ตอนที่4 ไม่จริงจัง
“จิณ!” เสียงไม่พอใจหนึ่งเรียกจิณณะขึ้นก่อนร่างระหงจะเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าร่างสูงของจิณณะที่ยืนอยู่ข้างรถตัวเอง
“ว่า?” จิณณะหันกลับมามองแฟนสาวที่คบกันได้สักพักแล้ว ขานรับออกไปที่เห็นเธอไม่ยอมขึ้นรถแต่กลับยืนอยู่ตรงนี้แทน
“มีคนบอกฉันว่านายหอมเด็กนั่นในลิฟต์เมื่อบ่าย” อาย หรือ กมลตา แฟนใหม่ของจิณณะที่พึ่งคบหากันได้ไม่นานและคบหากันก่อนจะเลิกกับนารินเอ่ยขึ้น
“ใครมันกล้าเอาเรื่องแบบนี้ไปพูดให้เธอฟัง” จิณณะที่ได้ยินก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่ไม่ใช่ไม่พอใจกมลตา เขาไม่พอใจพวกปากมากพูดทุกอย่างออกไป
“ใครกล้าไม่กล้าฉันไม่สน แต่ฉันอยากรู้ว่าที่นายทำแบบนี้หมายความว่ายังไง นายยังลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้?” กมลตาถามออกไปอย่างที่อยากรู้ และที่เธอเลือกพูดตรงนี้ไม่พูดบนรถหรือไปพูดที่คอนโดทั้งที่กำลังจะกลับก็เพื่อให้คนอื่นๆ ได้ฟังว่าสุดท้ายแล้วจิณณะจะเลือกใคร เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอมั่นใจไม่น้อย
“จะเป็นไปได้ยังไง ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเด็กนั่นอยู่แล้ว จะต้องลืมไม่ลืมอะไรอีกล่ะ” จิณณะพูดขึ้นพร้อมกับขยับเข้าไปจับมือกมลตาอย่างเอาอกเอาใจ
“แล้วที่ทำคือ?”
“ก็แค่หยอก ฉันหมั่นไส้ท่าทีไม่เจียมตัวของเธอก็เลยทำแหย่ให้มีความหวังเล่นๆ ก็แค่นั้น” เขาก็ไม่ได้โกหกทั้งหมดนี่ เขาทำเพราะหมั่นไส้นารินจริงๆ
“แน่ใจ?”
“ฉันจะโกหกเธอทำไม”
“ไม่โกหกก็ดี แต่ฉันหวังว่านายจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ”
“ได้ เธอไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้จริงจังกับเด็กนั่นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แล้วก็จะไม่ทำให้เธอไม่สบายใจอีกตกลงไหม” จิณณะสัญญาออกมาอย่างไม่รอช้า
“ไม่จริงจังแต่เห็นคบนานกว่าผู้หญิงคนอื่นแล้วก็เปิดเผยไม่ต่างจากฉัน” แม้จะพอใจแต่ก็อดเหน็บออกไปไม่ได้ เพราะเธอก็พอรู้จักชื่อเสียงของจิณณะมาไม่น้อย แล้วก็รู้ด้วยว่านารินคือคนที่เขาคบนานที่สุด
“มันจะเหมือนกันได้ยังไง เธอจะเอาเด็กนั่นหรือผู้หญิงที่ไหนมาเทียบกับเธอไม่ได้ คนฐานะแบบเด็กนั่นจะคบเล่นๆ ยังไงก็ได้ใช้เงินจบปัญหาได้...”
“แต่สำหรับฐานะอย่างเรามันใช้เงินแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าฉันไม่จริงจังกับเธอฉันคงไม่คบกับเธอหรอก” จิณณะที่รู้ว่ากมลตาต้องการย้ำสถานะและความสำคัญของตัวเองให้คนแถวนี้ได้ยินมันจึงทำให้จิณณะเลือกจะพูดอย่างเอาใจและทำให้กมลตาดูสำคัญและเปรียบไม่ได้กับคนอื่นๆ ที่เขาเคยคบ ต่อไปจะได้ไม่ต้องมีใครเอาเรื่องที่เขาทำอะไรลับหลังไปบอกเธออีก
“ฉันจะเชื่อคำพูดของนายไม่เก็บเรื่องที่นายคบคนฐานะต่ำต้อยแบบนั้นอย่างเปิดเผยมาใส่ใจ แต่อย่าทำอะไรแบบนั้นอีกฉันไม่ชอบ”
“ครับ สบายใจได้ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” จิณณะที่เห็นว่าเธอพอใจแล้วก็รับปากอย่างออดอ้อนก่อนจะดันแผ่นหลังบางไปอีกด้านของรถเปิดประตูให้เธอขึ้นไปก่อนจะเดินอ้อมกลับมาขึ้นด้านคนขับแล้วขับออกไป
เพียงแต่...
“แม่ง! เลิกกันแล้วทำไมต้องทำตัววุ่นวายแล้วยังมาพูดจาไม่ดีแบบนี้ด้วยวะ!” เสียงหงุดหงิดของกชอรพูดขึ้นอย่างหัวเสียกับการกระทำของจิณณะเมื่อบ่าย แต่พอตกเย็นมากลับพูดถึงเพื่อนเธออย่างไม่ให้เกียรติเลยสักนิด
“ถ้าเขาดีพอเขาจะมีสันดานแบบนี้เหรอ” นารินตอบกลับเพื่อนออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ภายในกลับเหมือนถูกควักหัวใจที่ยังเต้นอยู่ออกมาบีบเล่นซ้ำๆ
ใช่ เธอได้ยินทุกอย่างที่จิณณะพูดกับแฟนใหม่ของเขา เธอกับกชอรที่ตั้งใจเดินเลี่ยงคนเยอะด้านหน้ามาทางด้านหลังอาคารเพื่อไปหาเพื่อนอีกคนอีกคณะแต่ไม่คิดเลยว่าการเดินมาครั้งนี้จะได้ยินอะไรที่มันตอกย้ำเธอได้อย่างดีว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็แค่เรื่องโกหก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็มีแค่เธอที่รู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนเขาก็แค่เรื่องสนุกที่เห็นเธอเป็นตัวตลกและของเล่นของคนมีเงินอย่างเขา
แต่ไม่เป็น แบบนี้ก็ดีแล้ว ยิ่งหลังจากเลิกกันไปยิ่งได้ยินคำพูดแย่ๆ ของเขา ได้รับรู้การกระทำไม่ดีของเขามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เธอเอามาย้ำเตือนตัวเองเพื่อตัดใจจากเขาได้ง่ายขึ้น ลืมผู้ชายอย่างเขาได้เร็วขึ้น ผู้ชายที่ถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต
