บท
ตั้งค่า

Chapter 2 หนี

หมับ

!!!

"นี่ใช่สิ่งที่เธอกำลังตามหาใช่ไหม" บริอันน่าที่ตกใจก็รีบถอยออกมาด้วยความรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงทุ้มของเขา เขาเป็นผู้ชายที่สูงประมาณ 175 เซนติเมตร สวมเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา เขาปกปิดหน้าของตนเองเอาไว้ ก่อนจะยื่นหนังสือให้กับเธอ

เธอรับหนังสือจากชายปริศนาและโค้งตัวให้กับเขา บริอันน่าพยายามเก็บหนังสือทั้ง 3 เล่มไว้ในเสื้อ เพื่อไม่ให้มันเปียกฝน หรือได้รับความเสียงหาย

"ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย" เธอเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนชายที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนักจะถอดเสื้อคลุมออกมา และยื่นมันให้กับเธอ

ภาพที่บริอันน่ากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ คือชายหนุ่มผมสีดำสนิท ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร และดวงตาสีฟ้าครามที่กำลังจดจ้องมายังตัวของเธอ

แค่คำว่าหล่อคงไม่พอสำหรับเค้าสินะ..

"เอาไปสิ เดี๋ยวคนของฉันก็มารับแล้ว" คำพูดห้วนๆของเขา ทำให้บริอันน่าหลุดออกจากภวังค์ เธอรับเสื้อคลุมของเค้ามาพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณก่อนจะห่อผ้าคลุมใส่กับสมุดของตัวเอง และวิ่งออกไป

ดวงตาคมมองหญิงสาวที่พึ่งวิ่งออกไปตากฝนออกไปด้วยความประหลาดใจ ทำไมเธอถึงต้องเอาผ้าคลุมที่ข้าให้ไปห่อหนังสือด้วย ทำไมไม่คลุมตัวของตัวเองล่ะ แถมแผลที่พึ่งเกิดจากดัชเชสคอลโลเวียน่าก็ยังไม่ได้รับการรักษาด้วยซ้ำ

ใช่ ข้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ลูกของดัชเชสคอลโลเวียน่ารังแกเธอ จนเธอตอนที่เธอแบกน้องชายกลับบ้าน และเมื่อข้ามาคิดดูแล้วสิ่งที่ดัชเชสทำมันไม่ถูกต้อง เธอไม่ได้ไตร่ตรองอะไรก่อนเลย ฟังเพียงแค่ลูกชายของเธอเท่านั้น

จะต้องเอาเรื่องนี้ไปรายงานท่านพ่อ

กร๊อบ..กร๊อบ..เอี๊ยดด

รถม้าหยุดลงตรงหน้าของเขา ก่อนจะมีชายหนุ่มสองคนที่ขี่ม้าตามมาหยุดลงตรงหน้า ทั้งสองคนแยกกันไปทำหน้าที่ของตน โดยคนแรกที่กำลังเปิดประตูรถม้าอยู่มีความสูงประมาณ 190 กว่าๆ ส่วนอีกคนที่ถือผ้าคลุมมาให้กับเขามีความสูงใกล้เคียงกับอีกคนแต่เค้ามักจะสวมผ้าปิดตาตลอด

"ได้เวลากลับแล้วพะย่ะค่ะ องค์ชายแกริค" คนที่กำลังถือผ้าคลุมอยู่เอ่ยกับเขา ก่อนเขาจะหยิบมันขึ้นมาคลุมตัวเองและเดินขึ้นรถม้าไป

เมื่อประตูรถม้าปิด องครักษ์ทั้งสองคนก็เดินไปที่ม้าของตัวเองและขึ้นขี่มันด้วยความทะมัดทะแมง ก่อนจะขี่ไปประกบรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่อย่างช้าๆ

"ไปเยี่ยมครอบครัวเป็นยังไงบ้างอลัน" คนที่นั่งอยู่ในรถม้าเอ่ยถามคนที่กำลังขี่ม้าอยู่ข้างนอก เขาค่อยๆดึงผ้าคลุมออกมันเผยให้เห็นถึงผมสีทองและใบหน้าอันหล่อเหลาที่ถึงแม้ว่าจะกำลังเปียกฝนอยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย

"มันก็ค่อนข้างที่จะดีล่ะพะย่ะค่ะ แต่เพราะไม่ได้เจอพวกน้องๆ กระหม่อมจึงผิดหวังนิดหน่อย" เขาตอบพร้อมกับยิ้มน้อยๆ

อาจจะยังไม่ได้บอก อลัน นิคแชลโลว์ เป็นองครักษ์ของของข้าตั้งแต่เด็ก เค้าแก่กว่าข้าเพียงแค่สองปีเท่านั้น อลันได้รับการคัดเลือกพิเศษตั้งแต่อายุ 9 ปี ในการเป็นองครักษ์ประจำตัวของผม ซึ่งมันก็ทำให้ข้าและอลันสนิทกันมากๆ อลันเคยพูดว่าเขาเคยมีครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ แต่พอหลังจากพ่อตายชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป เพราะพ่อของอลันเป็นคนที่สอนอะไรมากมายให้แก่เขา อลันจมอยู่กับความเศร้ามา 1 ปีเต็มๆ จนวันที่เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรมาเศร้าแบบนี้

แม่ของอลันหลังจากที่พ่อตายเธอก็พยายามเลี้ยงลูกทั้ง 3 ของตัวเองมาตลอด ในตอนนั้นอลันหาทางเพื่อที่จะหาเงินมาช่วยแม่ จนมีการรับสมัครเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมตัวเป็งองครักษ์เด็กที่มีอายุไม่เกิน 16 ปี เพื่อที่จะมาฝึกเพื่อเป็นองครักษ์ แต่เมื่ออลันผ่านเกณฑ์เพื่อจะเข้าโรงเรียนเขาก็ทำผลงานได้ดีจนถูกคัดเลือกให้มาเป็นองครักษ์ของเจ้ายอย่างข้าในกรณีพิเศษ

เขาอยู่กับข้ามาได้ 10 ปีกว่าๆแล้ว และข้ามักจะพาเขากลับมาที่บ้านทุกๆ 2 เดือน เพื่อที่จะให้เขาได้พบกับครอบครัวอีกครั้ง และทุกครั้งที่กลับบ้านข้าก็มักจะเดินเล่นรอบเมืองเพื่อที่จะรอเขา

"ทำไมถึงไม่เจอพวกน้องๆล่ะ" องค์ชายถาม

"เห็นแม่บอกว่า น้องๆของกระหม่อมอยู่ในเมือง ตอนแรกก็ว่าจะมาดักรอนั่นแหละพะย่ะค่ะ แต่ฝนก็เทลงมาซะก่อนกระหม่อมจึงรีบมารับพระองค์ก่อนพะย่ะค่ะ" อลันตอบก่อนจะก้มตัวให้ผมและหันไปตั้งใจกับการขี่ม้าต่อ

ฉันรีบวิ่งมาที่ร้านขายยาของคาร่าทันที โดยที่ในมือของเธอมีห่อหนังสือที่เธอเก็บไว้อย่างดี

กริ๊งๆ..

พลั่ก!!

บริอันน่าวางหนังสือลงไปที่เตียงผู้ป่วยอย่างแรง ก่อนจะเอาผ้าที่ห่อหนังสือมาไปตากที่ราวแขวนในบ้านของคาน่า และหันมาสนใจหนังสือที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยก่อนจะสำรวจว่ามีหน้าไหนเสียหาย หรือชำรุดไปรึเปล่า

"ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่เป็นอะไร" พูดจบเธอก็ล้มลงไปนอนที่เตียง ก่อนคาร่าจะเดินเข้ามาหาและหยิบหนังสือไปดู

"เธอออกไปตากฝนเพราะไอ้หนังสือพวกนี้น่ะหรอ" คาร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบหนังสือขึ้นมาดู บริอันน่าที่นอนอยู่ก็แทบจะดีดตัวเองขึ้นกลางอากาศเมื่อเห็นว่าคาน่าตาย

"น้องของฉันยืมมันมาจากห้องสมุดน่ะค่ะ ถ้าเสียหายขึ้นมาก็ต้องจ่ายเงินอีกตั้ง 200 เหรียญ ฉันไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกค่ะ" บริอันน่าตอบ

