2
ในช่วงบ่าย อากาศอบอ้าวทำให้คำอ้ายตัดสินใจถือตะกร้าใส่ผ้าและถังน้ำเล็กๆ เดินมุ่งหน้าไปยังลำธารใสสะอาดหลังกระท่อม เพื่ออาบน้ำและซักผ้าผ่อนที่สะสมมาหลายวัน ระหว่างที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามโขดหินริมน้ำเพื่อหาจุดที่น้ำไม่ลึกเกินไปนั้น เท้าเรียวก็บังคับก้าวพลาดไปเหยียบโดนก้อนหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำเขียวขจีเข้าอย่างจัง!
ลื่น!
“อุ๊ย! ว้าย!”
คำอ้ายร้องกรีดเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางเสียหลักหงายหลังล้มคะมำลงไปในกระแสน้ำตื้นริมลำธาร น้ำกระจายกระเซ็นเปียกปอนไปทั่วทั้งร่าง เสื้อผ้าแนบลู่ติดเรือนร่างเผยส่วนโค้งเว้าเย้ายวนตา
ในเสี้ยววินาทีนั้น ภูผาที่กำลังยืนผิงต้นไม้อยู่ไม่ไกลเพื่อสูดอากาศและได้ยินเสียงร้องตกใจของเธอพอดี สัญชาตญาณความเป็นนายพรานและห่วงใยพุ่งพล่าน เขากระโจนพุ่งพรวดออกจากพุ่มไม้ปรี่เข้าไปช้อนอุ้มร่างของคำอ้ายขึ้นมาจากน้ำได้อย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะสำลักน้ำไปมากกว่านั้น
ทั้งคู่ยืนแนบชิดกันอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำเย็นเฉียบ หยดน้ำเกาะพราวตามใบหน้าและเรือนร่างที่เปียกปอน ดวงตาคมกริบของภูผาสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยของคำอ้ายในระยะประชิด หัวใจของทั้งสองดวงเต้นกระหน่ำโครมครามแข่งกับเสียงสายน้ำไหล
เมื่อตั้งสติได้ ความเขินอายและความงอนก็เข้ามาแทนที่ คำอ้ายหน้าแดงซ่านด้วยความฮึดฮัด เธอใช้มือเรียวตีเข้าที่อกแกร่งเบาๆ แล้วเชิดหน้าต่อว่าเขาด้วยความหมั่นไส้
“นี่! มาแอบดูฉันอาบน้ำเหรอ ไอ้คนลามก!”
ภูผาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุดันฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความเอ็นดูวับวาม แทนที่เขาจะแก้ตัว ชายหนุ่มกลับกระชับวงแขนที่โอบเอวบางไว้แน่นขึ้น ขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นจัดรดรินซอกคอขาวผ่อง
“ปากดีนักนะแม่สาวน้อย” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหูของเธอ
“พูดแบบนี้ ต้องโดนทำโทษให้เข็ด”
สิ้นคำพูดนั้น ภูผาก็ไม่รอให้คำอ้ายได้เอ่ยปากเถียงอะไรต่อ เขาบดริมฝีปากลงมาประกบจูบเม้มกลีบปากนุ่มอย่างดุดัน เร่าร้อน และปราบพยศริมลำธาร ท่ามกลางม่านไอน้ำธรรมชาติและเสียงน้ำไหลริน คำอ้ายเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่ความซาบซ่านจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความตื่นกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความหวามไหว เรียวปากที่พยายามต่อว่าถูกปิดสนิทด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้อย่างเอาแต่ใจ
มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกอิ่มที่เปียกชื้น ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นกลางผืนป่า จนร่างบางอ่อนระทวย ซุกซบคาอกแกร่งด้วยความซาบซ่านและยอมจำนนต่อบทจูบอันแสนดุดันของนายพรานหนุ่ม
แสงแดดยามสายทอประกายลอดผ่านเรือนยอดไม้หนาทึบลงมา อาการบาดเจ็บของภูผาหายเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายกำยำล่ำสันกลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความคล่องแคล่วสมชายชาตรี
เช้าวันนั้น คำอ้ายกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมตะกร้าและสะพายหน้าไม้คู่ใจเพื่อจะออกไปหาเสบียงและเก็บผักผลไม้ป่ามาตุนไว้สำหรับหลายวันข้างหน้า ภูผาที่ยืนมองอยู่เงียบๆ จึงก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบมองเธอด้วยแววตานิ่งขรึมแต่ทว่าอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“วันนี้ฉันจะไปช่วย อยู่คนเดียวอันตราย” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกเรียบ ๆ แต่เด็ดขาด
คำอ้ายชะงักไปนิด เธอแอบค้อนใส่เขาเบาๆ ตามประสาเด็กเอาแต่ใจ
“อยากไปก็ไปสิ” ถึงจะทำเป็นปากยื่นปากยาวใส่ แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
เมื่อตกลงกันได้ ทั้งคู่ก็ออกเดินทางลัดเลาะเข้าป่าลึกไปพร้อมกับเจ้าถ่าน หมาดำตัวโตที่วิ่งนำหน้าสำรวจเส้นทางอย่างร่าเริง ระหว่างทาง ภูผาคอยดูแลระแวดระวังภัยให้ทุกฝีก้าว เขาช่วยใช้มีดพกถางพงหญ้ารกชะครึ้มเปิดทางให้ และคอยสอนวิธีสังเกตพืชสมุนไพรกับร่องรอยสัตว์ป่าให้คำอ้ายด้วยความใส่ใจ
