บท
ตั้งค่า

บทที่ 3(2)

ลู่ชิงหรูกวาดตามองเขาแวบหนึ่งก่อนหันกลับไปหยิบกระบวยคนน้ำแกงอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ท่านไม่ต้องวกวน” นางกล่าวเสียงเรียบ “สรุปแล้วเถ้าแก่ต้องการให้ข้าเป็นคนทำอาหารนั้นสินะ”

เถ้าแก่ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจื่อนผุดขึ้นบนใบหน้าทันที

“ก็ในร้านนี้...พ่อครัวหรู ฝีมือดีที่สุด ข้าก็แค่อยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสสิ่งที่คู่ควรเท่านั้นเอง แหะ ๆ”

นางไม่ตอบในทันที เพียงแค่เงียบแล้วเช็ดปลายกระบวยกับผ้าสะอาดอย่างใจเย็น ก่อนกล่าวต่อมา

“เถ้าแก่พอรู้หรือไม่ว่าพวกเขาเป็นใคร?”

เถ้าแก่หลุบตาต่ำ ราวกับไม่อยากสบตานางพยักหน้าเล็กน้อย

“ไม่แน่ใจ...แต่ชุดดำของชายผู้นั้น มีลายปักรูปนกอินทรีย์กลางเวหา อวิ๋นอิ๋ง ข้าเลยเดาเดาว่าเป็นคนจากตระกูลหยวน ตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเฟิ่งเซียงแห่งนี้”

ลู่ชิงหรูพยักหน้าเบา ๆ ดวงตายังสงบนิ่งเช่นเดิม เช่นนั้นการที่เถ้าแก่มีท่าทีวิตกเพียงนี้ก็คงเพราะคาดเดาว่าอาหารที่คนผู้นั้นมาสั่งว่าขออาหารที่ดีที่สุดในภัตตาคารเราก็คงเพราะเอาไปให้คุณชายหยวนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเลือกมาก ถึงขนาดพ่อครัวที่จวนยังเป็นอดีตคนครัวจากวังหลวง

...อืม นางชอบความท้าทายพอดี

“ข้าจะจัดการให้... เถ้าแก่ไม่ต้องกังวล”

“ดีมากข้าฝากความหวังของภัตตาคารเราไว้ที่เจ้าแล้ว”

นางหันกลับไปยังโต๊ะเตรียมอาหารอีกครั้ง

ภายในครัวหลังร้าน ควันบาง ๆ จากไอน้ำในลังถึงลอยขึ้นคลอเคลียลำแสงแดดยามสายที่สาดผ่านช่องลม ลู่ชิงหรูยืนสงบนิ่งหน้าโต๊ะเตรียมอาหาร ขณะใช้ปลายนิ้วแตะขอบเขียงเบา ๆ สีหน้าของนางนิ่งขรึม แต่ในแววตากำลังคิดใคร่ครวญไม่หยุด

“ของกินที่ดีที่สุดในร้าน…” นางพึมพำกับตัวเอง

คำว่าดีที่สุดไม่ใช่ว่าจะหมายถึงอาหารที่อร่อย เลิศรสที่สุด เสมอไป แต่มันคือเลิศรสและเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยต่างหาก

ในใจของนางแวบขึ้นมาทันทีถึงของอย่างหนึ่ง อาหารพกพาในโลกเดิมที่นางเคยใช้ตอนออกปฏิบัติภารกิจช่วงเดินทาง

แซนด์วิช...เรียบง่ายแต่สารอาหารครบ รสชาติขึ้นอยู่กับฝีมือคนทำ รูปทรงสามเหลี่ยมจับถนัดมือ ไม่หก ไม่เลอะ ไม่ต้องมีชาม และสามารถเพิ่มน้ำแกงให้ทานควบคู่กันได้ด้วย สามารถกินได้แม้ขณะอยู่บนรถม้า ไม่รสชาติหยาบกระด้างเหมือนอาหารพกพาชนิดอื่นในยุคนี้

คราแรกนั้นนางคิดถึงแฮมเบอร์เกอร์ แต่สุดท้ายก็ตัดทิ้งไปด้วยเหตุผลว่า มันใหญ่เกินไป...หากทำให้อร่อยก็ต้องมีน้ำราดเยิ้ม กินบนรถม้าคงไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่หากนำวัถุดิบมาประยุกติ์ก็ไม่ต่างกับแซนด์วิชหรอก

ชิงหรูกระชับผ้ากันเปื้อนแล้วเหลือบมองไปยังลังวัตถุดิบบนโต๊ะ พอเห็นสิ่งที่มีนางก็ลงมือทันที

ระหว่างที่นางทำแซนด์วิชประยุกติ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าของพ่อครัวหลักของร้านก็ดังเข้ามาจากข้างหลัง เขาหยุดยืนมองแล้วเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้

“พ่อครัวหรู เจ้ากำลังทำอะไรหรือ?”

