บท
ตั้งค่า

Chapter 3 หน่วยองครักษ์

แปะ

มือหนาของใครบางคนตีที่แขนของฉันเบาๆ จนทำให้ฉันตื่น ฉันลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบากก่อนที่จะพบว่าคนที่แตะแขนของเธอนั้นคือเด็กสาวตัวน้อยลูกสาวของพ่อค้าที่เธอติดรถม้ามาด้วย

"พี่สาวๆ ถึงแล้วค่ะ" เด็กสาวตัวเล็กพูดด้วยท่าทีน่ารักน่าชัง ก่อนจะฉีกยิ้มออกมาจนแก้มของเธอนั้นออกสีแดงระเรื่อออกมา

นะ..น่ารัก

บริอันน่าที่ได้เห็นดังนั้น เธอก็ยิ้มออกมาน้อยๆ พร้อมกับจับไปที่แก้มแดงๆของเด็กสาวตัวน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนมือเรียวจะยกขึ้นไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่และเดินลงมาจากรถม้าและเจอเข้ากับพ่อค้าที่กำลังยืนอ่านเอกสารบางอย่างอยู่

ก่อนบริอันน่าจะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ๆ และบอกลาเขาพร้อมกับยื่นถุงเงินให้เพื่อเป็นค่าตอบแทนที่พาเธอมาส่ง

"ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณฉันต้องมาไม่ทันแน่ๆ แล้วก็ถ้าไม่รังเกียจช่วยรับนี่ไว้ด้วยนะคะ" บริอันน่าพูด พร้อมส่งถุงเงินให้กับเขา แต่แทนที่จะเขาจะรับไว้เขากลับเมินเฉยและเดินไปที่รถม้าเพื่อไปหาลูกสาวของเขาก่อนจะอุ้มเธอและเดินมาหาบริอันน่า

"ฉันสิต้องขอบคุณเธอ เพราะถ้าไม่ได้เธอมาช่วยทำบัญชีแล้วก็เลี้ยงลูกให้ฉันแทนภรรยาที่ป่วยอยู่ ฉันคงแย่แน่ๆ" เขาพูดพร้อมกับวางเด็กสาวตัวเล็กลงและก้มหัวให้กับเธอ

"แล้วอีกอย่างเงินนั่นน่ะ เก็บไว้ใช้ในเมืองเถอะ" ไม่รอให้บริอันน่าตอบ เขาก็ขึ้นรถม้าและเดินทางต่อไป

บริอันน่าที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากมอง และเมื่อเห็นว่ารถม้าของพ่อค้าเดินทางออกไปไกลแล้ว เธอก็เดินเข้าไปในเมืองด้วยความรวดเร็วเพื่อหาสนามฝึกองครักษ์ที่เป็นสถานที่รับสมัครองครักษ์ใหม่

บริอันน่าเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาสถานที่ที่เธอต้องการจะไป แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจาหามันพบเลยแม้แต่น้อย จนเธอไปเจอเข้ากับร้านอาหารร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง บริอันน่าตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในร้านเพื่อที่จะถามทาง

กริ๊ง..

เมื่อเสียงกระดิ่งของประตูดังขึ้น เธอเดินเข้าไปในร้านก่อนจะพบเข้ากับบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่กำลังเช็ดแก้วอยู่อย่างพิถีพิถัน บริอันน่าเดินเข้าไปวางกระเป๋าไว้ด้านข้าง และหยิบกระดาษใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของเธอ

"ขอถามหน่อยหน่อยได้ไหมคะ ว่าสนามฝึกองครักษ์ไปทางไหน" เธอยื่นกระดาษให้เขาดู พร้อมกับชี้ไปที่ภาพวาดตราสัญลักษณ์องครักษ์ประจำอาณาจักร

บาร์เทนเดอร์หนุ่มมองหน้าเธอ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรให้กับเธอ เมื่อบริอันน่าได้ยินดังนั้นเธอก็ร้องอ๋อทันที และเตรียมจะหยิบกระเป๋าและเดินออกจากร้าน แต่ก็โดนชายหนุ่มคนเดิมทักไว้เสียก่อน

"ถ้าไม่รังเกียจทานอาหารที่ร้านก่อนสิครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง" เขาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่บอกเลยว่าปลอมมาก ปลอมสุดๆ คนภายนอกอาจจะคิดว่าเป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริง แต่ถ้ามองเข้าไปในตาเขาดีๆล่ะก็ คุณจะเห็นความปลอมของเขาในทันทีเลย

