ระบำรักกลางไพร

42.0K · จบแล้ว
พันสิงห์
20
บท
16
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อโชคชะตาผลักดันให้ "เขา" และ "เธอ" ต้องเผชิญหน้ากับพายุร้ายแห่งความแค้นและตัณหา จนเกือบทำลายทุกสิ่งให้แหลกสลาย ทว่าด้วยหัวใจที่มั่นคงและอ้อมกอดอันอบอุ่นของนายพรานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล จึงพัดพาให้ผืนป่าห้วยหมอกกลับมาผลิบานด้วยความรัก ทายาทตัวน้อย และรอยยิ้มที่งดงามที่สุดอีกครั้ง

นิยายรักโรแมนติกนางเอกเก่งรักหวานๆดราม่าโรแมนติกพระเอกเก่งผู้ชายอบอุ่น25+รักแท้

1

แสงแดดช่วงสายส่องทะลุผ่านเรือนยอดไม้หนาแน่นของป่าลึก ลมพัดโชยกลิ่นไอชื้นของดินและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยมาตามลม คำอ้าย ในชุดลุยป่าทะมัดทะแมง สะพายหน้าไม้คู่ใจไว้ที่ไหล่และเหน็บมีดพกสั้นไว้ที่เอว เดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ในเขตพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นที่ดินมรดกตกทอดของครอบครัวที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาพลุกพล่าน

ที่นี่เธอนอนค้างแรมคนเดียวได้อย่างสบายใจเพราะคุ้นเคยกับผืนป่าเป็นอย่างดี แถมเธอยังพกทั้งหน้าไม้ ทั้งปืนพกสั้นกระบอกเก่าที่พ่อมอบให้อุ่นใจ และมีฝีมือการต่อสู้ป้องกันตัวติดตัวมาตั้งแต่เด็ก สาวน้อยบ้านไพรอย่างเธอจึงไม่เคยกลัวเกรงสิ่งใดในพงไพรนี้เลย

โฮ่ง! โฮ่ง!

เสียงเห่าก้องกังวานของ สุนัขสีดำสนิทตัวใหญ่ ขนเงางามดังแหวกพงหญ้าขึ้นมา เจ้าตูบตัวนั้นวิ่งกระวนกระวายเข้ามาหาเธอ มันส่งเสียงครางฮื่อ พลางใช้ปากงับชายเสื้อของคำอ้ายแล้วออกแรงดึงสุดกำลัง ดวงตาของมันแดงก่ำด้วยความร้อนรนราวกับจะบอกว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น

“แกเป็นหมาใครเนี่ย เกิดอะไรขึ้น พาฉันไปดูซิ” คำอ้ายขมวดคิ้วเอ่ยดุเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าวิ่งตามสุนัขสีดำตัวโตลัดเลาะไปตามลำธารห้วยลึกที่ไหลเชี่ยกราก

ไม่นานนัก สุนัขตัวนั้นก็พาเธอมาหยุดอยู่ที่โขดหินใหญ่ริมลำธาร ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คำอ้ายต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ริมน้ำ เสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บสัตว์ร้ายและบาดแผลฉกรรจ์ เลือดสีแดงสดไหลซึมเปรอะเปื้อนโขดหิน

คำอ้ายรีบปราดเข้าไปใกล้ เธอกวาดสายตาสํารวจรอบตัวอย่างระแวดระวัง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอันตรายอื่น จึงคุกเข่าลงใช้มือแตะคอหนาเพื่อเช็กชีพจร

“ยังมีลมหายใจ ให้ตายสิ อย่ามานอนตายตรงนี้เด็ดขาดนะ”

ด้วยความเป็นสาวบ้านป่าที่แข็งแกร่งและคล่องแคล่ว คำอ้ายไม่รอช้า เธอจัดการตัดไม้ไผ่ลำตรงขนาดเหมาะมือมาเหลาและมัดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วด้วยเชือกกล้วยป่า จนกลายเป็น “เปลไม้ไผ่” เฉพาะกิจ ด้วยความช่วยเหลืออย่างรู้ใจของเจ้าหมาดำตัวใหญ่ที่ช่วยออกแรงลาก คำอ้ายออกแรงสุดกำลังจนสามารถพาร่างหนักอึ้งของชายหนุ่มขึ้นมาวางบนเปลได้สำเร็จ แล้วลากลัดเลาะป่ากลับมาถึงกระท่อมปลายนาของเธอจนได้

เมื่อมาถึงกระท่อม คำอ้ายจัดการจุดตะเกียงและเตรียมน้ำอุ่นกับสมุนไพรสดเพื่อทำแผล เธอใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและชุ่มเลือดออกทีละชิ้น เพื่อทำความสะอาดบาดแผลตามลำตัวให้เขา

และวินาทีที่เสื้อตัวสุดท้ายถูกเปิดออก คำอ้ายก็เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเรียวรีมองสำรวจเรือนร่างของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตะลึง รูปร่างของเขาช่างกำยำล่ำสันสมชายชาตรี ไหล่กว้างหนาแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเป็นลอนสวย หน้าท้องแบนราบที่มีซิกแพคเรียงตัวชัดเจนราวกับรูปสลัก ตัดกับรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ที่พาดผ่านแผ่นอกแกร่ง ยิ่งขับเน้นให้ความดิบเถื่อนเซ็กซี่พุ่งทะลักออกมาอย่างปฏิเสธไม่ได้

“หุ่นบึกบึนอย่างกับเสือ ตัวก็น้ำหนักเยอะเป็นบ้า” คำอ้ายพึมพำเบาๆ หน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายที่ต้องมานั่งเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ผู้ชายเปลือยเปล่าเรือนร่างล่ำสันขนาดนี้ เธอใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามแผงอกและซิกแพคแน่นตึงนั้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก

ขณะที่เธอกำลังวุ่นอยู่กับการทำแผล เจ้าหมาดำตัวโตก็เดินเข้ามาหมอบเฝ้าอยู่ข้างแคร่ไม่ห่าง ดวงตาสสีดำสนิทมองเจ้านายของมันสลับกับคำอ้ายด้วยแววตาฉลาดเฉลียว คำอ้ายมองมันแล้วเอ่ยพึมพำด้วยความเอ็นดู

“เอาล่ะ… ในเมื่อแกตัวดำปี๋แถมยังรักนายขนาดนี้ ต่อไปฉันขอเรียกว่า ‘เจ้าถ่าน’ ก็แล้วกันนะเจ้าตูบ”

ตกดึก…

ภายในกระท่อมไม้ไผ่เงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ เจ้าถ่านนอนขดตัวเฝ้าอยู่หน้าแคร่ของผู้เป็นนายอย่างจงรักภักดี

ส่วนคำอ้ายนอนพลิกตัวไปมาบนฟูกอีกมุมหนึ่งของห้อง สมองของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับภาพมัดกล้ามล่ำสันและแผงอกหนาแน่นของชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้น ความเหนื่อยล้าจากการลากเปลไม้ไผ่ผสมผสานกับความวับ ๆ แวม ๆ ที่ได้สัมผัสในช่วงเย็น ทำให้พิษสวาทก่อตัวขึ้นในความรู้สึกอย่างเงียบเชียบ

ในความฝัน คำอ้ายรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น

ในความฝัน ใบหน้าคมเข้มของเขาดุดันและเย็นชา ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอด้วยความกระหาย ชายหนุ่มแปลกหน้าคร่อมทาบทับเรือนร่างของเธอไว้ มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า คำอ้ายในความฝันพยายามดิ้นรนต่อสู้ตามสัญชาตญาณ แต่ปากเจ้ากรรมกลับสั่นระริกด้วยความตื่นกลัวและเสียวซ่าน

“แม่สาวน้อย…” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบข้างใบหู รัญจวนกระชากวิญญาณ

ในความฝันนั้น ร่างกายของเขาร้อนระอุราวกับเตาไฟ ลมหายใจอุ่นจัดรดรินซอกคอขาวผ่อง ก่อนที่เขาจะบดริมฝีปากลงมาจูบเม้มอย่างดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อน มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่า ปลุกเร้าความรู้สึกวาบหวิวที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความเสียวซ่านแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิวจนคำอ้ายแอ่นอกรับสัมผัส เผลอครางเสียงหลงออกมาด้วยความกระสันซ่านในความฝันอันลึกซึ้งนั้น ร่างกายบิดเร้าเข้าหากันอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำในกลางป่าลึก

พรึบ!

คำอ้ายสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นนั่งพรวดจากฟูก เธอหอบหายใจสะท้านโยน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแรง เหงื่อกาฬไหลซึมชุ่มโชกแผ่นหลังและไรผมจนเปียกชุ่ม ใบหน้าของเธอแดงก่ำร้อนผ่าวราวจับไข้ มือเรียวรีบยกขึ้นมาจับแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าว หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก

เธอกวาดสายตามองไปทางมุมห้องที่ร่างหนายังคงนอนนิ่งหายใจสม่ำเสมอด้วยพิษไข้ โดยมีเจ้าถ่านนอนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง คำอ้ายยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความอายจัด พึมพำกับความมืดเบาๆ ด้วยความสั่นสะท้าน

“ให้ตายสิ… ฉัน… ฉันฝันลามกอะไรลงไปเนี่ย!”

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านร่มเงาไม้หนาทึบเข้ามาในกระท่อมไม้ไปลายนา ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรป่าและกลิ่นดินชื้น

ตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็มที่ผ่านมา ภูผายังคงต้องนอนพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บสาหัสและพิษไข้ที่รุมเร้า แม้เขาจะเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันและมีสัญชาตญาณความเป็นนายพรานที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่บาดแผลจากกรงเล็บสัตว์ร้ายและรอยกระสุนก็ทำให้เขาต้องนอนซมอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ขยับตัวไปไหนไม่ได้ดั่งใจ

ในยามนี้ คำอ้ายสวมบทบาทเป็นพยาบาลสาวบ้านป่าคอยดูแลเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกวันเธอจะเดินเข้าป่าลึกไปหาหัวยาและสมุนไพรพื้นบ้านมาตำพอกแผลให้เขาอย่างเบามือ ต้มยาหม้อรสขมปี๋ป้อนให้ถึงปาก และคอยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่ามกลางความเงียบขรึมของชายหนุ่ม

และทุกๆ วัน ก็จะมีเจ้าหมาดำตัวใหญ่ที่คำอ้ายตั้งชื่อให้มันว่า “เจ้าถ่าน” มาคอยนอนหมอบเฝ้าอยู่ข้างแคร่ไม่ห่าง คำอ้ายมักจะย่อตัวลงใช้มือลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู พลางส่งเสียงใสชมมันด้วยรอยยิ้ม

“เก่งมากเจ้าถ่าน แกนี่มันหมาแสนรู้จริงๆ น่ารักที่สุดเลย”

ภูผาที่นอนนิ่งอยู่บนแคร่ ปรายตามองภาพนั้นเงียบๆ มุมปากหนาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ ที่ซ่อนไว้ใต้ความเย็นชา ลึกๆ แล้ว เขารู้สึกหวั่นไหวและเอ็นดูแม่สาวน้อยคนนี้ตั้งแต่แรกเห็นที่เธอเสี่ยงชีวิตช่วยเขาขึ้นมาจากลำธาร แม้เขาจะเป็นคนพูดน้อยและนิ่งขรึมตามนิสัย แต่เขากลับยอมตามใจความเอาแต่ใจแบบเด็ก ๆ ของคำอ้ายทุกอย่าง อย่างเช่นเวลาที่เขาแกล้งงอแงไม่ยอมกินยาขม คำอ้ายก็จะทำหน้ามุ่ยบ่นงุ้งงิ้งเกลี้ยกล่อมจนเขาต้องยอมกลืนลงคอ หรือเวลาที่เธอสรรหาเผือกมันปิ้งและปลาเผาร้อนๆ มาป้อน เขาก็ยอมกินแต่โดยดี สร้างความอบอุ่นหัวใจให้กับพรานหนุ่มผู้โดดเดี่ยวกลางป่าลึกอย่างเงียบๆ

จนกระทั่งเข้าสู่วันที่เจ็ด อาการบาดเจ็บของภูผาก็เริ่มสมานตัวและแข็งแรงขึ้นมากจนเขาสามารถลุกขึ้นยืนและเดินเหินได้คล่องแคล่วพอสมควร