ลู่ชิงหรูไม่เงยหน้า ขณะหั่นเนื้อหมักและนึ่งจนนุ่มบาง ๆ แล้ววางเรียงบนหมั่นโถแผ่นหนึ่งที่นางผ่าด้านข้างเปิดออกเรียบร้อยแล้ว

“หมั่นโถสอดไส้เนื้อ”

...นี่คือชื่อที่เจ้าระบบอิ๋นอิ๋นช่วยแต่งให้นางเอง

“หมั่นโถ?” เขาทวนอย่างแปลกใจ “ข้าว่าเจ้าจะทำซาลาเปาไส้พิเศษอะไรเสียอีก ทำหมั่นโถให้คุณชายผู้นั้นกินจะดีหรือ?”

นางใช้ตะเกียบหยิบผักกวางตุ้งลวกจนสีเขียวใสคลุกน้ำยำซีอิ้วมาวางซ้อนบนเนื้ออย่างประณีต ก่อนจะตักน้ำแกงเคี่ยวผสมข้นเต้าเจี้ยวและสุมนไพรอย่างอื่นหยดเป็นทางยาวลงบนเนื้อที่ยังอุ่น กลิ่นหอมฟุ้งผสมกลิ่นเครื่องปรุงอ่อน ๆ ลอยแตะจมูกจนพ่อครัวหลักต้องย่นคิ้วกลืนน้ำลายอย่างอดกลั้น

ชิงหรูเข้าใจความคิดของพ่อครัวหลัก เพราะหมั่นโถปกตินั้นจะเป็นแค่แป้งธรรมดา เป็นอาหารของคนไม่มีอันจะกินซะส่วนใหญ่ พอนางเอามาทำอาหารให้คุณชายที่ขออาหารที่ดีที่สุดของร้านจึงดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร

แต่นางไม่คิดเช่นนั้น... เพราะหมั่นโถของนางไม่เหมือนใครเสียหน่อย

“ซาลาเปาก็ดี แต่พอเย็นลงแป้งจะแข็ง กลิ่นจาง ซุปที่แทรกอยู่จะซึมออกมาก็ไม่อร่อยเท่ากินตอนร้อน ไหนจะไม่น่าดึงดูแม้จะทำไส้พิเศษเพียงใดแต่หากรูปลักษณ์ธรรมดาอาจไม่ถูกคุณชายผู้นั้นกินแต่แรกด้วยซ้ำ”

เสียงของนางราบเรียบขณะมือก็ทำอาหารไป

“หมั่นโถนี่ ข้านึ่งแยกไว้ก่อนให้เนื้อนุ่มฟูไม่แฉะเกินไป พอผ่าแหวกออกแล้วใส่ไส้หลายรสชาติเข้าไป แม้จะไม่ร้อนแล้วแต่หมั่นโถก็ไม่แข็งกระด้างเกิน ข้าทำไปหลายรสชาติเพียงเปิดกล่องไม้ออกดูก็ต้องมีสงสัยบ้างล่ะว่าสิ่งนี้คืออะไร อย่างน้อยเขาต้องหยิบชิมสักคำจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรสชาติแล้ว...”

พ่อครัวหลักนิ่งฟัง สีหน้าคล้ายเข้าใจแต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก

ลู่ชิงหรูทำหมั่นโถอีกสองชิ้น วางเรียงลงกล่องไม้ที่รองด้วยใบไม้แห้งรมควันกลิ่นหอมอ่อน ก่อนจะปิดฝากล่องเป็นอันปิดจบ

พ่อครัวหลักยิ้มแห้ง รีบหันกายออกจากครัวไปอย่างทำอันใดไม่ได้แล้ว คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาเสียแล้วล่ะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel