บทที่ 16
คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรก
รถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใด
เขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเฟิ่งเซียง ผู้มีใบหน้าคมสันดวงตาสว่างกระจ่างดังทะเลสาบยามต้องแสง เมื่อเขาเดินเข้ามาภายในร้าน เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งก็รีบตรงเข้าไปต้อนรับ
“คุณชายเซียว เชิญท่านนั่งด้านในขอรับ ห้องชั้นบนยังว่างอยู่”
“ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากกินมื้อกลางวันธรรมดา”
เซียวหลิงชวนยิ้มบางแล้วเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังถนนเบื้องนอก ก่อนเอ่ยขึ้น “ว่าแต่...วันนี้พ่อครัวหรูอยู่หรือไม่?”
เสี่ยวเอ้อชะงักเล็กน้อยอย่างฉงนก่อนจะตอบเสียงสุภาพ
“น่าเสียดาย พ่อครัวหรูเพิ่งออกไปได้ครู่เดียวเองขอรับ ไปส่งอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลหยวน ด้วยเพราะเป็นงานใหญ่ เถ้าแก่เลยให้ไปดูแลด้วยตนเอง...”
เซียวหลิงชวนนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วมือเรียวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะไม้ รอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากจางลง
“คลาดกันเสียได้...”
เขาพึมพำเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าเป็นการบ่นหรือเพียงเอ่ยกับตนเอง แต่สีหน้าเหม่อลอยนั้นทำให้เสี่ยเอ้อผู้รู้งานไม่กล้าเอ่ยต่อ
หลิงชวนเหลือบมองถุงผ้าเล็กข้างกายที่เขาถือมาด้วย เป็นถุงผ้าปักลายคลื่นม้วนสีเงินด้านในบรรจุสมุดฝึกเขียนอักษรสำหรับเด็กเล่มบาง เขาตั้งใจจะมอบให้นางนำไปให้น้องชายของนางเมื่อได้เจอกัน...
น่าเสียดาย...วันนี้ไม่ได้เห็นใบหน้าเรียบเฉยแต่น่ามองเสียแล้ว
แต่กระนั้น...ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องผิดหวังเกินไปนัก เพราะวันนี้ไม่เจอก็ใช่ว่าจะไม่ได้เจอตลอดไป อย่างไรนางก็ทำงานที่ภัตตาคารแห่งนี้อยู่แล้ว
“เช่นนั้น...” เขาหันไปบอกเสี่ยวเอ้อเสียงสุภาพ “ข้าฝากถุงนี้ไว้ให้พ่อครัวหรูที บอกว่าสำหรับน้องชายของเขา หากมีอะไรสงสัยก็ให้ติดต่อข้าที่จวนเจ้าเมืองได้เสมอ”
“ขอรับ! จะจัดการให้อย่างดี”
เสี่ยวเอ้อรับถุงผ้าด้วยความระวัดระวัง
เซียวหลิงชวนคลี่ยิ้มบาง แล้วสั่งอาหารขึ้นชื่อของร้านอย่างไม่เสียเที่ยว ก่อนจะหยิบตำราเล่มหนึ่งออกจากอกเสื้อ เปิดอ่านอย่างเงียบงันขณะรออาหาร ช่วงนี้เหล่าบัณฑิตในเมืองที่มีความฝันอยากเป็นขุนนางในอนาคตต่างก็ง่วนอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสำหรับการสอบจอหงวนระดับภาคที่จะถึงนี้ เขาเองก็เช่นกัน...
หนึ่งในบ่าวบุรุษภายในห้องก้าวออกมารับกล่องอาหารไปจากมือของชิงหรูทว่านางก็รีบหยุดเขาไว้ แล้วเอ่ยเสียงสุภาพ
“อาหารชุดนี้มีบางรายการที่มีวิธีลิ้มรสที่เฉพาะเจาะจง เพื่อรสชาติที่สมบูรณ์ ข้าจำเป็นต้องส่งถึงคุณชายด้วยตัวเองได้”
บุรุษผู้นั้นมองนางนิ่งไปครู่หนึ่งอย่างคิดหนักก่อนพยักหน้า แล้วผายมือให้เดินตามเข้าไป
ประตูไม้บานใหญ่ถูกเลื่อนเปิดออก ลู่ชิงหรูเงยหน้าขึ้น และได้พบกับดวงตาคมกริบใต้ขนตายาวของชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะตัวใหญ่
หยวนเหวินซีคุณชายแห่งตระกูลหยวน พ่อค้าผู้มั่งคั่งและทรงอำนาจที่สุดในเมืองเฟิ่งเซียงขณะนี้
ขณะที่ลู่ชิงหรูก้าวเข้าไปในห้องรับรอง กลิ่นหอมของเครื่องหอมอ่อน ๆ คล้ายกำยานผสมกลิ่นใบชาจางลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ผ้าม่านสีครามอ่อนสะบัดไหวเบา ๆ จากแรงลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ร่มเงาของไม้ประดับปลูกกระถางใหญ่ทอดเงาบนพื้นหินขาวสะอาด
หยวนเหวินซีนั่งอยู่ตรงนั้นหลังตรงไม่ไหวเอน เส้นผมยาวดำขลับถูกรวบไว้ด้วยสายรัดไหมทองอย่างเรียบง่าย ทว่าเรียบร้อยไร้ที่ติ ทุกเส้นผมไม่กระเซิงแม้แต่น้อย ใบหน้าเขาราวภาพวาดอันพิถีพิถัน ดวงตาคู่นั้นเย็นเฉียบ ราบเรียบไม่สะท้อนอารมณ์ใด แววตานั้นคล้ายจะมองผ่านผู้คนได้ทุกผู้หากเขาต้องการ
นางเคยเห็นบุรุษหล่อเหลาไม่น้อยในชีวิตก่อน แต่หยวนเหวินซีนั้นต่างออกไป
เขาไม่ได้มีความงามแบบอ่อนละมุน หากแต่เปี่ยมด้วยอำนาจในทุกองศาของร่างกาย มุมกรามคมคาย เส้นคิ้วเรียวยาวลงรับกับสันจมูกตรงคมกระบี่ ริมฝีปากบางที่แม้จะปิดเงียบแต่กลับมีแรงกดดันอยู่ในที และที่มากกว่านั้น...คือรังสีที่เพียงแค่เขาปรายตามองก็รู้สึกว่าตนต่ำต้อยขึ้นมาแล้ว
ลู่ชิงหรูยืนนิ่ง รู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางเบาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์สงบเย็นของชายผู้นั้น นางไม่ได้หวั่นไหวเพราะความหล่อเหลา ทว่าเพราะแววตาของเขานั้น...จับจ้องดั่งอ่านใจนางอยู่
‘สายตาแบบนี้... ระบบเช่นข้าไม่ขอสู้รบ เพียงเขามองข้าก็แทบรันข้อมูลอันใดไม่ถูกแล้ว’
แล้วยิ่งยามเข้าปรายตามองพร้อมทำจมูกฟุดฟิดเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยชอบใจบางอย่าง เพราะกลิ่นน้ำมัน สมุนไพรกับควันไฟอ่อน ๆ ยังติดตามเสื้อของชิงหรูอยู่นั่นเอง
ชิงหรูก้าวพ้นเขตประตูเพียงไม่กี่ก้าว ก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงเย็นชาลึกแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านใน
“หยุดก่อน พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามา”
เสียงนั้นไม่ได้ดังนัก หากแต่เปี่ยมด้วยอำนาจมากพอจะทำให้ผู้ฟังหยุดได้ในทันที ลู่ชิงหรูเงยหน้าขึ้นนางแม้ไม่รู้เหตุผลแต่ก็ไม่อาจยอมแพ้ได้ง่าย ๆ
หากนางไม่เข้าไปแล้วจะได้รับคะแนนความพอใจจากเขาได้อย่างไรเล่า!
ลู่ชิงหรูสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะโน้มกายคารวะอย่างสงบที่หน้าประตูนั่น เสียงของนางเรียบนิ่ง แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความกังวลก็ตาม
“ข้าน้อยขอชี้แจงขอรับ อาหารบางรายการ...จำเป็นต้องมีพ่อครัวคอยแนะนำวิธีกิน ไม่เช่นนั้นรสชาติจะผิดเพี้ยนไปจากที่ควรขอรับ...”
หยวนเหวินซีเลิกคิ้วน้อย ๆ แววตาที่เคยคมกริบเปลี่ยนเป็นประหลาดใจบางเบา เขาจดจำเสียงนุ่มนั้นได้ทันทีเสียงของสตรีที่เคยมารับน้องชายของตนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนไม่ผิดแน่
แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า กลับเป็นพ่อครัวตัวผอมในชุดเปรอะควัน เส้นผมรวบสูงเรียบง่าย ผิวขาวอมชมพูซึ่งถูกไอร้อนแตะต้องจนขึ้นสีแดงอ่อน ๆ ที่แก้ม ความสับสนปะปนกับความสนใจบางอย่างฉายวูบในแววตาของเขาทันใด
“เช่นนั้น...ให้คนของเจ้ากลับไป เหลือเจ้าไว้คนเดียวพอ”
เสี่ยวเอ้อหญิงที่ยืนข้างนางเบิกตากว้าง ก่อนจะหันมามองลู่ชิงหรูอย่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่นางนั้นมีหรือจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป นางพยักหน้าลงทำให้อีกฝ่ายยอมถอยกลับไปอย่างเงียบ ๆ
หยวนเหวินซียังคงจับจ้องนางตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้าไร้อารมณ์แต่นัยน์ตาเรียบนิ่งนั้นกลับคล้ายกำลังประเมินสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“ไปเปลี่ยนชุดเสีย คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรก”
เสียงของเขานั้นเย็นเฉียบ ไร้ความอ่อนโยนโดยสิ้นเชิง แต่นางก็ไม่ได้โต้เถียงใด ๆ เพียงพยักหน้ารับอย่างเงียบงันก่อนจะเดินตามบ่าวของจวนที่เข้ามานำทางไป