"น้องชายของเธออยากเป็นหมอหรอ" คุณคาร่าถามอย่างสนอกสนใจ

"ไม่รู้สิคะ เห็นเขาบอกว่าสนใจด้านนี้น่ะ" บริอันน่าตอบพรางหยิบหนังสือขึ้นมาดู

"งั้นก็บอกให้เขามาเรียนเรื่องยากับฉันสิ ฉันมีหนังสือพวกนี้ให้เขาอ่านเยอะแยะเลย" คาร่าบอกออกไปกับบริอันน่า ก่อนเธอจะเดินออกไปเพราะมีลูกค้าเข้าร้านมาใหม่ บริอันน่าที่นิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนเธอจะเดินเข้าไปหาอโมรี่ในห้องและพาเขากลับบ้าน

เวลาผ่านไป 4 เดือน ในตอนแรกที่บริอันน่าบอกให้อโมรี่ไปเรียนการแพทย์กับคุณคาร่าก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ไป แต่พอเธอรบเร้าเขาเข้าทุกวันๆ อโมรี่ก็ยอมที่จะไปเรียนกับคุณคาร่าตามที่เธอบอก

ส่วนบริอันน่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลังจากที่เธอไปมีเรื่องกับดัชเชสคอลโลเวียน่า เธอก็เริ่มออกกำลงกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรง ซึ่งตอนนี้เธอก็เป็นเด็กอายุ 13 ที่สูงถึง 168 เซนติเมตร

ปกติเด็กอายุ 13 ทั่วไปเค้าไม่สูงขนาดนี้หรอก..

ในบางวันคุณหมอโรซานจะเข้ามาอยู่ที่ร้าน ซึ่งวันนั้นคุณคาร่าก็จะให้อโมรี่ไปอยู่เป็นลูกมือให้กับหมอโรซาน ส่วนฉันและคุณคาร่าก็มานั่งคุยกันตามภาษาผู้หญิง บางครั้งก็คุยเรื่องสัพเพเหระจนทำให้พวกเราสนิทกันมากๆ และจากที่ฉันได้สนิทกับคุณคาร่า ก็ทำให้ฉันได้รู้นิสัยของคุณคาร่ามาหลายอย่างและยังได้รู้ความฝันของคุณคาร่าอีกด้วย นั่นก็คือ..

การจะเปลี่ยนร้านยาให้กลายเป็นบาร์ในฝันของคุณคาร่า..

และดูจากนิสัยของคุณคาร่าที่เป็นคนเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นแล้ว การจะเปลี่ยนร้านยาก็เป็นความฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อมซักเท่าไหร่ แถมเธอยังบอกอีกว่าเธอจะเป็นเจ้าของร้านควบกับเด็กนั่งดริ๊งเอง

"ให้ตายเถอะ เจ้าลูกค้าคนเมื่อกี้เกือบทำฉันปรี๊ดแตกเลยนะ" คาร่าเดินเข้ามายังหน้าร้านด้วยท่าทีขึงขัง ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ในร้านตรงข้ามบริอันน่า

"อะไรหรอคาร่า" บริอันน่าถามด้วยน้ำเสียงสงสัย ก่อนจะเปิดหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเพื่อแก้เบื่อ ที่เธอเรียกคาร่าแบบนี้เพราะคาร่าบอกว่าอยากมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน บ้างเลยให้ฉันเรียกเธอแบบนี้

"ก็ไอ้เจ้าลูกค้านั่นน่ะสิ บอกว่าถ้าซื้อร้านนี้จะได้ตัวฉันเป็นภรรยาไหม ฉันนี่เสียวสันหลังเลย แค่คิดก็ อี๋ แล้ว" คาร่าพูดอย่างหัวเสีย

บริอันน่าที่ได้แต่ฟังก็หัวเราะออกมาด้วยความขบขัน ที่คาร่าไม่อินกับคำพูดสุดเสี่ยวของลูกค้าของเธอ

พรึบ..

เสียงเปิดกระดาษหนังสือพิมพ์ดังขึ้น ก่อนบริอันน่าจะกวาดสายตามองรอบว่ามันมีอะไรให้เธออ่านบ้าง แต่แล้วเธอก็ต้องไปสะดุดกับบทความหนึ่ง นั่นคือการเปิดรับสมัครเพื่อที่จะเข้าไปฝึกเป็นองครักษ์ของอาณาจักร

