บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 ผู้ร้ายปาไข่

รถม้าของจวนแม่ทัพเคลื่อนออกจากค่ายทหารช้ากว่าที่ควรจะเป็น เพราะเฉินเฟิงยืนกำชับคนขับรถม้าอยู่พักหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังส่งภารกิจลับของกองทัพ มากกว่าส่งฮูหยินแม่ทัพกลับจวน

ทันทีที่ล้อรถม้าพ้นประตูค่าย เสียงกลไกเย็นเยียบก็ดังขึ้นในห้วงสติของเซี่ยหราน

(ติ๊ง)

(ภารกิจย่อยสำเร็จ ทำขนมดอกเหมยด้วยตนเอง และนำไปส่งยังค่ายทหาร รางวัล : คะแนนชะตา +10 คะแนนชะตาปัจจุบัน : 20)

‘แค่นี้ก็ผ่านแล้วหรือ’ เซี่ยหรานกะพริบตาปริบๆด้วยความงุนงง นางยังนึกว่าต้องรอให้ไอ้แม่ทัพหน้าตายกินขนมของนางเสียก่อน และราวกับอ่านความคิดของนางออก เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง

(เงื่อนไขภารกิจคือ ‘นำส่งสำเร็จ’ มิใช่ ‘รับประทานสำเร็จ’ )

มุมปากเซี่ยหรานกระตุก ‘ก็ดี อย่างน้อยเจ้าก็ยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง’

เสียงระบบเงียบลง เหลือเพียงเสียงล้อรถม้าครูดผ่านพื้นหิน

นางเพิ่งผ่านศึกที่หนึ่งของวันมาอย่างหวุดหวิด ศึกนั้นไม่มีดาบ ไม่มีเลือด แต่มีซูชิงเยว่ผู้ถือเฉียวกั่วมาอย่างงดงาม มีใต้เท้าซูผู้ยิ้มราวกับผู้ใหญ่ใจดี ทั้งที่สายตาคมกริบเสียยิ่งกว่าตาชั่งทอง และมีหยางเมิ่งหัว ผู้รับกล่องอาหารของนางไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้ว่าหัวใจของนางแทบหล่นลงพื้นไปแล้วครึ่งดวง

ตอนเขาดุนางเรื่องมาค่ายทหารโดยไม่บอกกล่าว เซี่ยหรานเถียงเขาในใจไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบประโยค แต่พอนึกถึงตอนเขาสั่งเฉินเฟิงให้ส่งนางกลับจวนอย่างปลอดภัย ความโมโหก็เหมือนถูกใครเอาผ้าห่มมาคลุมไว้ จะด่าเต็มปากก็ไม่ถนัด จะยอมรับว่าเขาเป็นห่วงก็รู้สึกเสียหน้าเกินไป

ชิงเหอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือประสานไว้บนตักเรียบร้อย แต่สายตาลอบมองเจ้านายสาวอยู่เป็นระยะ ตั้งแต่ออกจากค่าย ฮูหยินของนางถอนหายใจไปหลายครั้ง บางคราวทำหน้าหงุดหงิด บางคราวกลับเผลอยิ้มมุมปาก ราวกับกำลังทะเลาะกับตัวเองอยู่เงียบๆ

“ฮูหยินยังคิดถึงเรื่องท่านแม่ทัพอยู่หรือเจ้าคะ” น้ำเสียงของสาวใช้ไม่ได้ล้อเลียน มีเพียงความสงสัยอย่างใสซื่อเท่านั้น

“ข้าไม่ได้คิดถึงเขา” เซี่ยหรานตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนรีบเสริม “ข้าเพียงคิดว่าท่านแม่ทัพน่าสงสารมาก เกิดมาทั้งที ปากก็มีเหมือนคนอื่น แต่กลับใช้พูดให้คนฟังปวดหัวมากกว่าเบิกบานใจ”

ชิงเหอกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น หลายปีที่นางติดตามลู่หว่านอวี๋ นางไม่เคยได้ยินผู้เป็นนายพูดถึงท่านแม่ทัพเช่นนี้เลย

วาจานั้นไม่ใช่ความหลงใหล หรือความแค้นเคือง แต่เป็นความหงุดหงิดที่ฟังแล้วชวนให้ยิ้มมากกว่า