ในระหว่างที่บริอันน่ากำลังเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนจะพยักหน้าด้วยท่าทีงงๆ

เมื่ออาหารและเครื่องดื่มเสริฟตรงหน้า บริอันน่าก็ไม่รอช้าที่จะกินมันทันทีโดยมีบาร์เทนเดอร์หนุ่มมองด้วยสีหน้ายิ้มๆ

"คุณมาเยี่ยมสามีหรอครับ" เขาถามขึ้น

"หมายความว่าไง" บริอันน่าตอบด้วยน้ำเสียงแข็งทันที

"ก็...เห็นคุณบอกว่าจะไปที่สนามฝึก ผมเลยคิดว่าคุณต้องไปหาสามีน่ะครับ" เขาพูดด้วยท่าทีสบายๆไม่ทุกข์ไม่ร้อน

"ฉันไม่ได้ไปเพื่อหาสามีหรอกนะ" บริอันน่าพูดขึ้นในระหว่างที่กำลังหั่นเนื้ออยู่

"แล้วคุณคนสวยไปทำไมล่ะครับ"

"จะไปสมัครเป็นองครักษ์น่ะ วันนี้วันสุดท้ายแล้ว"

!!!!

พูดจบบริอันน่าก็วางช้อนลง ก่อนจะโน้มตัวลงไปหยิบกระเป๋าและหยัดตัวขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับเดินออกไป โดยไม่สนว่าใครจะคิดยังไงและจะมีสีหน้าอย่างไรเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ

เพราะยังไงซะทุกคนก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว

"ผมชื่ออาโน่ คุณล่ะชื่ออะไร!!" ชายหนุ่มตะโกนตามหลังเธอในขณะที่กำลังเปิดประตูบาร์ออกไป จนทำให้คนทั้งร้านต้องหันมามองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง

บริอันน่าหันมาหาอาโน่ด้วยความตกใจ ก่อนจะเผยยิ้มออกมาบางๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร และเดินออกไปพร้อมกับโบกมือให้กับเขา

เป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆ

สนามฝึกองครักษ์

บริอันน่าเดินมาตามทางที่อาโน่บอก และพบเข้ากับรั้วขนาดใหญ่ที่เปิดเพื่อให้คนเข้ามายังภายในเพื่อสมัครเป็นองครักษ์ของอาณาจักร

เธอเดินเข้าไปภายในรั้วมาเรื่อยๆ เพื่อหาสถานที่ๆใช้สมัคร จนมาเจอเข้ากับลานกว้างที่มีป้ายบอกว่า 'สนามฝึกที่ 2' ที่มีผู้คนมากมายและการแต่งตัวที่ดูเหมือนจะไม่ใช่องครักษ์เลยซักนิด ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขากำลังนั่งฟังอะไรกันอยู่ด้วยความเคร่งเครียด

บริอันน่าเดินเข้าไปยังโต๊ะที่มีคนต่อแถวเพื่อยื่นใบสมัคร แต่เมื่อเดินเข้าไปต่อแถวสายตาหลายคู่ก็จดจ้องมาที่เธอ บางคนก็หน้าแดง บางคนก็มองหน้าเธอแล้วหลบตาเธอเวลาเธอเวลาเธอมองไปกลับ แต่ที่หนักกว่านั้นคือมีคนมองเธอด้วยสายตาหื่นกามด้วย ถึงแม้ว่ามันจะดูน่ากลัว แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมันแม้แต่นิดเดียว เพราะอะไรน่ะหรอ...

ก็เพราะว่าเมื่อโลกก่อนเธอก็เคยถูกมองแบบนี้เหมือนกัน มองด้วยสายตาเหยียดหยาม น่าสงสาร หรือแม้แต่สายตาหื่นนกามในเวลาเดียวกัน ถึงมันจะเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เธอก็ชินกับมันแล้วหละ เพราะภารกิจหลายๆภารกิจที่เธอทำในชาติก่อนก็ต้องคลุกคลีกับพวกหื่นกามแบบนี้หลายครั้งมันเลยทำให้เธอชินไปโดยปริยาย

เมื่อถึงทีของบริอันน่า เธอก็ยื่นใบสมัครให้กับองครักษ์นายหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอ ก่อนจะค่อยๆไล่สายตาเพื่อมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมกับถอนหายใจและยื่นใบสมัครคืนให้กับเธอ

"ที่นี่ไม่ใช่สถานที่รับสมัครสาวใช้นะครับ คุณมาผิดที่แล้ว" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ก่อนจะก้มหน้าลงไปเขียนอะไรบางอย่างต่อ

พึบ..