บริอันน่าวางมันลงก่อนจะทำท่าขบคิด เธอนึกย้อนไปในตอนที่มีเรื่องกับดัชเชสคอลโลเวียน่า ก่อนที่จะแยกกับเธอ เธอเคยพูดว่า "สักวันคุณจะต้องเสียงใจกับสิ่งที่คุณพูดออกมา" พอนึกถึงทีไรก็ท้อทุกที เธอจะทำยังไงให้ตัวเองมีงานที่พอจะชูหน้าชูตาในสังคมได้

ฉันจะได้ไปเย้ยยัยดัชเชสหมาบ้านั่น

เพราะฉันน่ะฆ่าได้แต่หยามไม่ได้

"เป็นอะไรของเธอ บริอันน่า" คาร่าถาม

"อืม... คาร่าเธอพอรู้เรื่อง 10 หน่วยองครักษ์พิทักษ์อาณาจักรรึเปล่า เท่าที่ฉันอ่านบอกแค่ชื่อเองเท่านั้นเอง" บริอันน่าถามขึ้นอย่างสงสัย ตอนนี้เธอแทบจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับ 10 หน่วยองครักษ์พิทักษ์อาณาจักรนอกจากชื่อหน่วยต่างๆในนั้น

"ก็นะ ถามมาก็ตอบไป นี่ฉันอุตส่าห์หาข้อมูลมาจากลูกค้าเชียวนะ" พูดจบคาร่าก็เริ่มสาธยายสิ่งที่เธอรู้ทั้งหมดให้แก่บริอันน่าฟัง นั่นก็คือ..

10 หน่วยองครักษ์พิทักษ์อาณาจักร จะแบ่งออกย่อยๆเป็น 10 หน่วยตามชื่อ และในทุกๆปีจะมีการรับสมัครเด็กที่อายุไม่เกิน 16 ปี หรือถ้ามีเกินก็จะใช้กรณีพิเศษเพื่อเข้าฝึก และเมื่อฝึกจนครบหลักสูตร ก็จะมีการจัดพิธีมอบยศและจัดหน่วยให้แก่เหล่าองครักษ์จบใหม่

ซึ่งการแบ่งหน่วยที่คาร่าบอกก็จะมีดังนี้ คือ..

1. องครักษ์หน่วยแนวหน้า มีสมาชิกประมาณ 4 หมื่นคน พวกเขาเป็นหน่วยทหารที่เมื่อมีสงครามพวกเขาจะถูกสั่งให้ไปประจำการที่แนวหน้าทันที โดยหน่วยทหารหน่วยนี้ส่วนมากจะเป็นพวกที่ทำความผิดจนโดนย้ายมาที่หน่วยนี้

2. องครักษ์หน่วยสนับสนุน มีสมาชิกประมาณ 2 หมื่นคน หน่วยนี้จะเป็นหน่วยทหารที่คอยสนับสนุนหน่วยแนวหน้า พวกเขาจะคอยสนับสนุนเมื่อหน่วยแนวหน้าเสียเปรียบหรือมีความลำบาก

3. องครักษ์หน่วยโจมตีระยะไกล มีสมาชิกประมาณ 2 หมื่นคน ทหารหน่วยนี้จะถนัดในเรื่องการโจมตีระยะไกลอย่างเช่น ธนู มีดสั้น

4. องครักษ์หน่วยรักษาและพยาบาล มีสมาชิกประมาณ 500 คน หน่วยนี้จะมีความพิเศษตรงที่ว่า พวกเขาสามารถเลือกหน่วยได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปเสี่ยงว่าตัวเองจะต้องเข้าหน่วยที่อันตราย และการที่พวกเขาจะเข้าหน่วยนี้ได้ ต้องได้รับการทดสอบที่ต่างจากผู้เข้าสอบหน่วยอื่นๆ

5. องครักษ์หน่วยซุ่มโจมตี มีสมาชิกประมาณ 1 พันคน คนที่จะเข้าในหน่วยนี้จะต้องมีคะแนนที่ค่อนข้างสูงและอยู่ในอันดับท๊อปๆ ถึงจะได้ถูกรับเลือกให้เข้าหน่วยนี้

6. องครักษ์หน่วยสอดแนม มีสมาชิกประมาณ 6 พันคน หน่วยนี้จะโดดเด่นในเรื่องของการแฝงตัวไปในที่ต่างๆ เพื่อดูลาดลาวและบางครั้งพวกเขายังถูกสั่งให้นำสาสน์ต่างๆไปส่งให้กับดินแดนที่อยู่ห่างไกลอีกด้วย