“บ่าวกลับคิดว่า วันนี้ท่านแม่ทัพพูดกับฮูหยินมากกว่าที่เคยพูดกับคนอื่นหลายเท่านักเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นเซี่ยหรานเงียบไป ชิงเหอจึงรีบพูดต่อ

“บ่าวไม่ได้หมายความว่าท่านแม่ทัพพูดเพราะนะเจ้าคะ เพียงแต่อย่างน้อย…ท่านก็ไม่ได้เมินเฉย”

คำว่า ‘ไม่ได้เมินเฉย’ ทำให้เซี่ยหรานชะงัก นางหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ม่านรถม้าปลิวไหวตามแรงลม

รถม้าค่อยๆ เคลื่อนผ่านย่านตลาด ผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าดังสลับกับเสียงเกวียนแล่นผ่าน

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในค่ายทหาร เซี่ยหรานก็อดหัวเราะในใจไม่ได้

เพียงครึ่งวัน นางต้องแข่งขนมกับนางเอกต้นฉบับ ถูกสามีดุ ถูกจับมือออกต่อหน้าคู่แข่ง และยังต้องยิ้มจนแก้มแทบค้าง

การมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้เหนื่อยกว่าที่นางคิดไว้มาก แต่เมื่อคิดถึงคะแนนชะตาที่เพิ่งเพิ่มขึ้นอีกสิบแต้ม เซี่ยหรานก็สูดลมหายใจลึก

อย่างน้อย สิ่งที่นางทำก็ไม่เสียเปล่า

นางก้มมองกำไลหยกในข้อมือข้างซ้ายที่ฮูหยินผู้เฒ่ามอบให้ ปลายนิ้วลูบผ่านลายไม้เรียบๆ เบาๆ

คะแนนชะตาเพิ่มขึ้นได้ด้วยการทำภารกิจ แต่ความไว้วางใจของผู้คน คงไม่มีตัวเลขมาบอก

สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าฮุ่ยผิงผุดขึ้นในความทรงจำ

ผู้สูงวัยผู้นั้นไม่เชื่อนางทั้งหมด แต่ก็ยังยอมมอบกำไลหยกให้ และยอมเปิดโอกาสให้นางพิสูจน์ตัวเอง

เมื่อเทียบกับหยางเมิ่งหัวที่ยังมองนางเหมือนตัวต้นเหตุของความวุ่นวายทุกอย่างแล้ว บางที คนที่นางควรตอบแทนก่อน อาจเป็นฮูหยินผู้เฒ่าต่างหาก

“ชิงเหอ” เซี่ยหรานเรียกสาวใช้ หลังจากเงียบอยู่นาน “ปกติท่านย่าชอบกลิ่นธูปแบบใด”

ชิงเหอมองนางอย่างประหลาดใจ คราวนี้ไม่ใช่ความตกใจ หากเป็นความสงสัยที่ค่อยๆ แทนที่ความระแวง

“บ่าวได้ยินสาวใช้ในเรือนฮุ่ยอันพูดกันว่า ฮูหยินผู้เฒ่าชอบกลิ่นไม้จันทน์เจ้าค่ะ ไม่ฉุนเกินไป ท่านบอกว่ากลิ่นอ่อนๆ ทำให้ใจสงบ เวลาสวดมนต์จะได้ไม่ถูกรบกวน”

เซี่ยหรานพยักหน้า ก่อนยกมือเคาะผนังรถม้าเบาๆ “หยุดรถที่ตลาดสักครู่เถิด”

ชิงเหอชะงักทันที ความทรงจำหลายปีทำให้ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าความคิด ทุกครั้งที่ลู่หว่านอวี๋เปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน มักมีเรื่องให้คนทั้งจวนต้องตามแก้ไขเสมอ

เซี่ยหรานเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็ถอนหายใจอย่างจนใจ

“ข้าแค่อยากซื้อธูปให้ท่านย่า” น้ำเสียงของนางอ่อนลง

ชิงเหอมองผู้เป็นนายอยู่ครู่หนึ่ง ความระแวงในดวงตายังไม่หายไปทั้งหมด แต่ค่อยๆ ถูกความหวังเล็กๆ เข้ามาแทนที่ สุดท้ายนางจึงพยักหน้า ก่อนขยับไปบอกคนขับรถม้าอย่างเงียบๆ ว่าให้แวะตลาดตามคำสั่งของฮูหยินใหม่

