บท
ตั้งค่า

นิทรรศการแห่งความพัง

“กูจะไม่ไป”

“มึงต้องไป”

"ไม่ไป!"

"ต้องไป"

นี่คือบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับไอ้พระเอก ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้เกือบสองชั่วโมงแล้ว

“มันเป็นงานเปิดนิทรรศการของบาสนะเว้ย มึงจะไม่ไปได้ยังไง”

“กูไม่ได้เป็นญาติมัน มึงจะลากกูไปทำไม”

“แต่มึงเป็นแรงบันดาลใจของมันไง”

“แรงบันดาลใจพ่อง!”

ไอ้เพื่อนรักมันหัวเราะเสียงดังใส่ผม

“พีทอยากให้มึงไปด้วยไง เขาบอกว่ามีงานเซอร์ไพรส์ บาสจัดไว้พิเศษสำหรับมึงโดยเฉพาะ...ไม่อยากรู้หรือไง”

“กูไม่อยากรู้”

แต่สุดท้าย...ก็ต้องมาอยู่ดี เพราะพีทส่งข้อความมาว่า

“ถ้าไม่มาจะให้บาสวาดพี่ในท่าถือเกียร์ถอดเสื้อโชว์กล้าม” ข้อความของพีทที่ทำให้ผมอยากกัดลิ้นตาย

“ไอ้พีทแม่ง...” ผมสบถขณะเดินเข้าหอศิลป์ด้วยสีหน้าระอาสุดชีวิต

ทันทีที่เข้าไปในห้องจัดแสดง ภาพแรกที่เห็นคือ...รูปผมเต็มผนัง! ไม่ใช่แค่รูปเดียว สิบกว่ารูป! แต่ละรูปมีแคปชันสุดปั่นอย่างเช่น

“พี่ภาคในสภาพหลังโดนเกียร์สะกิดใจ”

“พี่ภาคกับแรงเสียดทานแห่งความรู้สึก”

“ศิลปะจากมุมองศา 0.005 บาร์”

“ไอ้เชี่ยบาส!!!”

ผมตะโกนเสียงหลง ส่วนบรรดานักศึกษาศิลปะกรรมที่อยู่แถวนั้นพากันหัวเราะคิกคัก

พระเอกกับพีทเดินตามมาข้างหลัง แล้วพีทก็พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“โห บาสวาดมึงเหมือนจริงมากเลย โดยเฉพาะรูปนี้ ตอนพี่ภาคกำลังทำหน้าหงุดหงิดเนี่ย เป๊ะ!”

“เป๊ะพ่อง!”

"อย่ามาหยาบคายใส่คนของกูไอ้ภาค" พระเอกมันชี้หน้าว่าผม น่าหมั่นไส้! ส่วนพีทก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ยืนมองหน้าเพื่อนของผม น่าตบให้คว่ำทั้งคู่

“พวกมึงสองคนสมรู้ร่วมคิดกับมัน แล้วมาปั่นกู”

"มึงคิดมากไปภาค" พระเอกมันว่าผม

ผมหันไปเจอเจ้าตัวต้นเหตุในชุดเชิ้ตสีขาวแขนพับ ดูเรียบร้อยกว่าปกติจนแทบจำไม่ได้ แต่คำพูดแรกของมันก็ยังทำให้ผมอยากปาเกียร์ใส่เหมือนเดิม

“พี่ภาคมาทันพอดีเลย เดี๋ยวอีกแป๊บจะมีเปิดภาพหลักของงาน”

“อย่าบอกนะว่า...”

“เป็นภาพพี่ภาคเวอร์ชันพิเศษ”

“ไอ้บาส!”