7.องครักษ์พิทักษ์พระองค์ มีสมาชิกประมาณ 1 หมื่นคน พวกเขามีหน้าที่อารักขาเชื้อพระวงศ์หรือชนชั้นสูง และผู้ที่จะเข้าหน่วยนี้ได้จะต้องมีเชื่อสายของชนชั้นสูงและจะต้องตรวจสอบได้อีกด้วย

8. องครักษ์หน่วยโจมตีทางทะเล มีสมาชิกประมาณ 2 หมื่นคน หน่วยทหารที่มีพรสวรรค์ในเรื่องการทำนายสภาพอากาศ

9. องครักษ์หน่วยอารักขาอาณาจักร มีสมาชิกประมาณ 4 หมื่นคน หน่วยที่มีคนเยอะพอๆกับหน่วยแนวหน้า พวกเขามีหน้าที่เพียงแค่ดูแลอาณาจักร และจับกุมพวกโจรที่อยู่ตามบ้านเรือนในอาณาจักร

"แล้วองครักษ์หน่วยที่ 10 ล่ะคาร่า" บริอันน่าถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าคาร่าไม่ยอมอธิบายให้เธอฟังต่อ

"ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องของหน่วยนี้เท่าไหร่ แต่ชื่อของหน่วยนี้คือ องครักษ์หน่วยเทพ ข้อมูลของหน่วยนี้เป็นความลับ แต่เห็นเค้าพูดกันว่าคนที่จะได้เห็นสมาชิกในหน่วยนี้ จะมีเพียงแค่ชนชั้นสูง ราชวงศ์ และองค์ราชาเท่านั้นที่ได้เห็น แถมองครักษ์หน่วยนี้ยังต้องคัดเลือกโดยพระราชาและ 10 นายพลโดยตรงอีกด้วย" คาร่าพูด

"แล้วทำไมเธอถึงอยากรู้เรื่องพวกนี้ล่ะ" คาร่าหันมามองหน้าของบริอันน่า และด้วยความสงสัยเธอจึงลุกขึ้นและเดินไปนั่งข้างๆเธอ

"ฉันคิดว่าฉัน...จะเข้าฝึกองครักษ์"

!!!

เมื่อสิ้นคำตอบของบริอันน่า คาร่าก็แทบจะหยุดหายใจ เธอมองบริอันน่าด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ก่อนจะลุกกลับไปนั่งที่เดิม

"เธอรู้รึเปล่าว่าเธอพูดอะไรออกมา บริอันน่า" คาร่าถามด้วยเสียงแผ่ว ซึ่งขัดกับนิสัยชอบเปิดเผยและเสียงดังของเธอมาก ก่อนที่แอนจะพยักหน้าและหันไปสนใจหนังสือพิมพ์ต่อ

"นี่!! ยัยเด็กบ้า ถึงในใบประกาศมันจะไม่ได้บอกว่าผู้หญิงสมัครได้ แต่ก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนสมัครเป็นองครักษ์มาก่อนเลยนะ!!" คาร่าตะโกนขึ้น เธอคิดว่าตัวของบริอันน่าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้จะสมัครเพื่อเป็นองครักษ์

"เงียบๆสิคาร่า ก็ฉันนี่แหละ จะเป็นผู้หญิงคนแรกเลย" บริอันน่าว่า พร้อมกับฉีกยิ้ม ก่อนคาร่าจะถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ กับความคิดของบริอันน่า

"แล้วเธอคิดว่าแม่ของเธอจะยอมหรอ" คาร่ายังถามบริอันน่าต่อ เพื่อหวังให้เธอรีบเปลี่ยนใจ

"ไม่รู้สิ โอ๊ะ!! ได้เวลากลับแล้วไปก่อนนะคาร่า" พูดจบบริอันน่าก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และรีบวิ่งไปหาอโมรี่ที่ห้องของคุณหมอโรซานเพื่อรับเขากลับบ้าน

ห้องอาหารบ้านนิคแชลโลว์

อาหารต่างถูดจัดขึ้นโต๊ะอาหาร พร้อมกับกลิ่นที่หอมกรุ่นที่ออกมาจากอาหารจานต่างๆบนโต๊ะ ทั้งสามที่กำลังนั่งอยู่ก็เริ่มสวดมนต์ขอพรก่อนที่จะรับประทานอาหาร

"แม่ครับ วันนี้คุณหมอโรซานสอนผมเย็บแผลด้วย" อโมรี่ว่าขึ้นพร้อมกับร้อยยิ้มน้อยๆ พร้อมกับตักซุปเห็ดเข้าปากและเคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนแม่จะยิ้มกว้างให้กับเขาและลูบหัวไปด้วย

"แม่คะ..." บริอันน่าเอ่ยเรียกแม่ของเธอ

"หนูมีเรื่องอยากจะขอร้อง" บริอันน่าพูดเสียงแผ่วเบา และสบตากับแม่ของเธอที่กำลังทานอาหารอยู่

"หนูอยากเข้าเป็นองครักษ์ของอาณาจักรค่ะ..."

เพล้ง!!

เสียงช้อนกระทบกับจานอย่างรุนแรง และคนที่ทำให้เกิดเสียงนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือแม่ของฉันเอง เธอกำลังทำหน้าอึ้ง แต่ที่บริอันน่าคาดไม่ถึงเลยคืออโมรี่ที่กำลังทำหน้าเหมือนกับแม่

ฉันทำอะไรผิดรึเปล่า...

"ถ้าลูกหมายถึงการไปเป็นทหารล่ะก็ แม่บอกคำเดียวว่า ไม่มีทาง" พูดจบแม่ก็รีบลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องทางอาหาร ก่อนบริอันน่าจะมองไปทางอโมรี่ที่ยังอึ้งไม่หาย

เวลาผ่านไปหลายวัน ฉันพยายามคุยกับแม่เรื่องนี้หลายครั้ง แต่แม่ก็ยังไม่ยอมคุยกับฉันซักที เอาแต่เดินหนีฉันตลอด ถึงแม้ว่าจะให้คุณหมอโรซานที่พอจะรู้เรื่องมาคุยด้วยแต่ก็ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย แม่เอาแต่เดินหนีออกไป ไม่ฟังที่ฉันพูดเลยซักนิด ก็รู้ว่าแม่น่ะเป็นห่วงฉันที่เป็นลูกสาวคนเดียวมาก แต่ถึงอย่างงั้นฉันก็อยากจะบอกแม่เหลือเกินว่าฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก ถึงฉันจะเป็นผู้หญิง แต่ฉันก็เป็นสายลับ(ถึงจะชาติก่อนก็เถอะ) แถมการไปของฉันก็เพื่อทำให้บ้านของเรามีฐานะยิ่งขึ้นด้วย

ฉันจะต้องกลับมาพร้อมชื่อเสียงและฐานะที่ยิ่งใหญ่

เพราะในชาติก่อนฉันไม่คิดที่จะทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง หรือทำให้ตัวเองมีฐานะ เพราะฉันรู้ว่าถึงฉันจะมีมันคนที่ได้หน้าที่สุดนั้นก็ไม่ใช่ฉัน และฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะทำมันไปเพื่อใครและเพื่ออะไร เพราะสุดท้ายฉันก็อยู่ตัวคนเดียว

และถ้าจะถามว่าทำไมไม่ทำเพื่อครอบครัวของตัวเองล่ะ ฉันก็ตอบได้คำเดียวเลยว่า ครอบครัวของฉันมีแค่คนเดียวนั่นก็คือแม่ และถ้าจะถามอีกว่าแล้วพ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงล่ะฉันก็บอกได้เลยว่าพวกเขาน่ะคือครอบครัวจอมปลอมที่หวังแค่ผลประโยชน์จากฉันเท่านั้น

แต่ในเมื่อฉันมาจุติใหม่ในร่างนี้แล้ว ฉันได้ทำอะไรมากมายที่ชาติก่อนไม่เคยทำ และได้เจอกับครอบครัวที่แสนอบอุ่น ฉันคิดว่าถ้าฉันทำให้แม่สุขสบายและมีความสุขมากกว่านี้มันคงจะดีไม่น้อยเลยล่ะ แถมยังได้หยามหน้ายัยดัชเชสนั่นด้วย

ฉันจะต้องเข้าหน่วยองครักษ์ให้ได้ เอ

เมื่อเวลาผ่านวันแล้ววันเล่า แม่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมฉันเรื่องนี้เลย จนมันผ่านมาจะ 2 อาทิตย์แล้ว และอีกหนึ่งอาทิตย์ก็จะถึงวันที่จะต้องเดินทางไปสมัครแล้วด้วย ซึ่งการเดินทางจากเมืองวอลเข้าไปในเมืองหลวงนั้นต้องใช้เวลา 2 วันในการเดินทางด้วยรถม้า และถ้าหากภายในวันนี้แม่ไม่ยอมคุยกับฉัน ฉันก็คงต้องหนี

"แม่คะ ฟังหนูบ้างสิ" บริอันน่าเดินเข้ามาหาแม่ของตนที่กำลังเก็บผ้าที่ตากอยู่ ในตอนแรกเธอเดินเข้าไปหาแม่ตอนที่แม่กำลังล้างผักเพื่อทำอาหารอยู่ แต่แม่ก็เดินออกมาข้างนอกโดยที่ไม่ยอมให้บริอันน่าพูดอะไรออกมา

"บริอันน่าแม่จะพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า ไม่" พูดจบแม่ก็ทำการเก็บผ้าต่อ ฉันถอนหายใจอย่างปลงๆ ก่อนจะหันหลังให้กับแม่ และเดินเข้าไปในบ้าน

เมื่อเข้ามาใบบ้าน บริอันน่าก็เข้าไปในห้องของแม่ ก่อนจะเดินเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ออกมา และถือมันเข้าไปในห้องของเธอ

เธอเริ่มเก็บเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นในการเดินทางมาใส่กระเป๋า ตามฉบับทหารที่เธอเคยเป็นในชาติก่อน และซ่อนมันไว้ใต้เตียงเพื่อไม่ให้แม่จับได้ ก่อนเธอจะเดินไปที่โต๊ะทำงานและเขียนอะไรบางอย่างในกระดาษพร้อมกับฉีกมันออกมาจากสมุดและวางมันไว้ใต้แจกันเล็กๆ

00:50

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนจะตีหนึ่ง เป็นเวลาที่คนทั้งบ้านหลับไหลในห้วงนิทราและเป็นยามที่ดีที่สุดที่จะหนีออกจากบ้าน บริอันน่าค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอนของตัวเอง และเดินไปเปลี่ยนชุดเพื่อที่จะเดินทาง และนำเงินที่ได้จากการไปช่วยงานที่ร้านของคาร่าออกมาจากใต้หมอนเพื่อจะนำไปใช้จ่ายส่วนตัวในระหว่างเดินทางอีกด้วย

ให้ตายสิ มีแต่กระโปรงทั้งนั้นเลย

ครืด...

เสียงเปิดหน้าต่างดังขึ้น บริอันน่าหยิบกระเป๋าของตัวเองออกมาจากใต้เตียงและโยนมันลงไปจากชั้นสองของบ้านไปที่โพรงหญ้าเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังมากนัก ก่อนที่บริอันน่าจะถกกระโปรงขึ้นและปีนหน้าต่างออกไป

แอ๊ด...

แต่จู่ๆ เสียงประตูก็ดังขึ้น บริอันน่ามองไปยังต้นเสียง ก่อนจะเผยให้เห็นเข้ากับอโมรี่ที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"พี่กำลังจะทำอะไรครับ" เสียงน้อยๆของอโมรี่ดังขึ้น และเมื่อบริอันน่าเห็นดังนั้นเธอก็นั่งลงกับขอบหน้าต่างและหันมาพูดกับเขา

"พี่ต้องไปแล้ว อโมรี่ พี่ฝากดูแลแม่ด้วยนะ พี่สัญญาพี่จะกลับมาหานายและแม่" พูดจบบริอันน่าก็กระโดดลงจากหน้าต่างไปยังสนามหญ้าของบ้าน

ตุบ!!!

และเมื่อขาของบริอันน่าถึงพื้น เธอก็รีบสาวเท้าของตัวเองไปหยิบกระเป๋าของตัวเองที่โพรงหญ้า และรีบวิ่งออกไป โดยที่มีอโมรี่มองตามอย่างไม่วางตา

ไม่ใช่ว่าเข้าไม่เป็นห่วงพี่สาวของเขา แต่เขาเชื่อว่าสิ่งที่พี่ของเขาตัดสินใจทำลงไปนั้น พี่คงคิดดีแล้วที่ทำแบบนั้น เขาที่เป็นน้องก็ได้แต่ภาวนาให้พี่สาวของเขาโชคดีเท่านั้น