ตลาดกลางเมืองยามบ่ายคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

ทันทีที่เซี่ยหรานก้าวลงจากรถม้า เสียงพูดคุยรอบตัวก็ดูเหมือนจะเบาลงชั่วขณะ

ตราสกุลหยางบนตัวรถทำให้ผู้คนหลีกทางตามมารยาท แต่เมื่อสายตาเหล่านั้นเลื่อนมาหยุดบนใบหน้าของนาง ความเคารพกลับแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง

สตรีผู้หนึ่งรีบดึงบุตรชายเข้าหาตัว พ่อค้าหนุ่มที่กำลังยกตะกร้าผลไม้ชะงักมือ ก่อนรีบก้มหน้าหลบสายตา แม้แต่คนขายขนมริมทางยังขยับถาดไม้เข้าหาตัว ราวกับเกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

เซี่ยหรานเห็นทุกสายตา และยิ่งเห็น ก็ยิ่งตระหนักว่าชื่อเสียงของลู่หว่านอวี๋หนักหนายิ่งกว่าที่นางคิดไว้

ชิงเหอเดินนำอยู่ครึ่งก้าว คอยเลือกทางที่ผู้คนบางตากว่าเดิม “ร้านเครื่องหอมอยู่ถัดไปอีกสองร้านเจ้าค่ะ”

เซี่ยหรานพยักหน้า ก่อนเดินตามเข้าไป กลิ่นไม้จันทน์อ่อนๆ ลอยออกมาต้อนรับตั้งแต่ยังไม่ข้ามธรณีประตู

ร้านนี้ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ชั้นวางไม้เรียงรายไปด้วยกล่องธูป เครื่องหอม และถุงสมุนไพรแห้ง

เจ้าของร้านเป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง รีบก้าวออกมาต้อนรับทันทีที่เห็นเครื่องแต่งกายของนาง

เขาค้อมกายอย่างนอบน้อม แต่มือที่ประสานกันกลับเกร็งจนเห็นชัด

เซี่ยหรานลอบถอนใจ ดูเหมือนต่อให้วันนี้นางเพียงเข้ามาซื้อของ คนก็ยังกลัวว่านางจะหาเรื่องได้ทุกเมื่อ นางจึงลดน้ำเสียงให้อ่อนลง

“ข้าอยากได้ธูปไม้จันทน์ กลิ่นอ่อน ใช้สำหรับให้ผู้สูงวัยสวดมนต์ หากจุดแล้วควันไม่ฉุนยิ่งดี”

เจ้าของร้านชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนรีบหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งลงมาจากชั้น

“ชุดนี้ขอรับ ไม้จันทน์จากทางใต้ ผสมสมุนไพรเพียงเล็กน้อย กลิ่นนุ่ม ควันไม่มาก ผู้สูงวัยนิยมใช้กัน”

เซี่ยหรานรับกล่องนั้นมา เปิดฝากล่องอย่างเบามือ กลิ่นหอมเย็นจางๆ ลอยขึ้นแตะปลายจมูก มันไม่ฉุน และไม่หวานเกินไป แต่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างมาก

ภาพฮูหยินผู้เฒ่าที่นั่งเลื่อนลูกประคำผุดขึ้นมาในหัวของนางขึ้นมาทันที

“ชิงเหอ เจ้าว่าท่านย่าจะชอบหรือไม่” นางหันไปถาม

ชิงเหอลองดมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “บ่าวว่าฮูหยินผู้เฒ่าน่าจะชอบเจ้าค่ะ กลิ่นนี้คล้ายที่เรือนตะวันออกใช้ เพียงแต่อ่อนโยนกว่า”

“เช่นนั้นข้าเอาชุดนี้”

ทันทีที่ได้ยินคำตอบ เจ้าของร้านก็ลอบผ่อนลมหายใจเสียจนเซี่ยหรานแทบยิ้มออกมา

ดูเหมือนการขายของให้นางจะสร้างความกดดันไม่ต่างจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้ แต่ในตอนที่นางเพิ่งยื่นเงินให้เจ้าของร้าน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกมาจากหน้าร้านเสียก่อน

“ลู่หว่านอวี๋!”

เสียงนั้นสั่นด้วยโทสะ ผู้คนทั้งถนนพร้อมใจกันหันไปมอง

เซี่ยหรานหันตามสัญชาตญาณ นางเห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เสื้อผ้าเก่าโทรมจนแทบดูไม่ออกว่าเคยเป็นสีอะไร ขาข้างหนึ่งลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่ ใบหน้ากร้านแดดเต็มไปด้วยร่องรอยของความทุกข์

ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นจ้องมาที่นางราวกับกำลังมองศัตรู ในมือของเขามีไข่ไก่หนึ่งฟอง เซี่ยหรานยังไม่ทันได้คิด ไข่ลูกนั้นก็ถูกขว้างออกมาสุดแรง

“ฮูหยิน!”

ชิงเหอร้องเสียงหลง ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา แต่แล้วกลับมีแรงหนึ่งจับข้อศอกของเซี่ยหรานไว้ ก่อนดึงนางออกด้านข้างอย่างแม่นยำ แรงดึงนั้นไม่แรงจนเจ็บ แต่มั่นคงพอให้ร่างของนางพ้นวิถีไข่ได้เพียงเสี้ยวลมหายใจ

เพล้ง!

ไข่ไก่แตกกระจายบนพื้นหิน ไข่แดงไหลปะปนกับฝุ่นดิน กลิ่นคาวลอยขึ้นตัดกับกลิ่นไม้จันทน์ในอ้อมแขน

เซี่ยหรานตั้งหลักได้จึงรีบหันกลับไป บุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างกายนาง อาภรณ์สีเข้มเรียบสะอาด ข้อมือยังไม่ทันปล่อยจากข้อศอกของนาง เมื่อเห็นนางยืนได้มั่นคงแล้ว เขาจึงค่อยๆคลายมือออก

“หยางฮูหยินควรระวังตัวมากกว่านี้” น้ำเสียงของเขาสุภาพ แต่มันเรียบและเย็น ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย

“ชื่อเสียงของท่านในเมืองหลวง ไม่เหมาะกับการเดินตลาดโดยไม่มีคนคุ้มกัน”

เซี่ยหรานถอยออกมาครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ พลางประคองกล่องธูปไว้แนบอก

“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ” นางยิ้มตามมารยาท แต่ในใจกลับกรีดร้องไม่หยุด แค่จะซื้อธูปยังมีคนปาไข่ใส่! เจ้าของร่างเดิมไปสร้างวีรกรรมไว้ทั่วเมืองหรืออย่างไร!

บุรุษผู้นั้นทอดสายตามองไข่ที่แตกเละอยู่บนพื้นหินครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ข้าเพียงผ่านมาพอดี” น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท พลางกวาดตามองผู้คนที่เริ่มมุงดูเหตุการณ์โดยรอบอย่างไม่รีบร้อน ราวกับกำลังประเมินหมากบนกระดานมากกว่าดูผู้คนในตลาด

“หากไข่ลูกนั้นถูกท่าน วันนี้คงไม่ได้มีเพียงร้านเครื่องหอมที่เดือดร้อน”

เซี่ยหรานเม้มริมฝีปาก นางรู้ทันทีว่า ชายผู้นี้ไม่ได้ปลอบใจ แต่เขากำลังคำนวณผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หากไข่ปาโดนฮูหยินแม่ทัพ ผู้ติดตามจวนแม่ทัพย่อมจับคนก่อเหตุ ชาวตลาดแตกตื่น ร้านค้าปิดหนี ข่าวลือแพร่สะพัด ก่อนลุกลามไปถึงจวนแม่ทัพและสกุลลู่

สำหรับเขา ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเหตุและผล ไม่ใช่ความรู้สึก หรือความเห็นใจ

เซี่ยหรานมองใบหน้าหล่อเหลาซึ่งสงบนิ่งผิดมนุษย์ของอีกฝ่าย แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

‘คนผู้นี้ ต่อให้กำลังช่วยคนอยู่ ก็ดูน่ากลัวกว่าคนที่กำลังฆ่าคนเสียอีก’

ทันใดนั้นเอง เสียงร้องตื่นตกใจของชิงเหอก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ฮูหยิน!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel