขา
น่ารัก…
“งั้นหรอ เสียดายจังถ้าเจอกันอีกก็ดีสิ” บริอันน่าว่าด้วยน้ำเสียงผิดหวัง ก่อนที่อาโน่จะถือกล่อยพายมาให้เธอ
“พี่ชื่ออะไรหรอคะ” หญิงสาวถามเสียงใส
“หือ หนูต้องบอกพี่ก่อนสิ” บริอันน่ายิ้มแล้วถามพวกเธอกลับ
“หนูทีน่า ส่วนน้องชายหนูชื่อทีออสค่ะ” เธอยิ้มและแนะนำตัวกับบริอันน่าซึ่งบริอันน่าก็ยิ้มตอบพวกเธอพร้อมกับลูบหัวเบาๆ
“ประตูค่ายจะปิดแล้ว เราต้องรีบกลับนะ” ราฟาเอลที่มองอยู่ก็บอกกับบริอันน่า เพราะตอนนี้เริ่มค่ำลงทุกทีแล้ว เขากลัวว่าประตูค่ายจะปิดก่อน
“เข้าใจแล้ว อ่ะนี่จ้ะพี่ให้ เดี๋ยวพี่ต้องไปแล้วคงไปส่งเราสองคนไม่ได้แต่พี่จะให้พี่อาโน่ไปส่งนะ เพราะงั้นกลับบ้านดีๆนะคะ” พูดจบเธอก็อุ้มเด็กทั้งสองลง ก่อนจะโบกมือลาพวกเขาหลังจากที่พวกเขาเดินออกไปจากร้าน
ซึ่งเมื่อมองมาทางราฟาเอลเขาก็ทำหน้าอึ้งๆ ก่อนที่เธอจะตีไปที่ไหล่ของราฟาเอลเพื่อให้เขาได้สติ
“ไปกัน” พูดจบบริอันน่าก็เดินออกไปพร้อมกับดอกไฮเดรนเยียที่ปักผมของเธออยู่
ราฟาเอลที่ได้สติก็เดินตามเธอไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร้อยยิ้มน้อยๆ
เขาคิดว่าบริอันน่าไม่ใช่ผู้หญิงรักเด็กอะไรมากมาย แต่เมื่อมาเห็นวันนี้ความคิดของเขาก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะเธอดูใจดีและรักเด็กมากๆ แถมยังสามารถทำให้เด็กคุยกับเธอได้อย่างปกติอีกด้วย
“ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะรักเด็กเหมือนชาวบ้านเขาด้วย” ราฟาเอลที่เดินตามหลังมาติดๆ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนๆ
“หุบปากไปเลยนายน่ะ ฉันก็ไม่ได้รักอะไรขนาดนั้นหรอกน่า” บริอันน่าพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เมื่อถูกถามแบบนั้น
“หรอ แล้วไอ้ที่ซื้อดอกไม้มาติดผมนี่อะไร แฟชั่นหรอ” ราฟาเอลยังคงก่อกวนบริอันน่าต่อ ก่อนที่บริอันน่าจะเตะไปที่ก้นของเขาด้วยความหมั่นไส้
ปั่ก!!
“เลิกกวนแล้วเดินมาเงียบๆได้ไหม” สิ้นเสียง บริอันน่าก็เดินต่อไป ทิ้งให้ราฟาเอลร้องโอดโอยอยู่ข้างหลังอย่างน่าสงสาร
สมน้ำหน้า..