"ฉันไม่ได้มาผิดที่ ฉันมาเพื่อสมัครเป็นองครักษ์" บริอันน่าตอบด้วยน้ำเสียงเย็น และมององครักษ์นายนั้นด้วยสายตาเย็นชาสุดขีด

!!!

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!" แต่แทนที่เขาจะรับใบสมัครเธอไป เขากลับหัวเราะออกมา

อะไรของหมอนี่

"นี่ๆคุณหนู ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ อีกอย่างตัวบางๆอย่างงี้ แค่โดนลมก็ปลิวแล้วจะจับมีดจับดาบได้ยังไง ฮ่า ฮ่าฮ่า!!" เขายังหัวเราะต่อไปโดยไม่สนว่าสีหน้าของบริอันน่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

และเมื่อทกุคนในบริเวณนี้ได้ยิน พวกเขาก็เริ่มหัวเราออกมาด้วยความขบขัน และมองมายังเธอราวกับเธอเป็นตัวตลก

หมอนี่กำลังทำให้ฉันฟิวขาด...

"เพราะงั้นนะคุณหนู กลับไ-!!!"

ตุบ!!!!

แต่ยังไม่ทันที่องครักษ์คนนั้นจะได้พูดจบ บริอันน่าก็ทำการจับเขาทุ่มลงกับพื้นด้วยอารมณ์โกรธจัด แต่ก็ยังคงไว้ด้วยสายตาเรียบเฉยและใบหน้าที่เรียบนิ่งไว้ตามเดิม จนทำให้คนที่หัวเราะเธออยู่นั้น ต้องรีบปิดปากของตัวเอง และมองเธอจากสายตาขบขันเป็นสายตาที่ทึ่งกับสิ่งที่เพิ่งเคยเจอ

บริอันน่าเดินเข้าไปหยิบใบสมัครที่หล่นอยู่ที่พื้น ก่อนจะเดินไปอีกโต๊ะหนึ่ง โดยที่ทุกคนหลบให้กับเธอ

เธอยื่นให้กับคนรับสมัคร แต่ก็ดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะไม่ยอมรับใบสมัครของเธอง่าย จนบริอันน่าต้องถอนหายใจและพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

"กะอีแค่กรอกชื่อฉันเข้าไปในใบรับการทดสอบมันจะยากอะไรนักหนา ถ้าฉันอ่อนแอ เดี๋ยวฉันก็โดนเขี่ยทิ้งเองนั่นแหละ" พูดจบเขาก็รับใบสมัครของเธอไปกรอก ก่อนที่บริอันน่าจะเดินไปเข้าแถวเพื่อรับการทดสอบ

แต่ยังไม่ทันได้นั่งทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เธอ จนบริอันน่าต้องลอบถอนหายใจอีกรอบ และเลือกที่จะไม่สนใจคนพวกนี้อีก

ให้ตายสิ วันนี้ฉันถอนหายใจไปกี่รอบแล้วเนี่ย....

และเมื่อถึงเวลาปิดรับสมัคร ทุกคนก็เริ่มทยอยกันไปเข้าแถว ซึ่งดูแล้วจำนวนคนที่สมัครก็เยอะอยู่นะ แถมยังน่าจะเยอะกว่าปีก่อนๆด้วย แต่ก็นะ สุดท้ายแล้วที่นั่งๆอยู่ก็มีแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นแหละที่จะได้ไปฝึกองครักษ์จริงๆ

"อะแฮ่ม!!" แต่จู่ก็มีเสียงบางอย่างที่ทำให้บริอันน่าต้องหลุดออกจากภวังค์ เธอมองไปยังภายหน้าของตัวเองและพบกับครูฝึกที่ดูเหมือนว่าจะมีแต่ยศสูงๆทั้งนั้นเลย

"วันนี้ฉันจะมาเล่ากำหนดการคร่าวๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกองครักษ์ในครั้งนี้ ฉันจะไม่บอกชื่อให้กับพวกแกในวันนี้ เพราะคนที่จะรู้ชื่อของฉันได้มันจะต้องผ่านการทดสอบซะก่อน พรุ่งนี้ในเวลา 5:00 ทุกคนต้องมาพร้อมกันที่นี่เพื่อที่จะเข้ารับการทดสอบ ซึ่งการทดสอบใช้เวลาทั้งหมด 2 วัน 3 คืน วันนี้พรุ่งนี้และมะรืนนี้ และในการทดสอบจะไม่มีการพัก ซึ่งถ้าใครที่มีสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง พวกแกก็ถอดใจไปซะเถอะ!!" ครูฝึกหน้าโหดพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง ก่อนจะมีอาจารย์ที่ดูเหมือนจะใจดีอีกคนพูดขึ้นต่อ

"และสำหรับใครที่สมัครองครักษ์หน่วยรักษาและพยาบาล จะต้องได้รับการทดสอบที่แตกต่างออกไปจากหน่วยอื่นๆ แต่ก็ใช้เวลา 2 วัน 3 คืน โดยไม่ได้พักเช่นเดียวกัน ยังไงซะครูก็ขออวยพรให้พวกเธอทุกคนสอบผ่านนะ" พูดจบเขาก็ถอยออกไป

"เนื่องจากว่าการฝึกของพวกแกต้องใช้เวลานาน เพราะฉะนั้นฉันจึงจะให้พวกแกนอนที่นี่ ซึ่งทุกอย่างจัดไว้ให้แล้วที่ห้องพัก ไปถึงห้องก็ไปทำธุระของตัวเองซะ และก็พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้าพวกแกไม่ยอมพักล่ะก็ตายขึ้นมา อย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน" และเมื่อทุกอย่างจบลง ทุกคนก็เดินไปเพื่อที่จะไปยังที่พักของตน

และเมื่อถึงที่พักบริอันน่าก็ต้องหนักใจ ถึงจะคิดมาแล้วก็เถอะว่ามันเป็นห้องรวม แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องมานอนรวมกันที่โถงใหญ่ขนาดนี้ เพราะสนามฝึกที่ 2 เป็นสถานที่รับสมัครองครักษ์ใหม่ทุกปี จึงมีการออกแบบให้รองรับคนได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งอาคารนอนของสนามฝึกนี้มีทั้งหมด 10 หลัง ซึ่งแต่ละหลังก็จะมีความเหมือนกันมีขนาดที่เท่ากันและอีกอย่างคือ..ทุกหลังไม่มีห้องอาบน้ำเลย

ก็จริงอยู่ที่ยุคกลางแบบนี้จะไม่มีห้องน้ำ แต่อย่างน้อยก็มีห้องอาบน้ำหรือถังน้ำเล็กๆให้หน่อยพอจะล้างหน้าล้างตาหน่อยสิ

ให้ตายสิ ถึงจะผิดคาดไปหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้อาบน้ำแค่นี้เอง

บริอันน่าเดินไปยังเตียงของตนเอง ก่อนจะวางกระเป๋าสัมภาระของเธอลงและหยิบชุดที่ทางการเตรียมให้ก่อนจะเดินออกไปเพื่อที่จะไปเปลี่ยนชุดให้เตรียมพร้อมกับวันพรุ่งนี้

เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จ บริอันน่าก็กลับมานอนที่เตียงเหมือนเดิม เธอเลือกเตียงที่อยู่มุมห้อง เพราะถ้าหากไปนอนกลางห้องหรือขอบๆหน่อย เธอก็จะต้องได้นอนข้างผู้ชายถึงสองคน เธอไม่ได้กลัวว่าพวกนั้นจะลวนลามหรือแกล้งอะไรหรอกนะ แต่เพราะพวกนั้นน่ะกรนกันเสียงดังสุดๆไงล่ะ ฉันรู้เพราะลูกน้องฉันทุกคนเป็นแบบนั้น

คร่อกก

นั่นไง ไม่ทันขาดคำก็มาเลย

บริอันน่าที่กำลังเก็บเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเข้ากระเป๋าอยู่ก็ทำการสำรวจคนในห้อง และเธอก็ได้รู้ว่ามีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ใส่ชุดที่พวกองครักษ์เตรียมมาให้ นอกนั้นก็หลับทั้งๆที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย แม้แต่รองเท้าก็ไม่ถอด

ฉันเดาได้เลยว่าถ้าหมอนั่นจะถอดรองเท้า เพื่อนๆทุกคนต้องห้ามเขาแน่ๆ

และเมื่อบริอันน่าเก็บของทุกอย่างเสร็จ เธอก็ล้มตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนร่างการที่อ่อนเพลียจากการเดินทางของตัวเอง

ยวบ..

