3
“รู้ไหมว่าขยับแบบนี้มันเสียว” เขาช้อนสะโพกเธอขึ้นแล้วดุนดันท่อนเนื้ออวบใหญ่เข้าไปในร่องรักครั้งแล้วครั้งเล่า
“ครั้ง ครั้งต่อไปขออยู่ข้างบนบ้างได้ไหม” เธอพูดเสียงสั่นๆ รสรักรสสวาที่เขามอบให้ทำให้เธอเริ่มตราตรึงและติดใจอย่างไม่น่าเชื่อ เกิดมาเป็นสาวหลายปีเพิ่งรู้ว่าชายหญิงทำแบบนี้มันเสียวซ่านจับใจเหลือเกิน เธออยากให้เขาอยู่ในร่างของเธอ ตอดดุ้นอวบใหญ่และแข็งแกร่งเหยียดยาวเอาไว้ในร่องตลอดเวลา เสียดสีกับปุ่มกระสันจนเธอไปถึงจุดหมายปลายทางไม่หยุดพัก
เธอหลับไปคาอกเขา ในขณะที่ชายหนุ่มยังเกลี่ยผมเธอเล่น นอนมองเรือนร่างเปลือยเปล่าสมส่วนอย่างเสน่หา ผิวเนียนละเอียดของเธอทำให้เขาต้องพรมจูบไปทั่ว
“อื้อ...” เธอครางประท้วง นอนตะแคงหนี ร่างแข็งแกร่งก็เบียดชิดไปทางด้านหลัง จับขาเธอขึ้นและเสียบเข้าไปจนมิดโคน
“อ๊าย... ฉีกแล้ว” เธอกรีดร้องเสียงหลงดิ้นหนี แต่เขาใช้มือใช้กอดรวบหน้าอกอวบอิ่มเอาไว้ ดึงเธอมาชิดกับอกแกร่ง ในขณะที่สะโพกสอบยังสอยท่อนเนื้อเข้าไปในร่องรักจนน้ำหวานไหลเยิ้มออกมาอีกครั้ง
“คนเอาแต่ใจ”
“เธอนอนแก้ผ้ายั่วอารมณ์ฉัน ฉันอยากมากเลยตอนนี้ มันแข็งทนไม่ไหว ให้กระแทกอีกนิดแล้วจะให้นอน” คนเอาแต่ใจกระซิบเสียงดิบเถื่อนที่ริมหู ก่อนที่จะเอาจนร่างเธอสั่นคลอน
คำอ้ายเพิ่งรู้ว่าชายหญิงไม่ได้นอนเอากันอย่างเดียว ยืนเอา นั่งเอาได้หมด หลังจากนั้นเป็นการปรนเปรอสวาทของเขาที่ทำให้เธอได้ตื่นเต้นกับบทรักครั้งใหม่ๆ ตื่นมาตอนเช้าโดนเลียจนร่องเปียกแล้วเสร็จคาลิ้นเขา ก่อนจะโดนเสียบ แล้วจับมานั่งบนตักกระแทกกันอยู่พักใหญ่จนเธอเสร็จ
คำอ้ายก้มมองร่องตัวเองก่อนจะบ่นว่าบวมไปหมดแล้ว น้ำรักของเขาไหลเยิ้มไปตามเรียวขา
ภูผาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะช่วยเช็ดให้และอุ้มเธอไปอาบน้ำที่ริมลำธาร
“อ๊าย... ทำอะไรนี่” เธอประท้วงเมื่อเขาจับเธอหันเข้าหาหินก้อนใหญ่ก่อนจะให้โก่งโค้ง แยกขาออก
“เอาเธอท่าหมาไง”
“ร่องบวมหมดแล้ว”
“บวมก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวหายาสมุนไพรมาทาให้ ตอนนี้ขอเอาก่อน” เขากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มของเธอเอาไว้ แล้วเริ่มซอยกายเข้าไปในร่อง จนเธอขาสั่นพั่บ ๆ งอเข่าไปด้านหน้า เสร็จคาดุ้นเขาอีกในเวลาต่อมา
เธอรู้สึกว่าร่องแสบร้อน ทั้งยังรู้สึกเหมือนดุ้นของเขาดันเข้ามาในกายอยู่ตลอดเวลา
“อยากอยู่ข้างบนไม่ใช่เหรอ” พอมืดค่ำเขาก็ชวนเข้านอนเหมือนเป็นผัวเมียคู่ข้าวใหม่ปลามัน ช่วงนี้เธอมาพักที่นี่ ที่บ้านรู้และไม่ได้ห่วงอะไรเพราะเธอโตมากับป่า และช่วงนี้การหาอาหารและปรุงอาหารให้กินเป็นเขาเสียส่วนใหญ่ เธอจึงนั่งกินนอนกินเหมือนเมียรอผัวดูแล ดังนั้นพอตกค่ำ เขาชวนมาเล่นบทสวาทเธอจึงตื่นเต้นและยินยอมตามประสาเด็ก
“อยากสิ”
“เอาร่องมาถูกับดุ้นสิ ถูจนเสียวค่อยกดแล้วค่อยโยกไปมา ลองทำดูแล้วจะชอบ” เหมือนโดนหลอกให้ทำรักให้เขา แต่เธอกลับตื่นเต้นยินยอมเสียอย่างนั้น
ทำตามที่เขาบอก เสียดสีร่องหยาดเยิ้มไปกับส่วนปลายของความแข็งแกร่ง แล้วรู้สึกว่าเสียวดี เพราะปลายท่อนของเขาสัมผัสเสียดสีกับติ่งกระสันของเธอ
“อ๊าย...” เธอหวีดร้องเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ เธอกำลังเผลอเขาก็รวบเอวเธอไว้มั่นแล้วกดดุ้นพรวดขึ้นมาจนมิดโคน
เธอกดมือที่หน้าท้องแกร่งขยับสะโพกด้วยความเสียว โดนดุ้นเขามาหลายวันจนเริ่มชิน จึงไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ พอโดนกดมิดโคนก็เสียวจนสมองเบลอไปหมด
“โยกสิ เหมือนที่ฉันทำขยับขึ้นลง เดี๋ยวช่วย” เธอลองทำดู พอเธอกดเขาก็กด กายส่วนกลางกระแทกเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง คำอ้ายกรีดร้องเสียงหลงท่ามกลางป่าลึกด้วยความเสียวซ่าน ก่อนที่เธอจะผวากอดเขาเอาไว้แน่น แล้วตอดดุ้นอย่างรุนแรงน้ำหวานฉีดพร่าออกมาอย่างรุนแรง
“เสร็จเหรอ” เขากระซิบถาม ลูบไล้แผ่นหลังของเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะโดนพลิกร่างลงนอนหงาย เขาขึ้นคร่อมและเริ่มซอยจังหวะเข้าออกอีกครั้ง หลังจากจับขาเธอขึ้นพาดบ่า
แสงแดดอุ่นๆ ยามสายทอประกายลอดผ่านใบไม้ ท่ามกลางเสียงนกป่าร้องระงมและเสียงลำธารไหลริน
คำอ้ายค่อยๆ เปลือกตาขึ้นด้วยความสะลึมสะลือ ร่างกายระบมไปทั่วทุกสัดส่วนจากบทรักอันมาราธอนที่ลากยาวตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แต่แปลกที่ความเจ็บปวดนั้นเจือปนไปด้วยความอิ่มเอมใจอย่างประหลาด เมื่อเธอหันไปมองด้านข้าง ก็พบว่าแคร่ไม้ไผ่อีกฝั่งว่างเปล่าเสียแล้ว
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของปลาเผาและแกงหน่อไม้ป่า ภูผาในสภาพเปลือยท่อนบน อวดมัดกล้ามล่ำสันและซิกแพครูปสลัก เดินถือกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำและสำรับอาหารเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาระยิบระยับ
“ตื่นแล้วเหรอ เจ็บมากไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู
คำอ้ายหน้าแดงซ่าน รีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน
“คนบ้า... ถามมาได้ ใครจะไปหน้าด้านเหมือนนายเล่า ปวดระบมไปหมดแล้วเนี่ย!”
ภูผาหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาววางสำรับลงข้างแคร่ ก่อนจะดึงผ้าห่มออกแล้วยกถ้วยยาต้มสมุนไพรมาจ่อปากเธอ พร้อมกับเอื้อมมือไปนวดคลึงช่วงเอวและขาให้เธออย่างเบามือ ความใส่ใจแบบเงียบๆ ของเขาทำให้คำอ้ายใจเต้นระส่ำ ความรู้สึกต่อต้านที่มีในตอนแรกมลายหายไปสิ้น กลายเป็นการใช้ชีวิตคู่แบบสามีภรรยาในกระท่อมอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีเจ้าถ่านนอนกระดิกหางมองดูเจ้านายทั้งสองด้วยความรู้หน้าที่
ตกเย็น…
แสงอาทิตย์สีส้มสาดส่องกระทบผืนป่า บรรยากาศเงียบสงบและเย็นสบาย ภูผานั่งพิงเสาไม้หน้ากระท่อม ถอดเสื้อเผยให้เห็นมัดกล้ามแน่นตึงและรอยแผลเป็นจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่พาดผ่านแผ่นอกแกร่ง
คำอ้ายเดินถือผ้าชุบน้ำหมาดๆ ออกมานั่งลงข้างๆ สายตากวาดมองร่องรอยบาดแผลเหล่านั้นด้วยความรู้สึกใจหาย เธอนึกย้อนไปถึงวันแรกที่พบเขานอนจมกองเลือดริมลำธาร เกือบเอาชีวิตไม่รอด หากเธอไม่ช่วยไว้ป่านนี้เขาคงเป็นเหยื่อเสือไปแล้ว
มือเรียวเล็กยื่นไปแตะแผงอกแกร่งอย่างเบามือ นิ้วเรียวไล้ไปตามรอยแผลเป็นเหล่านั้นช้าๆ ก่อนที่คำอ้ายจะโน้มใบหน้าลงไป จูบซับปลอบโยน ไปตามรอยแผลเป็นทั่วแผ่นอกอย่างอ่อนโยน เพื่อสื่อความรู้สึกขอบคุณที่เขายังมีชีวิตอยู่และอยู่เคียงข้างเธอในตอนนี้
สัมผัสที่นุ่มนวลและวาบหวิวทำเอาลมหายใจของภูผาสสะดุดกึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวด้วยประกายไฟปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความอ่อนโยนของเธอในตอนนี้ช่างเย้ายวนใจเสียจนเขาแทบคลั่ง
“ทำแบบนี้ อยากโดนอีกรอบหรือไง” เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมหู
คำอ้ายชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความเขินอาย แต่ในเมื่อใจมันเรียกร้องและเธอเองก็เริ่มติดใจในรสสวาท สาวน้อยบ้านไพรจึงมีความกล้าหาญแปลกๆ ผุดขึ้นมาในหัว
“ใครว่า ฉันแค่อยากดูแลนายบ้างต่างหากเล่า” คำอ้ายเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเขิน แต่แววตากลับท้าทาย
พูดจบ คำอ้ายก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายรุก เธอจัดการกดร่างกำยำให้นอนราบลงกับแคร่ไม้ไผ่ทันที ภูผาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจแกมพึงพอใจ ปล่อยให้แม่เสือสาวมือใหม่ได้แสดงฝีมือตามใจชอบ
คำอ้ายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะขยับตัวลงไปที่หว่างขาแกร่ง เธอใช้เรียวลิ้นอุ่นร้อนละเลียดเลียความเป็นชายของเขา ปรนเปรอความเสียวซ่านให้กับท่อนเนื้อใหญ่โตที่เริ่มผงาดง้ำสู้มืออย่างตั้งอกตั้งใจ ลีลาที่แม้จะเก้ ๆ กัง ๆ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจและสัมผัสที่ดูดดื่มของเธอนั้น ทำเอาภูผาถึงกับสะท้านเฮือก มือหนากำหมัดแน่น ขยุ้มกลุ่มผมยาวสลวยของเธอไว้ด้วยความเสียวซ่านจนสมองแทบเบลอ
“ซี๊ด... อื้อหือ คำอ้าย... เก่งมากเด็กดี” เสียงทุ้มต่ำครางกระเส่าด้วยความเร่าร้อน
