บทที่ 13
เมื่อครู่มันมุกจีบสาว
ชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันที
หญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำพอเป็นตัวอย่าง
เซียวหลิงชวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างใจกล้า “อย่าทำร้ายใครอีก ข้ามีเงินเยอะ นี่เอาไปเถอะ!”
เขาดึงถุงเงินออกมาแล้วโยนลงบนพื้นเรือทันที
ชายคนหนึ่งเก็บขึ้นมา พลิกดูภายในสีหน้าฉายความพอใจเล็กน้อย แต่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลับต่างออกไป
“เงินแค่นี้ไม่พอ! ทรัพย์สินทั้งหมด เอาออกมาวางตรงนี้!”
สายตามันไล่ไปทั่วเรือก่อนหยุดที่เด็กน้อยลู่เทียนหรง เด็กชายตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาว แววตาสว่างวาบอย่างมีความคิดร้ายใหม่ทันใด
“เด็กคนนั้นก็ใช้ได้ เอามา!”
“อย่าแตะต้องเขา!”
ลู่ชิงหรูที่มองนิ่งอยู่นานแทรกตัวขึ้นขวางอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาเย็นเฉียบไร้ความหวั่นเกรงเหมือนสตรีอื่น นางไม่ได้กลัวเพียงบุรุษร่างโตแต่เหมือนเพียงทรงตัวบนเรือยังทำได้ยากพวกนี้หรอก เพียงแต่นางไม่อยากทำร้ายใครอย่างที่เจ้ามีดระบบขอไว้ต่างหาก
“เหอะ เอาเขามาอย่าอิดออด มิเช่นนั้นก็เป็นเจ้าก็ได้!”
เขามีจุดประสงค์อยากจะได้ตัวประกันสักหนึ่งคนมาต่อรองให้ทุกคนอยู่ในความสงบเท่านั้นไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่องใหญ่ จะใครก็ได้ที่ดูควบคุมง่าย
“ข้าจะไปแทนเอง”
หัวหน้าโจรมองนางนานครู่อย่างไม่คาดคิดว่าจะไม่รักชีวิตตนเอง เขานั้นมองสบตานิ่งราบเรียบก่อนจะผินมองทั้งใบหน้าและรูปร่างล้วนงดงามน่านำกลับไปเชยชมนอกจากได้ทรัพย์สินยิ่งนัก
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกับสายตาหยาบโลนทำให้หลายคนที่มองเห็นแทบไม่อยากจะให้ชิงหรูไปแทนเสียเลย ทว่าใครจะยอมสละตนเองแทนเล่า!
“อย่าชักช้า มานี่!”
มีดในมือคนร้ายถูกจ่อเข้าที่ลำคอเรียวระหงทันที ลู่ชิงหรูที่ถูกจับไว้เป็นตัวประกันไม่แม้แต่แสดงถึงความเกรงกลัว นางยืนนิ่งให้เขาใช้ตนเป็นตัวประกันสายตาห้ามปรามให้อาหรงอยู่นิ่ง ๆ ตามที่นางกำชับไว้ก่อนหน้า แล้วก็ปรายดวงตาเหลือบมองทางเซียวหลิงชวนซึ่งกำลังถูกจับแยกไว้ห่างออกไปจากผู้คน
โจรอีกคนที่อยู่หัวเรือเริ่มออกคำสั่งให้คนพายเรือดำเนินการต่อให้ถึงฝั่งแต่เป็นฝั่งที่ติดกับป่าแทนที่จะเป็นตรงท่าเรือที่คนชุดชุม ทุกคนบนเรือต่างถูกต้อนให้มากองรวมกันหลังจากให้ส่งของมีค่าออกมาหมดแล้ว
เมื่อทุกอย่างเริ่มนิ่งและเป็นไปตามแผนของพวกเขา กลุ่มโจรก็เริ่มคลายความระแวดระวังลง ซึ่งนี่คือจังหวะที่ชิงหรูรอคอย...
ในจังหวะที่หัวหน้าโจรที่คุมตัวนางอยู่นั้นหันไปสั่งลูกน้องคนอื่น ลู่ชิงหรูสะบัดแขนเร็ว บิดข้อมือที่จับมีดจ่อคอนางให้หมุนบิดสร้างความเจ็บปวดจนมีดหล่นลงพื้น นางผละกายออกมาแล้วถีบเท้าลงตำแหน่งกลางอกในจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายอย่างแม่นยำ การเลือกตำแหน่งนี้ทำให้แม้นางแรงไม่มากแต่ก็สามารถเอาชนะชายร่างใหญ่ให้เซถลาแล้วเอียงตกทะเลไปได้!
ตู้ม!
ชิงหรูโน้มตัวลงคว้ามีดจากพื้นเรือแล้วหมุนตัวตั้งรับชายอีกสองคนที่ถลันเข้ามาทันใด
ด้านเซียวหลิงชวนแม้ไม่ถนัดการต่อสู้นัก แต่เขาเห็นจังหวะที่ตนได้เปรียบก็รีบพุ่งเข้าช่วยจัดการอีกคนที่คุมอยู่ที่หัวเรือ อาจด้วยเพราะโจรพวกนี้เป็นโจรสมัครเล่นฝีมือไม่ต้องเก่งมากก็สามารถจัดการพวกมันให้หล่นลงน้ำไปได้ไม่ยากนัก
ลู่ชิงหรูเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จัดการโจรที่เหลือบนเรือให้ตกน้ำและสั่งให้คนพายเรือพายหนีกลับเข้าฝั่งท่าเรือปกติทำให้สถานการณ์กลับมาดังเดิมได้ภายในเวลาไม่เกินสองเค่อ
ทุกคนในเรือถึงได้หายใจออกอย่างโล่งใจทั่ว ๆ กัน
“ขอบคุณ...แม่นาง ขอบคุณจริง ๆ”
หญิงชราผู้หนึ่งเอ่ยพลางยกมือไหว้ น้ำตาไหลพรากอย่างหวาดกลัวไม่หาย ตบท้ายด้วยเซียวหลิงชวนเดินเข้ามา นางมองเขาที่ดูเหมือนจะบาดเจ็บจากรอยมีดที่ต้นแขนเล็กน้อยด้วยสายตาไร้อารมณ์ตามเคย
เท่าที่ดูจากรอยขาดของเสื้อและตรงบริเวณนั้นไม่มีเลือดซึมให้เห็นชัดเจน แผลน่าจะไม่อันตรายเท่าไรนัก
“คุณชายเซียวรีบจัดการล้างแผลเล่า มีดของโจรพวกนั้นเก่าน่าดูเดี๋ยวจะเน่าเอาได้”
สำหรับชิงหรูสิ่งที่น่ากลัวกว่าการเป็นแผลเป็นคือมีดไม่สะอาดหรือขึ้นสนิมทำให้เกิดบาดทะยักเอาได้
เขายกมือกุมที่แขนก่อนจะพูดอย่างอ่อนใจเชิงติดตลกสายตาก้มองยังมือของนางที่จูงน้องชายไม่ห่าง
“หน้าขายหน้าแล้ว ข้าจัดการเพียงโจรคนเดียวกลับบาดเจ็บเสียได้ แต่แม่นางลู่นั้นจัดการถึงสามคนกลับไร้บาดแผลไม่พอยังไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย เจ้าคงต้องสอนวรยุทธ์ให้ข้าบ้างแล้ว...”
ลู่ชิงหรูเงยหน้าจากสอบถามอาการอาหรงมองไปที่คนพูดด้วยสายตาฉงน
“ที่วัดเยวี่ยอวิ๋นก็มีสำนักสอนวรยุทธิ์ คุณชายตระกูลใหญ่เช่นท่านไม่มีเงินเรียกหรือ เหตุใดต้องให้ข้าเสียเวลาทำมาหากินไปช่วยสอนท่านด้วย”
คำตอบของชิงหรูทำให้คุณชายเซียวตะลึงไม่พอเจ้าระบบก็ส่งเสียงหัวเราะในหัวให้นางได้ยินชัดเจนอีก
‘เจ้านี่ช่างโง่เง่าเสียจริง เมื่อครู่มันมุกจีบสาว เขาไม่ได้อยากให้เจ้าสอนวรยุทธ์จริงเสียหน่อย เขาแค่ต้องการอยู่ใกล้เจ้า ชื่นชมเจ้าต่างหาก’
ชิงหรูฟังแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปอีก เหตุใดคำพูดเมื่อครู่ถึงแปลเป็นความหมายเช่นหยางอิ๋นพูดได้เล่า นางว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยด้วยซ้ำ
‘อิ๋นอิ๋น เจ้าเองจะรู้มากกว่าข้าได้อย่างไรกัน เจ้าตีความมั่วเช่นนี้จะทำให้ผู้อื่นเสียหายเอาได้นะ หุบปากเสีย!’
เซียวหลิงชวนยิ้มหน้าตึงค้างไปแล้วมองสีหน้างุนงงของนางก็รู้สึกขบขันขึ้นมา เขาเองนั่นล่ะที่พูดเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
“ต้องขอรับคำแนะนำของแม่นางลู่ไว้ ข้าจะไปสมัครเรียนที่วัดเหยี่ยอวิ๋นเอง”
เมื่อชิงหรูได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเยาะเย้ยเจ้าระบบที่เดามั่วจริงอย่างที่นางคิดไว้
‘เห็นไหม เขาไม่ได้มีความนัยอันใดเลย เจ้าไปมัวสนใจทำอาหารน่ะดีแล้ว อย่ามายุ่งกับชีวิตข้านักเลย’
ระบบนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความซื่อบื้อในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของผู้เป็นเจ้านายได้แต่หายเงียบไปทั้งอย่างนั้นเลย