เสียงยวบที่เหมือนกับว่ากำลังมีคนขึ้นมายังเตียงดังขึ้น บริอันน่าที่สัมผัสได้ว่ามีอีกร่างหนึ่งขึ้นมายังเตียงแต่เธอก็ยังหลับตาต่อเพื่อที่จะดูพฤติกรรมของคนที่อยู่ข้างเธอต่อ

มือหนาจับไปที่ต้นขาของเธอ ก่อนจะค่อยๆลูบไล้ไปเรื่อยๆจนบริอันน่าเริ่มรู้สึกรำคาญและพลิกตัวหนี แต่เขาก็ยังไม่หยุดและยังคงลูบต่อ

จนในที่สุดเขาก็โน้มใบหน้ามาที่ซอกคอของเธอ แล้วกระซิบที่ข้างหู

"อย่าโทษฉันล่ะ เพราะเธอมันรนหาที่เอง" พูดจบเขาก็ฉีกยิ้มออกมาด้วยความสะใจ แต่มีหรอที่บริอันน่าจะยอม เธอลืมตาขึ้นและเตะไปที่เป้าของชายคนนั้นจนเข้าลงไปนอนกองกับพื้น

หมับ!! ตึง!!

“ใครกันแน่ที่รนหาที่” และเมื่อเขาลงไปนอนกองกับพื้น บริอันน่าก็ไม่ปล่อยให้เขาลุกขึ้น เธอเหยียบไปที่หลังของเขาเพื่อกดเขาไว้กับพื้น ก่อนจะรวบมือของเขาไว้ที่หลังและกดเขาไว้

เธอมองเขาด้วยสายรังเกียจ พร้อมกับดึงริบบิ้นมัดผมของเธอออกมามัดมือเขาไว้ไม่ให้เขาขยับได้ และพาเขาออกไปข้างนอกอาคารด้วยความหงุดหงิด

เธอปล่อยเขาไว้ข้างนอกที่ตอนนี้อากาศน่าจะอยู่ที่ 18 องศานิดๆ ก่อนจะพาตัวเองเข้ามายังอาคารและล้มตัวลงนอนที่เตียงของตน พร้อมกับหลับพักผ่อนต่อ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

วันต่อมา

ในเวลา ตี 5 ตรง บริอันน่าก็ต้องตื่นขึ้นเพราะมีเสียงดังกุกกักๆตลอด เธอลุกขึ้นกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อมองเจ้าพวกบ้าที่ทำให้เธอต้องตื่น

และสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับเจ้าบ้าที่เมื่อคืนโดนเธอเตะไข่จนสลบไป บริอันน่าจ้องไปที่ชายคนนั้น ก่อนที่เขาจะสบตาเธอและหลบตาเธอไปในที่สุดพร้อมกับกุมเป้าของตัวเองอีกด้วย

สมน้ำหน้า

และสิ่งที่เธอเห็นคือพวกเขากำลังใส่ชุดฝึกซ้อมที่บอกเลยว่ากระดุมติดยากโครตๆ กว่าฉันจะติดได้แต่ละเม็ดต้องควานหารูแทบตายแถมรูก็เล็กยังกะขี้มด แล้วน้ำประสาอะไรกับมือใหญ่ๆของพวกนั้น

บริอันน่าพับเก็บผ้าไว้ตามเดิมในที่ของมัน และเดินออกมาจากห้องตรงไปยังสนามฝึกที่ครูฝึกนัดไว้เมื่อวาน และระหว่างที่กำลังเดินเธอก็ทำการถักเปียแบบลวกๆ และม้วนมันขึ้นไป

โห นี่ฉันมาคนแรกเลยหรอเนี่ย ไม่สิ...

มีคนมาพร้อมกับฉันอีกคน แถมยังคนละอาคารกันด้วย

บริอันน่ามองหน้าของทั้งสองคน ก่อนจะเดินเข้าไปเพื่อเข้าแถวและรายงานตัวกับครูฝึก และเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานทุกคนก็เดินออกมาจากห้อง แล้วสภาพแต่ละคนคือเสื้อผ้ารุงรังมาก บางคนก็แค่ใส่มาเป็นเสื้อคลุมแค่นั้นไม่ติดกระดุมเลย

สภาพอนาถแท้

"เอาล่ะ ถ้ามากันครบแล้วฉันจะเริ่มทำการทดสอบ โดยที่จะแบ่งไปเป็นกลุ่ม ซึ่งกลุ่มนั้นจะแบ่งตามยังไงก็เรื่องของพวกแกฉันจะไม่ยุ่ง มี 5 ฐานทดสอบ เวียนจนครบและกลับมารวมกันที่นี่ ส่วนเรื่องอาหาร มีเพียงแค่น้ำกับขนมปังหนึ่งก้อนเท่านั้น ถ้าหากใครทำการทดสอบไม่สำเร็จหรือล้มเหลว พวกแกจะไม่ได้กินอะไรเลย ทราบ!!!!!!" เสียงของครูฝึกดังกึกก้อง ก่อนทุกคนจะยืดอกและตอบเป็นเสียงเดียวกัน

"ทราบ!!!"