พีทหัวเราะเสียงดังเมื่อบาสพูดจบ

“เออ กูอยากเห็นว่ะ...ใช่ไหมครับพี่" พีทพูดขึ้นแล้วหันไปถามความเห็นเพื่อนของผม พีทก็กวนตีนใช่ย่อย ผมได้แต่ยืนลุ้นกำมือแน่น

"เปิดเลยบาส” พระเอกว่าต่ออย่างสนับสนุน อยากตบหัวคว่ำจริง ๆ ไอ้เพื่อนเลว

แล้วผ้าม่านก็ถูกดึงออก...จังหวะนั้นทั้งห้องเงียบลง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันเพราะบนผืนผ้าใบใหญ่เบิ้มคือภาพผม...ในชุดช็อปเต็มยศแต่กำลังถือกล่องข้าวอยู่ในมือ บนกล่องมีไข่ดาวรูปเกียร์วางอยู่ตรงกลาง ด้านล่างเขียนด้วยฟอนต์อาร์ตสวย ๆ ว่า

“ศิลปะแห่งความพยายามของพี่ภาค (ที่ปฏิเสธไม่สำเร็จ)”

ผมแทบจะเอาหน้าซุกพื้น โคตรอาย! เป็นไปได้อยากหายตัวจากตรงนั้นเลย

“มึง...” ผมหันไปทางบาสช้า ๆ

“ครับพี่?”

“มึงรู้ไหม...ตอนนี้กูอยากลงทะเบียนเรียนศิลปะกรรมแค่เพื่อจะมาล้มโต๊ะมึง”

“ถ้าพี่มาเรียนด้วย ผมยอมให้ทุกวันเลยครับ~”

“ฝันไปเถอะ!”

พีทเดินมาสะกิดบาส “เออบาส เดี๋ยวตอนจบงาน อย่าลืมชวนพี่ภาคขึ้นไปพูดบนเวทีนะ”

“พูด?! พูดอะไรอีกวะ!”

พระเอกยิ้มล้อ “ก็ในฐานะแรงบันดาลใจหลักของนิทรรศการสิ”

“กูจะฆ่าพวกมึงให้หมดเลย!!!”

ห้านาทีต่อมา...ผมถูกลากขึ้นเวทีพร้อมเสียงปรบมือ บาสยืนข้าง ๆ ถือไมค์พูดเสียงดัง

“ทุกคนครับ นี่คือพี่ภาควิศวะคนเก่งแรงบันดาลใจของผมครับ”

คนทั้งห้องปรบมือให้ ส่วนผมพูดแค่ประโยคเดียวก่อนจะเดินหนี

“ใครเจอเกียร์ผมฝากปาใส่เด็กคนนี้ที”

เสียงหัวเราะดังลั่นจนทั้งห้องแทบพัง ส่วนบาสยืนยิ้มหน้าบานเหมือนชนะรางวัลใหญ่

หลังจบงานพีทกับพระเอกเดินมาหาผมที่หน้าตึก

“กูว่ามึงกับบาสนี่แม่งเข้ากันดีว่ะ” พระเอกว่า

“ใช่เลย” พีทยิ้มก่อนพูดต่อ “เหมือนเกียร์กับพู่กัน ไม่ควรเข้ากันได้ แต่ดันหมุนคลิกพอดีทุกที”

“มึงสองคนอย่ามาโรแมนติกแทนกูนะเว้ย!”

พระเอกหัวเราะลั่นเมื่อผมพูดจบอย่างหัวร้อน

“กูก็พูดจริงนี่ มึงเห็นบาสไหม มันยิ้มจนแก้มแทบแตกแล้วนู่น”

ผมหันไปมอง...บาสยืนโบกมือไหว ๆ พร้อมกล่องข้าวอีกกล่องในมือ

“พรุ่งนี้จะวาด Ep.114 นะพี่ภาค~” บาสตะโกนพูดออกมา

ผมถอนหายใจยาวอย่างหน่ายใจ เหนื่อยฉิบหายตั้งแต่ได้รู้จักไอ้บาส ชีวิตผมโคตรวุ่นวาย

“กูจะไม่ดู...จะไม่ดูเด็ดขาด”

(แต่สุดท้ายก็เปิดดูอยู่ดีนั่นแหละ)

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel