บทที่ 14
คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวน
ทันทีที่เท้าแตะพื้นท่าเรือ เซียวหลิงชวนก็รีบจัดการติดต่อทางการอย่างรวดเร็ว ขุนนางผู้รับหน้าที่ตรวจตราบริเวณท่าเรือเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นาน
ก่อนหน้านั้นเขาก็เอ่ยปลอบใจชาวบ้านที่ยังตกใจกับเหตุการณ์บนเรือด้วยสีหน้าอ่อนโยน ท่าทีไม่ถือดีแม้จะเป็นถึงบุตรชายของเจ้าเมืองก็ตาม จากนั้นจึงเดินมายังลู่ชิงหรูและลู่เทียนหรงที่ยืนเงียบนิ่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง
“ข้าต้องขอบคุณแม่นางเป็นอย่างยิ่งอีกครั้ง ชาวบ้านบนเรือเมื่อครู่ฝากมาเช่นกัน”
เซียวหลิงชวนประสานมือคำนับเล็กน้อย น้ำเสียงจริงใจทำให้ชิงหรูรู้สึกทำอันใดไม่ถูกโดยพลัน โดยปกติแล้วนางมักทำตามหน้าที่ตามภารกิจที่องค์กรสายลับมอบหมาย พอได้ช่วยคนโดยไม่หวังผลอันใดจึงรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรไปบ้าง หากนางอยู่ตรงนี้คงต้องรับคำขอบคุณอีกหลายรอบแน่ ทางที่ดีควรรีบพาอาหรงที่เกาะขานางอยู่ด้วยใบหน้าง่วงงุนมาสักพักกลับบ้านเสียที
“ข้ารับคำขอบคุณไว้ แล้วฝากไปบอกพวกเขาว่าข้าเพียงช่วยตนเองเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจช่วยใครไม่ต้องมาขอบคุณข้าอีก”
หลิงชวนยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ เขามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้วสุดท้ายก็มองมาทางนางที่กำลังอุ้มน้องชายที่หลับซบที่ไหล่นางเรียบร้อย
“แม่นางลู่จะกลับอย่างไร? ให้ข้าไปส่งไหมรถม้าของจวนเซียวมาพอดี”
ลู่ชิงหรูอ้าปากจะปฏิเสธตามนิสัยเดิม แต่พอหันมองน้องชายที่สะลึมสะลือเกาะไหล่นางแน่นก็เปลี่ยนใจขึ้นมา
“หากท่านไม่รังเกียจ ข้าก็ขอรบกวนด้วย”
เซียวหลิงชวนพยักหน้าอย่างยินดี “เชิญทางนี้...”
ภายในรถม้ากว้างขวาง แผ่นเบาะนุ่มสบายยิ่งกว่าที่นั่งไม้แข็งบนรถเทียมวัวที่นางนั่งโดยปกติชัดเจน น้องชายตัวน้อยหลับปุ๋ยลงที่ตักพี่สาวอย่างไร้พิธีรีตอง ลมหายใจอุ่นอ่อนพัดรดท้องแขนของนางเบา ๆ ตลอดทาง
“แม่นางลู่อยู่ในหมู่บ้านเฉิงหนานหรือ?”
“ใช่ ข้าอยู่กับมารดาแล้วก็น้องชาย”
“เช่นนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงกล้าหาญนัก”
เขาเลื่อนสายตามามองนางอย่างชื่นชม อย่างน้อยในสายของเขาก็ไม่มีความเวทนาที่ส่งมาให้นางอย่างใครอื่นมอง ซึ่งสายตาแบบนั้นชิงหรูเกลียดยิ่งนัก
หลิงชวนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนกล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจริง
“วันนี้ข้าติดหนี้บุญคุณแม่นางลู่ หากมีสิ่งใดที่ข้าช่วยได้ โปรดบอกข้าด้วยเถอะ”
ลู่ชิงหรูนิ่งคิดนาน นางคิดว่าเพื่อให้ไม่ต้องมีเรื่องติดค้างกันนางก็ควรจะรีบให้เขาตอบแทนบุญคุณเสีย แต่คิดเท่าไรก็คิกไม่ออกจนกระทั่ง หยางอิ๋น เจ้าระบบส่งเสียงใสแทรกเข้ามาในหัวหลังจากหายไปนาน
‘ให้เขาสอนการเขียน การอ่านให้อาหรงไง เจ้าน่ะ...สอนให้อาหรงไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?’
ตามจริงแล้วหยางอิ๋นหายไปไม่ใช่ว่าไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเขาแค่ไม่คุยโต้ตอบกับนางเท่านั้น เท่าที่เขาเฝ้าสังเกตคุณชายเซียวมาหลายชั่วยาม ผนวกกับเขามีนิสัยไม่ถือตัวนั่นทำให้หยางอิ๋นนึกอยากให้เจ้านายของตนได้เกี่ยวดองกับบุคคลผู้นี้อยู่นะ และดูเหมือนว่าเจ้านายจอมบื้ออย่างชิงหรูก็ไม่ได้ดูเกลียดหลิงชวน หากเขาช่วยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทั้งสองก็คงจะสมหวังได้ไม่ยากแน่นอน
โดยการที่เขาเสนอให้เซียวหลิงชวนมาสอนเจ้าเด็กหรงก็เป็นการเปิดโอกาสให้เขาทำคะแนนไม่น้อย... คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณชายเซียวนั่นจะมีน้ำยามากเพียงไหนแล้ว
ชิงหรูนำข้อเสนอของหยางอิ๋นไปคิดหนักเมื่อไม่เห็นว่ามีตรงไหนที่ไม่ดีก็เลยเอ่ยตอบไป
“หากไม่ลำบากเกินไป... ข้าขอให้คุณชายเซียวช่วยสอนอ่านเขียนให้น้องชายข้าหน่อยได้หรือไม่?”
เซียวหลิงชวนเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจกับคำขอ สุดท้ายก็พยักหน้ารับคำอย่างง่ายดาย
“อ้อ ได้สิ...”
“หากท่านว่างเมื่อใดให้คนไปแจ้งข้าที่ภัตตาคารจินฮวาได้เลย ข้าจะเตรียมตัวให้พร้อมเพียงท่านบอกว่าว่าต้องทำอันใดบ้าง”
“แน่นอน ข้าจะแจ้งแม่นางอีกครั้งเร็ว ๆ นี้”
รถม้าเคลื่อนไปอย่างราบเรียบจวบจนจอดที่หน้าหมู่บ้านแล้ว เซียวหลิงชวนยิ้มอีกครั้ง ก่อนที่รถม้าจะหยุดลงเบื้องหน้าซุ้มทางเข้าหมู่บ้าน ลู่ชิงหรูอุ้มน้องชายลงมาจากรถ มองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ภายในม้าด้วยแววตาไตร่ตรอง
‘โอ๊ะ เจ้าถูกใจเขาล่ะสิ’ หยางอิ๋นแทรกขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์
‘อื้ม เท่าที่ดูข้าคิดว่า...เขาเป็นคนดีน่าคบหา’
นางตอบกลับอย่างไร้อารมณ์ ก่อนจะอุ้มพาน้องชายเดินหายเข้าไปในเงามืดของหมู่บ้านเล็ก ๆ
ฟ้าเช้าวันใหม่อันสดใส อากาศกำลังดี ทว่าในครัวของภัตตาคารจินฮวากลับอบอวลความวุ่นวายของรายการคำสั่งอาหารที่ไม่เคยได้รับ ลู่ชิงหรูที่กำลังเช็ดมือด้วยผ้าสะอาดก็ต้องต้อนรับเถ้าแก่ที่เดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน
“มีคำสั่งด่วนจากคฤหาสน์ตระกูลหยวน!” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแฝงความตึงเครียด “พวกเขาให้เราจัดมื้อกลางวันชุดพิเศษ ส่งตรงถึงเจ้านายโดยเฉพาะ จ่ายไม่อั้นเพียงทำให้ถูกใจเป็นพอ”
ทันทีที่ได้ยินชื่อ ตระกูลหยวน ดวงตาของลู่ชิงหรูก็แวววับขึ้นเล็กน้อย หยวนเหวินซี... ชายผู้ที่ทำให้คะแนนความพอใจในระบบของนางพุ่งสูงถึงหลักร้อยเพียงการเจอกันครั้งแรก และนั่นคือคะแนนที่สูงที่สุดเท่าที่นางเคยได้
...หากครั้งนี้ได้อีกร้อย... นางจะเข้าใกล้การเปิดฟังก์ชันครัวยุโรปเข้าไปอีกขั้น
“ข้าอาสาทำชุดอาหารมื้อนี้เอง” ลู่ชิงหรูกล่าวกับเถ้าแก่ น้ำเสียงเรียบมั่นใจ “ข้าจะไม่ทำให้เถ้าแก่ผิดหวัง”
เถ้าแก่หรี่ตาลงเล็กน้อยแม้คิดจะให้พ่อครัวคนใหม่ที่เต็มไปด้วยรายการอาหารแปลกใหม่ในหัวแต่หากทำให้คุณชายหยวนพอใจไม่ได้ภัตตาคารของเขาก็จะพลาดโอกาสได้มีชื่อเสียงขจรการะจายออกไปน่ะสิ
“เจ้ามั่นใจหรือ? เขาเป็นถึงคุณชายแห่งคฤหาสน์หยวน ที่ใครก็ว่าเรื่องมากนักหนานะ พ่อครัวเขาเป็นถึงพ่อครัวเก่าในวังหลวงข้าคิดว่าให้พ่อครัวหลักที่ถนัดอาหารประณีตทำน่าจะดีกว่า..”
“เถ้าแก่ ท่านลองคิดดู หากคุณชายหยวน ผู้นี้อยากกินอาหารที่ประณีตเหตุใดต้องมาสั่งอาหารที่ภัตตาคารเราด้วยล่ะให้พ่อครัวของเขาทำก็ได้แล้ว ข้ากลับคิดว่าการที่เค้ามาสั่งอาหารที่นี่หมายความว่าอยากจะได้อะไรที่แปลกใหม่มากกว่า นั่นก็เหมาะกับข้ายิ่งนัก” นางตอบด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ในที่สุดชิงหรูก็ได้รับอนุญาตให้รับผิดชอบอาหารมื้อนี้ ลู่ชิงหรูคิดเพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ลงมือทำทันที
นางเลือกวัตถุดิบสดใหม่อย่างพิถีพิถัน ทุกอย่างต้องสดใหม่เมื่อผสานกับการรังสรรค์เมนูที่แปลกตาโดยคิดรายการอาหารจากชาติอื่นมาประยุกติ์เข้ากับวัตถุดิบที่มี แน่นอนว่าคะแนนความพอใจหลักร้อยนางต้องได้มาแน่!