เธอคอยมองเขาเงียบๆ ก่อนหน้านี้เคยเอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนามแล้ว แต่เขาความจำเสื่อม อาจเพราะโดนทำร้ายมา นั่นทำให้เธอยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร จึงเรียกเขาว่านาย
ในจังหวะที่เจ้าถ่านวิ่งนำลิ่วไปไกลแล้วหันมาเห่าเรียก นายพรานหนุ่มก็หลุดปากเอ่ยออกมาด้วยความคุ้นเคย
“เจ้าถ่าน อย่าวางใจนัก มารวมกลุ่มกันเร็วเข้า”
คำอ้ายชะงักฝีเท้า หันไปมองหน้าเขาแล้วหลุดหัวเราะคิกคักออกมา
“แหม... เรียกชื่อเจ้าถ่านได้คล่องปากเชียวนะ นายจำที่ฉันตั้งให้ได้ด้วยเหรอ”
ภูผาชะงักไปนิด มุมปากหนาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น เขายื่นมือหนาไปยีหัวทุยของเธอเบาๆ อย่างหมั่นไส้
“หมามันฉลาด... เหมือนคนตั้งชื่อนั่นแหละ”
คำอ้ายหน้าแดงซ่าน รีบสะบัดหน้าหนีแก้เขินแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวนำหน้าไปทันที
ตลอดทั้งวัน ทั้งคู่ช่วยกันขุดเผือกมัน หาผักป่า และดักจับปลาในลำธาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่ผูกพันกันโดยไม่รู้ตัว ความเย็นชาดุดันในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยเงียบๆ ของนายพรานหนุ่ม และความดื้อรั้นน่ารักของสาวบ้านป่า
ตกเย็น…
ท้องฟ้าด้านนอกแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทึบ เมฆฝนก้อนใหญ่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมผืนป่า ก่อนที่พายุฝนป่าจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง สายฝนสาดซัดกระทบหลังคาร่างกระท่อมไม้ไผ่ดังสนั่นหวั่นไหว อากาศในป่าลดอุณหภูมิลงจนเย็นเยียบ
ภายในกระท่อมมีเพียงแสงสว่างสลัวจากตะเกียงน้ำมัน เจ้าถ่านขดตัวนอนหลับสบายอยู่ข้างเตาไฟอุ่นๆ ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มสาวอยู่กันตามลำพัง
ภูผานั่งพิงเสาไม้ มองคำอ้ายที่กำลังยืนเช็ดผมที่เปียกชื้นบางส่วนอยู่ใกล้ๆ แสงไฟสลัวขับเน้นให้ผิวเนียนนุ่มและสัดส่วนเย้ายวนสะดุดตา ความปรารถนาที่เก็บงำมาตลอดตั้งแต่เหตุการณ์ริมลำธารปะทุขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวคำอ้ายอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว วงแขนแข็งแรงรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแผ่นหลังนุ่มแนบติดกับแผงอกแกร่ง
“อุ๊ย! นาย... จะทำอะไร ปล่อยนะ” คำอ้ายตกใจอุทานเสียงหลง พยายามจะบิดตัวหนีด้วยความเขินอาย
แต่มีหรือที่นายพรานหนุ่มผู้เอาแต่ใจจะยอมปล่อย ภูผาก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่
“หนาวไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันทำให้หายหนาวเอง”
สิ้นคำพูดนั้น เขาก็ช้อนอุ้มร่างบางลอยหวือขึ้นจนคำอ้ายต้องรีบคล้องคอเขาไว้แน่นด้วยความตกใจ แล้วพาเดินตรงไปยังมุมห้องที่มี “กองฟาง” นุ่มๆ หนาแน่นปูรองอยู่สำหรับการพักผ่อน
ภูผากวางเธอนอนราบลงบนกองฟางนุ่ม กลิ่นอายของฟางข้าวและกลิ่นดินชื้นผสมผสานกับลมหายใจอุ่นจัด ชายหนุ่มทาบทับร่างกำยำลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธ
ริมฝีปากหยักหนาบดจูบลงมาที่กลีบปากนุ่มอย่างดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อน รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและโหยหาทำให้คำอ้ายสั่นสะท้าน มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ปลดเปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้นด้วยความชำนาญจนร่างเปลือยเปล่าแนบชิดกันอย่างไร้สิ่งกีดขวาง
ท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดอยู่นอกกระท่อม ความเร่าร้อนภายในกลับแผดเผาจนอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ภูผามอบบทรักครั้งแรกที่ทั้งลึกซึ้ง ดุดัน และรุนแรง แต่เต็มไปด้วยความรักและความโหยหาที่อัดแน่นอยู่ในอก เสียงครางหวานกระเส่าของคำอ้ายประสานไปกับเสียงฝนตกและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่ม หลอมรวมร่างกายและจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์
เสียงหอบหายใจฟืดฟาดดังประสานกันอย่างรุนแรง คำอ้ายแผดเสียงครวญครางทุกครั้งที่โดนกดท่อนเนื้อเข้ามาในร่องแดงฉ่ำที่ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน
“เจ็บเหรอ” เขาชะงักก่อนจะจูบซับน้ำตาที่หางตา แพขนตาดกหนาขยับเบาๆ ในขณะที่เธอขยับสะโพกไปมาด้วยความอึดอัด
