บทที่ 17
ทุกคนหายไปไหนหมด?
‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’
เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย
‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจ
นางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสะอาดของคฤหาสน์ นางก็อดไม่ได้ที่จะลูบแขนเสื้อเบา ๆ
“แม้แต่ชุดบ่าวก็ยังดูดีกว่าที่บ้านข้าเสียอีก…”
นางพึมพำขณะจัดชายเสื้อให้เรียบร้อยเดี๋ยวจะถูกไล่ออกมาอีกทีได้ จากนั้นจึงรีบกลับไปยังห้องรับรองเดิมที่เจ้าบุรุษจอมเย็นชารออยู่
เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนเหวินซีกำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะ ชายหนุ่มเพียงปรายตามองนางทีหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับไปยังอาหารที่จัดวางเรียงตรงหน้าที่เพิ่งเอาออกจากกล่องไม้ แววตาเขายังนิ่ง แต่คล้ายแฝงความแปลกใจเมื่อเห็นรูปลักษณ์อาหารที่ไม่คุ้นตา
บ่าวส่วนตัวที่ยืนข้างนายรีบเอ่ยเตือนเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าชิงหรูกำลังเข้ามาใกล้เกินว่าควรแล้ว
“แม่นางไม่ต้องเข้าใกล้ เพียงวางไว้แล้วออกมายืนนิ่ง ๆก็พอ คุณชายไม่ชอบให้ใครจุกจิกกับมื้ออาหารขอรับ”
ยังไม่ทันที่ลู่ชิงหรูจะก้าวถอย เสียงของหยวนเหวินซีก็ดังแทรกขึ้น เรียบเฉียบจนบ่าวคนสนิทต้องชะงักไปทันใด
“ปล่อยให้เขาทำสิ่งที่ควรเถอะ”
เป็นคำพูดง่าย ๆ แต่กลับแฝงอำนาจมากพอให้ทุกคนในห้องเงียบลง ลู่ชิงหรูสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้าวเข้าไปช้า ๆ แล้วเริ่มแนะนำอาหารแต่ละจานด้วยน้ำเสียงสงบมั่นคง
“ข้าวปั้นปลาย่างสมุนไพร ปั้นด้วยข้าวร้อน ๆ คลุกงาคั่วและน้ำมันงา ด้านบนคือปลาย่างลมควันแบบแห้งหั่นบาง คลุกเครื่องเทศกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผสมซีอิ๊ว เห็ดหอมและเหล้าจีน... หากท่านจะเริ่มจากจานนี้ จะได้กลิ่นรมควันค่อย ๆ แทรกขึ้นในลำคอจะช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น...”
หยวนเหวินซีไม่พูดอะไรเพียงฟังนิ่ง ๆ แต่หยิบข้าวปั้นขึ้นมาอย่างสงบนิ่ง กัดและเคี้ยวคำแรก สีหน้าไม่เปลี่ยนแต่อย่างใด
ติ๊ง! ได้รับคะแนนความพอใจ: +200
อิ๋นอิ๋นแทบจะระเบิดเสียงร้องยินดีในหัวจนชิงหรูเกือบเก็บอาการไม่ไหว
‘สองร้อย! พระเจ้า เพียงซูชิหน้าปลาย่างเขาก็พอใจถึงเพียงนั้นแล้ว!?’
ลู่ชิงหรูกลั้นยิ้ม ในใจตะโกนดีใจกับความฝันที่นางจะได้ใช้ครัวยุโรปภายในระบบเสียที
หยวนเหวินซียังคงกินอาหารอย่างเงียบงันแต่ต่อเนื่อง ทุกคำของเขาส่งผลต่อคะแนนในระบบ บ้างเพิ่มหลักสิบ บ้างร้อยต้น ๆ แต่นางก็จดจำได้หมดว่าเขาชอบรสใดเป็นพิเศษ
จนกระทั่ง...เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนางอย่างจัง ลู่ชิงหรูก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอมองเขาไม่ละสายตาไปพักใหญ่แล้ว
นางรีบเบนหน้าไปอีกทางทันที แต่ก็นั่นแหละไม่ทันเสียแล้ว...
“เจ้ามีอะไรจะพูดหรือ?”
น้ำเสียงของเขาทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อยอย่างคนร้อนตัว พอคิดไม่ทันสิ่งที่พูดออกไปจึงเป็นความคิดที่นางวนคิดไปคิดมาเฝ้าฝันโดยไม่รู้ตัว
“ท่านต้องการพ่อครัวเพิ่มบ้างหรืไม่? อุ๊บ..”
คำพูดหลุดออกจากปากก่อนที่นางจะทันกลั่นกรองปิดปากไปก็ไม่ทันเสียแล้ว ลู่ชิงหรูแทบอยากเอากระบวยเคาะปากตัวเองให้ได้สติขึ้นมา
จากคำพูดหลุดปากของนางทำให้หยวนเหวินซีเงียบไปครู่หนึ่ง
“กลับไปได้แล้ว”
เขาเอ่ยเรียบ ๆ โดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆนอกจากเดิมอีก อย่างน้อยก็ดีที่เขาไม่เอ่ยดูถูกหรือสมน้ำหน้านาง แม้ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธตึความเงียบนี้ก็เป็นตัวเทนคำตอบแล้วนั่นล่ะ
ลู่ชิงหรูรีบโค้งตัวก่อนจะหมุนกายออกไปตามพวกบ่าวที่ถือถาดที่มีจานชามว่างเปล่าออกไป
ทว่านางยังเดินไม่ทันพ้นประตู เสียงของเขาก็ดังตามมาอย่างไม่คาดคิด
“ข้ามีพ่อครัวแล้ว... แต่ยังไม่มีแม่ครัว...”
ชิงหรูชะงักไปหันมองเขาเพียงวูบเดียวก่อนจะเดินต่อ ใจเต้นโครมครามเสียจนระบบต้องแซวไม่ขาดปาก
เมื่อเดินมาถึงหน้าคฤหาสน์ นางก็เอ่ยถามบ่าวคนสนิทของหยวนเหวินซีเดินตามมาส่ง
“เช่นนั้นข้า… ได้รับการว่าจ้างแล้วหรือไม่?”
บ่าวคนนั้นนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจและสงสัยไม่ต่างกัน
“เรื่องนั้น...ข้าก็ไม่อาจตอบแทนคุณชายได้ คงต้องรอรับคำสั่งอีกครั้ง แล้วจะรีบไปแจ้งแม่นางที่ภัตตาคาร”
แม้จะยังไม่แน่ชัด แต่แววตาของลู่ชิงหรูกลับมีประกายขึ้นมาแล้ว ในหัวของนางขณะนี้มีเพียงคำว่าครัวยุโรป ๆ
หากได้ทำอาหารให้เขากินบ่อย ๆ เช่นนี้ อาจได้คะแนนพอเปิดห้องครัวยุโรปในระบบก่อนฤดูหนาวมาถึงเสียแล้ว
นางจะไม่ยอมปล่อยโอกาสเกาะขาทองคำนี้ให้หลุดมือเป็นอันขาด!