ประตูเมือง

บริอันน่าที่หนีออกมาตั้งแต่เที่ยงคืน เธอนั่งอยู่ที่นี่มาประมาณ 4-5 ชั่วโมงได้แล้ว เพื่อที่จะรอให้กลุ่มพ่อค้าจากต่างแดนผ่านมาและขอติดรถม้าไปกับพวกเขา

ทางฝั่งของอโมรี่ เขาตื่นมาก็พบว่าแม่กำลังตามหาพี่สาวของเขาอยู่ ก่อนแม่จะไปเจอเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่คิดว่าพี่ของเขาเป็นคนเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และเมื่อแม่อ่านกระดาษแผ่นนั้น น้ำตาของแม่ก็ค่อยๆไหลออกมา ก่อนเธอจะเดินออกไปเพื่อไปตามพี่สาวของเขากลับมา

แต่เมื่อตามหาจนทั่วเมืองแล้วก็ไม่พบอะไรเลย จนกระทั่งไปสอบถามทหารที่เฝ้าประตูเมืองอยู่ ก็พบว่าพี่นั้นออกไปกับกลุ่มพ่อค้าตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน แถมตอนแม่รู้ว่าพี่หนีไปได้แล้ว แม่ก็แทบลมจับเพราะกลัวว่าพี่จะเป็นอันตราย

กลับมาทางบริอันน่า

เมื่อเธอพึ่งติดรถม้าของพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มหนึ่งมาได้ พวกเขาเป็นกลุ่มพ่อค้าที่กำลังเดินทางไปเมืองหลวงพอดี ฌะอจึงขอติดรถม้ามาด้วย โดยระหว่างทางเธอก็รีบกรอกข้อมูลในใบสมัครที่ได้มาจากคุณหมอโรซานที่เป็นคนเอามาให้กับเธอ บริอันน่าค่อยๆไล่ดูรายละเอียดในการสมัคร ก่อนจะกรอกมันลงไปด้วยลายมือที่บรรจง

"ให้เลือกหน่วยที่อยากจะเข้าหรอ" เมื่อบริอันน่ากรอกมาเรื่อยๆ เธอก็สะดุดเข้ากับการเลือกหน่วยองครักษ์ เป็นการเลือกเพื่อที่จะดูว่าทหารแต่ละคนนั้นอยากจะเข้าหน่วยอะไรเพื่อที่จะนำไปคัดเลือกเมื่อพวกเขาจบจากการฝึกหัดองครักษ์

"ทำไมไม่มีหน่วยองครักษ์หน่วยเทพล่ะ" เธอพึมพำด้วยความใคร่อยากรู้

“ก็เพราะว่าหน่วยนั้นคนธรรมดาไม่มีสิทธิเข้ายังไงล่ะ” จู่ๆเสียงของพ่อค้าคนหนึ่งก็ดังขึ้น แต่เขาไม่ได้มองมาทางเธอ บริอันน่าที่ฟังอยู่ก็ทำหน้างง ก่อนที่พ่อค้าจะอธิบายต่อ

“หน่วยนั้นน่ะ จากที่ฉันได้ข่าวจากหลานชายที่เป็นองครักษ์ ว่ากันว่าถึงฝีมือจะดีแต่ไม่ใช่ระดับเทพแล้วล่ะก็ องค์ฝ่าบาทก็ไม่แลหรอก ต้องเป็นคนที่เก่งที่สุดและโดดเด่นที่สุดเท่านั้นถึงจะได้เข้าหน่วยนี้ เห็นว่า 2 ปีแล้วที่หน่วยนี้ยังไม่ได้สมาชิกใหม่ล่ะนะ” เขาพูดพร้อมกับบังคับรถม้าต่อ บริอันน่าที่ได้ยินดังนั้นเธอก็พยักหน้า ก่อนจะก้มลงไปเขียนต่อ

งั้นก็ลงองครักษ์หน่วยสอดแนมแล้วกัน มันน่าจะตรงกับฉันที่สุดล่ะนะ

เมื่อกรอกข้อมูลทั้งหมดเสร็จ บริอันน่าก็เก็บใบสมัครเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม และมองไปยังข้างนอกที่กำลังเผยวิวทะเลสาปที่สวยงามระยิบระยับราวกับมีเพชรอยู่ในทะเลสาปยังไงอย่างงั้น

สวยจริงๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel