เกียร์ไม่รับอาร์ตไม่ยอม
#บาส
ผมเร่งปั่นจักรยานที่เต็มไปด้วยสติกเกอร์รูปน้องหมา กล้องที่ติดอยู่ด้านหลังแฮนด์กำลังสั่นคลอนไปตามแรงปั่น วันนี้ผมมาพร้อมกับภารกิจสำคัญที่ประกาศไว้ในไลฟ์สดเมื่อสิบนาทีก่อน
เป้าหมายคือพี่ภาค นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ปีสี่ ผู้ที่ผมยกให้เป็นงานศิลปะชิ้นเอกที่ต้องใช้ความพยายามในการตีความสูงสุด เพื่อนของแฟนไอ้พีท เพื่อนสนิทของผม
ผมหยุดจักรยานกึกตรงหน้าตึกวิศวะฯ พับขาตั้งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบกล่องพลาสติกใสบรรจุอาหารที่เตรียมอย่างดีขึ้นมา
หล่อออออ แค่เห็นหลังไว ๆ ของพี่ภาคที่กำลังยืนรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมคณะ ก็ใจเต้นแรงแล้ว ถึงแม้จะทำหน้าหงุดหงิดเหมือนทุกวัน แต่ความหงุดหงิดของพี่เขามันก็เป็นสีเทาที่น่าสนใจเสมอ
"พี่ภาค" ผมทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสที่สุดในโลก ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาพี่เขาอย่างรวดเร็ว
พี่ภาคหันมามองผมด้วยสายตาเย็นชาและเต็มไปด้วยความรำคาญ 100% เป็นปฏิกิริยาที่ผมเริ่มคุ้นชิน
"มาทำสากอะไรอีกวะ" เขาถามผมด้วยน้ำเสียงดุ
"มาตามงานไง"
"งาน? กูไม่ได้มีงานค้างกับมึง และคณะกูไม่ได้รับทำโปรเจกต์งานศิลปะ" พี่ภาคพูด
โอ๊ย! ดูสิ! คำพูดแสนจะวิศวะฯ ที่ต้องใช้เหตุผลตลอดเวลา ผมชูถุงกระดาษที่ภายในมีกล่องข้าวขึ้นมาอย่างภูมิใจ
"งานที่ว่าคืองานที่ผมตั้งใจทำมาให้พี่กินไง!" ผมไม่ปล่อยโอกาสให้บรรยากาศอึมครึม ต้องเป็นคนทำให้ทุกอย่างดูมีสีสัน "วันนี้เป็นข้าวผัดแกงเขียวหวานใส่ไข่ดาวเยิ้ม ๆ สูตรเด็ดของผมเองครับ! พี่กินข้าวโรงงานมาเยอะแล้ว ลองกินงานศิลปะที่กินได้บ้างน้า"
ผมรู้ดีว่าพี่ภาคไม่ชอบให้มายุ่มย่าม แต่ก็รู้ว่าพี่เขาไม่เคยทำร้ายข้าวของที่ผมเอามาให้ แค่ปฏิเสธด้วยวาจาเฉย ๆ
"กูบอกแล้วว่ากูไม่กิน และไม่ต้องมาตามกูแบบนี้"
"โห... แต่ข้าวผัดจานนี้ผมวาดไข่ดาวให้เป็นรูปเกียร์ด้วยนะ" ผมงัดไม้เด็ด
"เป็นงานวาดที่ทำจากเครื่องเทศและน้ำปลาอย่างตั้งใจเลยนะ พี่ลองมองดี ๆ สิ เกียร์ของพี่มันมีหัวใจซ่อนอยู่ข้างในนะ"
ผมเห็นแวบหนึ่งในดวงตาของพี่ภาคว่าเขาชะงักไปเล็กน้อย
สำเร็จ! ได้คะแนนความสนใจ 0.001
"มึงนี่มัน..." พี่ภาคพยายามเดินหนี แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ เดินตามติดๆ เหมือนปลาทองที่จำคำปฏิเสธไม่ได้
"ไม่ลองกินก็ได้ แต่ผมมาหาพี่ทุกวัน เพราะตั้งปณิธานไว้แล้วว่า จะวาดรูปพี่ให้ครบหนึ่งพันรูป! ตอนนี้ทำไปได้ร้อยกว่ารูปนะ..." ผมแกล้งทำท่าจะควักสมุดสเกตช์ออกมา
แน่นอนว่าไม่ได้จะให้พี่เขาดูจริงๆ หรอก รู้ว่าพี่เขาจะหงุดหงิด และท่าทางที่พี่เขายกมือห้ามต่างหากคือภาพถ่ายชิ้นเอกที่ผมต้องบันทึกไว้
พี่ภาคคว้าข้อมือของผมไว้ทันที
"ไม่ต้องเอามาให้กูดู!" เขาปล่อยมือทันทีเหมือนโดนไฟช็อต
"กูไม่ชอบผู้ชาย อย่าเสียเวลามาป่วนกูเลยว่ะ" คำพูดนั้นยังคงเจ็บเหมือนเดิม แต่ผมรู้ว่ามันเป็นแค่กำแพงสุดท้ายของพี่เขา
ผมถอนหายใจยาวอย่างไม่จริงจัง แล้วยิ้มตอบกลับไป
"ไม่เป็นไรครับพี่...วันนี้แค่อยากจะขอวัดระยะ"
ไม่รอให้พี่ภาคถามซ้ำ ผมชูสายวัดสีขาว ที่เอามาจากโต๊ะวาดรูปขึ้นมา แล้วพยายามเอื้อมไปวัดระยะห่างระหว่างตัวผมกับพี่ภาคอย่างรวดเร็วที่สุด
"โอเค! หนึ่งไม้บรรทัดวิศวะวันนี้พี่ถอยหลังหนีผมน้อยกว่าเมื่อวานนะครับ! แสดงว่าระยะหัวใจของพี่เริ่มเข้าใกล้มากขึ้น 0.005 คะแนน!" ประกาศเสียงดังด้วยสีหน้าผู้ชนะ ก่อนจะวิ่งกลับไปที่จักรยานอย่างไวก่อนที่พี่เขาจะจับผมไปลงโทษตามกฎฟิสิกส์
"ไอ้บาส! มึงกลับมาเดี๋ยวนี้นะ" ผมได้ยินเสียงตะโกนไล่หลัง แต่ไม่สนครับรีบปั่นจักรยานหนีไปอย่างรวดเร็ว
ผมหันกลับไปมองแวบหนึ่ง เห็นพี่ภาคมองกล่องข้าวด้วยสีหน้าหงุดหงิด แล้วในที่สุด...พี่เขาก็หยิบมันขึ้นมา
"หึ สักวันพี่ต้องแพ้ผมแน่พี่ภาค พี่เป็นคนซึนที่ใช้ตรรกะอันซับซ้อนมาเป็นเกราะป้องกันหัวใจตัวเองเท่านั้นแหละ"
ผมยิ้มกว้างอย่างมีความสุขกับภารกิจในวันนี้ 0.005 คะแนน นี่คือคะแนนที่คุ้มค่ากว่า A+ วิชาทฤษฎีสีเยอะเลย พรุ่งนี้ผมจะมาพร้อมกับเกียร์หัวใจ เพื่อดูว่าพี่ภาคจะทำคะแนนซึนได้เท่าไหร่?