ฉันที่อยู่กลุ่มที่ 1 ซึ่งฐานที่ 1 นั่นก็คือฐานทดสอบกำลัง ซึ่งเป็นฐานที่บอกได้เลยว่าตัดกำลังของผู้รับการทดสอบสุดๆ เพราะต้องแบกท่อนซุงขนาดใหญ่ไปวางไว้จุดที่กำหนด จากนั้นก็ต้องผูกเชือกกับท่อนซุงเข้าด้วยกันและผูกเข้ากับตัวเองพร้อมกับวิ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ และกระโดดโหนเชือกก่อนจะไปจบที่การโหนที่บาร์โหนหากไปถึงจุดนั้นได้จึงเป็นการสิ้นสุด

ฐานที่ 2 ฐานความแม่นยำเป็นฐานทดสอบการยิง ก็ตามชื่อล่ะนะ ต้องยิงธนูที่ทางสนามฝึกเตรียมมา

ฐานที่ 3 ฐานประลอง เป็นฐานที่จะทดสอบการใช้อาวุธของผู้เข้ารับการทดสอบ โดยจะมีการแบ่งคู่ให้แต่ละคนและทั้งสองจะต้องจับสลากเพื่อดูว่าตัวเองจะได้อาวุธใดในการประลอง ซึ่งฐานนี้ก็เป็นฐานที่ทดสอบความสามารถของแต่ละคนเลยก็ว่าได้

ฐานที่ 4 การตรวจสมรรถภาพร่างกาย

และฐานที่ 5 ฐานกลยุทธ์ เป็นฐานที่ต้องทดสอบโดยการเขียน โดยครูฝึกจะแจกกระดาษมาให้กับทุกคน และจะให้ทุกคนเขียนแบบแผนการรบ การจัดทัพ และเขียนอธิบายต่างๆนาๆ เกี่ยวกับกลยุทธ์ที่จะใช้ต่อสู้กับศัตรู ซึ่งฐานนี้ก็เป็นฐานที่หินที่สุดสำหรับพวกที่ไม่ค่อยเก่งเรื่องการใช้ความคิดล่ะนะ

บริอันน่าที่ทำการแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินตามเพื่อนในกลุ่มไป ซึ่งก็โชคดีที่กลุ่มของเธอไม่มีเจ้าหื่นที่จ้องจะปล้ำเธอเมื่อคืน

เมื่อเดินไปถึงสถานที่ซึ่งใช้ในการทดสอบเธอก็ทำการวอมร่างกายก่อน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเพราะตอนนี้มันยัง ตี 5 อยู่ แถมอากาศก็ยังหนาวโครตๆอยู่ด้วย

เมื่อถึงฐานครูฝึกก็เรียกชื่อเพื่อให้ผู้ที่ได้รับการทดสอบเตรียมตัวให้พร้อม และเข้าประจำที่

“บริอันน่า นิคแชลโลว์ รายงานตัวเพื่อเข้ารับการทดสอบ” เสียงของครูฝึกดังขึ้นไปทั่วบริเวณ บริอันน่าที่กำลังบิดตัวอยู่ก็หยุดและเดินเข้าไปรายงานตัวกับครูฝึก พร้อมกับเดินเข้าไปที่ประจำที่เพื่อเพื่อที่จะให้ครูฝึกจับเวลา

ฟู่ว….

“เริ่มได้!!!” เสียงของครูฝึกส่งสัญญาณให้กับเธอ

เมื่อเสียงของครูฝึกสิ้นสุดลง บริอันน่าก็จัดการแบกท่อนซุงที่อยู่ตรงพื้นขึ้นมาพร้อมกับแบกมันขึ้นที่บ่าของตนเอง และวิ่งออกไปให้เร็วที่สุด

บริอันน่าวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่ผู้เข้ารับการทดสอบคนอื่นๆก็กำลังเดินเข้ามาเพื่อจับตาดูเธอที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวว่าจะไปได้ไกลซักเท่าไหร่

เมื่อบริอันน่าถึงจุดที่กำหนด เธอก็แทบจะโยนมันลงกับพื้นทันที พร้อมกับหยิบเชือกเส้นใหญ่ที่วางอยู่พื้นขึ้นมามัดที่ท่อนซุงและตัวของเธอเอง ซึ่งอาจจะเพราะความเร็วของเธอ หรือว่าความแปลกของเธอที่ทำให้คนที่มาดูมากอยู่แล้ว กลับมากขึ้นไปอีก

เมื่อเธอผูกท่อนซุงเรียบร้อย เธอก็รีบไปยังอีกจุดทันที แต่เพราะเชือกที่ผูกเข้ากับตัวของเธอมันเส้นใหญ่มากแถมตอนออกแรงดึงเชือกที่ผูกติดกับตัวเธอก็ทำเอาเธอได้ไปหลายแผลเลยทีเดียว

เมื่อบริอันน่าถอดเชือกออก เธอออกเธอก็ไม่รอช้าที่จะทำภารกิจต่อไปนั่นคือการปีนต้นไม้สูงและโหนเชือกจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง และจบด้วยการโหนบาร์และวิ่งกลับไปหาครูฝึก ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่….

โคตรเหนื่อยเลย!!! ทำไมมันเหนื่อยอย่างงี้!! ฉันคิดว่าฉันชินกับร่างนี้แล้วนะ แต่ทำไมมันเหนื่อยอย่างงี้!!

และเมื่อเธอไปถึงตัวครูฝึก เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรลงไปในกระดาษ

ส่วนบริอันน่าที่ไม่ได้สนใจอะไรเธอก็เดินมานั่งพักที่พื้นหญ้าเพื่อที่จะเตรียมตัวไปฐานต่อไป แต่เธอก็หารู้ไม่ว่าตอนนี้ เธอตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆคนแล้ว

เธอยกถุงน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย ก่อนจะมองไปยังเพื่อนร่วมรุ่นของเธอ ไม่สิเพื่อนร่วมการทดสอบของเธอทำการทดสอบ ซึ่งบางคนก็ทำสำเร็จ ส่วนบางคนก็….

เละไม่เป็นท่า

“จะว่าไปปีนี้ตัวเกร็งในการทดสอบครั้งนี้ก็มีไม่น้อยเลยนะ” คนที่นั่งพักอยู่ข้างๆฉันพูดขึ้น

“นั่นนะสิ นายว่าปีนี้จะมีคนได้เข้าองครักษ์หน่วยเทพไหม” ชายอีกคนที่นั่งด้วยกันถามด้วยความสนอกสนใจ

จะว่าไป 2 ปีแล้วนะเนี่ยที่หน่วยนี้ไม่รับคนเพิ่ม ถ้าหากถามว่าเธออยากจะเข้ารึเปล่า ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าอยากจะเข้า แต่อาจเพราะเป็นผู้หญิงเลยหมดสิทธิไปล่ะนะ

แย่สุดๆ

เมื่อพักผ่อนจนหายเหนื่อย บริอันน่าก็เข้าสู่การทดสอบต่อไป นั่นคือการทดสอบความแม่นยำของฐานที่ 2 ซึ่งการทดสอบก็จะง่ายหน่อยที่แค่เล็งไปที่เป้าแล้วยิงให้ครบตามจำนวนลูกศร และเมื่อยิงเสร็จก็จะเป็นการปามีดสั้นให้เข้าเป้าที่เตรียมไว้ให้ และจบด้วยการยิงหน้าไม้

บริอันน่าหยิบธนูขึ้นมาพร้อมกับหยิบลูกธนูออกมาด้วย ก่อนจะเล็งไปที่เป้าด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย

“ของแบบนี้ ฉันจับจนชินแล้ว” บริอันน่าพึมพำ ก่อนจะปล่อยลูกธนูออกไป จนทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้นต้องตะลึงไปตามๆกัน เพราะเธอยิงเข้าไปกลางเป้าเต็มๆ

ฟึบ…

แต่ยังไม่ทันที่บริอันน่าจะก้มลงไปหยิบลูกธนู เสียงของลูกศรที่ปักลงไปที่กลางเป้าก็ดังขึ้น ก่อนที่เธอจะหันไปมองเป้า และค่อยๆเบนสายตามาที่คนยิงลูกศร

เจ้าหมอนี่กำลังเปิดศึกกับฉัน…

เธอมองไปยังชายตรงข้าง เขาสีผมเขียวเข้มพร้อมกับตาสีส้มสว่างที่มองแล้วให้ความรู้สึกเร่าร้อนอย่างบอกไม่ถูก

บริอันน่าละสายตาจากเขาก่อนจะยิงไปอีกดอก และก็เข้ากลางเป้าเช่นเดิม เธอมองไปยังคนตรงข้าง ก่อนเขาจะยิ้มให้กับเธอด้วยท่าทีเยาะเย้ย และยิงออกไป

และด้วยการดวลของฉันและเขาทำให้ผู้คนเริ่มสนใจและเข้ามาดูกัน

“นั่นไงๆ ราฟาเอล ฟิคลี่ หนึ่งในตัวเต็งของการทดสอบครั้งนี้ พอมาดูใกล้ๆแล้วหมอนั่นเก่งเป็นบ้าเลย เทียบไม่ได้กับฉันเลย” ชายคนหนึ่งที่กำลังยืนดูอยู่พูดขึ้น

“จะว่าไปแล้วปีนี้ก็มีผู้หญิงมาสมัครนี่”

“ใช่ๆ ชื่อบริอันน่า นิคแชลโลว์นี่แหละ ตอนฉันได้ยินแรกๆก็ไม่เชื่อหรอกนะ คิดว่าจะเป็นผู้หญิงถึกๆ ผิวหยาบๆ แต่พอมาเจอตัวจริงแบบนี้ใจละลายเลยอ่ะ สวยสุดๆ แถมหน้าตาหรือแม้แต่ผิวก็แป๊ะโครตๆ ขนาดลูกสาวดยุกหรือเศรษฐีที่ฉันเคยเจอยังเทียบกับเธอไม่ได้เลย ฝีมือก็ดีสุดๆ” แต่จากหัวข้อการสนทนาของตัวเต็งในการทดสอบ กลับกลายเป็นเธอไปซะได้

“อืมเห็นด้วยๆ ฉันยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่เพียบพร้อมขนาดนี้มาก่อนเลย ถ้าหากว่าเธอยิ้มง่ายกว่านี้อีกซักหน่อยก็คงสวยมากๆเลย” สิ้นเสียงของชายคนนั้น ทุกคนก็พากันฮือฮากันใหญ่ โดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่

เริ่มน่ารำคาญแล้วสิ

“ก็นึกว่าจะเป็นพวกอ่อนปวกเปียกเหมือนหน้าตา แต่พอได้มาเห็นแบบนี้แล้วก็แทบจะร้องว้าวเลย ฉันไม่เคยเห็นใครทำได้อย่างฉันมาก่อนเลย” ราฟาเอลพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

จ้ะ พ่อศูนย์กลางจักรวาล

บริอันน่าไม่ตอบ เธอเพียงเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้นเพื่อไปรับการทดสอบต่อไปของฐาน แต่ราฟาเอลก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขายังเดินตามเธอไปเรื่อยๆ และกวนประสาทเธอ

แต่เมื่อบริอันน่าหันมามองเขาด้วยสายตาดุๆ เขาก็จะยิ้มกวนๆ และเดินตามเธอต่อไป จนบริอันน่าหมดปัญญาและปล่อยให้เขาเดินตาม

ไม่น่าไปแข่งกับหมอนั่นเลย

“นี่ๆเธอชื่อบริอันน่าใช่มะ” เขาถาม

“อือ”

“เรามาสนิทกันไว้เถอะ” แต่เมื่อพูดจบบริอันน่าก็ต้องแปลกใจ เพราะเขาไม่ได้พูดด้วยท่าทางกวนประสาท แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดูแล้วได้ความรู้สึกน่านับถือสุดๆ

“อย่าคิดว่าฉันชอบเธอล่ะ”

กึก…

เอาความคิดของฉันที่บอกว่านายน่านับถือกลับมาเดี๋ยวนี้เลย หลงตัวเองสุดๆ แถมยังปากจัดยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก

“แล้วแต่นายเถอะ ฉันชักจะรำคาญนายแล้ว” บริอันน่าตอบอย่างปัดๆ และเดินไปหาครูฝึกเพื่อรายงานตัวเข้ารับการทดสอบ

“รอฉันด้วย” พูดจบเขาก็วิ่งตามมเธอมาติดๆ

ก่อนที่เราจะผ่านฐานทดสอบได้อย่างง่ายดาย ด้วยคะแนนเต็มทั้งสองคน…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel