บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เควสต์อ่อย (แบบไม่ตั้งใจ)

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านมู่ลี่สีเทาเข้มเข้ามาภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและหรูหราของธีภพ กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยอบอวลผสมผสานกับบรรยากาศตึงเครียดที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกเช้า แต่สำหรับฉัน—พิมพ์พิศา—ที่ตอนนี้ต้องมารับบทเป็นเลขาส่วนตัวพ่วงตำแหน่งผู้ต้องหาในคดี ‘พยายามลอบสังหารหัวใจท่านประธานด้วยการล้มทับ’ บรรยากาศรอบตัวมันช่างชวนให้อึดอัดเสียเหลือเกิน

ย้อนกลับไปเมื่อวานนี้ หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ฉันเผลอพุ่งไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนตักของเขา หน้าต่างระบบตัวดีก็ไม่ยอมหยุดส่งเสียงแจ้งเตือนจนสมองฉันแทบจะระเบิด แถมไอ้เกจความเขินบ้านั่นยังไต่ระดับขึ้นไปแตะห้าสิบเปอร์เซ็นต์อย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด จนท่านประธานหนุ่มจอมหยิ่งต้องไล่ตะเพิดฉันให้ออกมาเคลียร์งานข้างนอกแทบไม่ทัน

“พิมพ์พิศา...”

เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลังโต๊ะทำงาน ทำเอาฉันที่กำลังยืนถือแท็บเล็ตตรวจเช็กตารางงานสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวฉับๆ เข้าไปยืนตรงหน้าโต๊ะด้วยท่าทางเรียบร้อยที่สุด

“คะ? ท่านประธานมีอะไรจะสั่งหรือเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามซ่อนอาการสั่นไหวในน้ำเสียงเอาไว้ใต้หน้ากากของเลขาฯ มืออาชีพ

ธีภพเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มน้อยๆ คล้ายจะเยาะเย้ย แต่มันกลับทรงเสน่ห์จนอันตรายต่อหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของฉันเหลือเกิน

“เมื่อวาน... ตอนที่เธอสะดุดล้มใส่ฉัน...” น้ำเสียงนั่นจงใจลากยาวช้าๆ ชวนให้คนฟังหายใจติดขัด “เธอตั้งใจจะใช้มารยาหญิงรูปแบบใหม่ เพื่อเลี่ยงงานทำรายงานสรุปยอดขายไตรมาสนี้ หรือว่าเธอแค่อ่อนแอจนทรงตัวไม่อยู่จริงๆ กันแน่ หือ?”

ให้ตายเถอะ! นี่เขาจงใจขุดเรื่องน่าอายเมื่อวานมาแซวกันโต้งๆ เลยงั้นเหรอ?

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าจนต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาคมกริบคู่นั้น ก่อนจะรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้มั่นคงที่สุด “ท่านประธานเข้าใจผิดแล้วค่ะ! ฉันแค่อุบัติเหตุจริงๆ รองเท้าส้นสูงคู่ingมันดันทรยศต่างหากล่ะคะ ไม่มีมารยาอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ!”

[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบคิวปิดฉุกเฉิน]

[ภารกิจประจำวันที่ 2: ตอบโต้เป้าหมายด้วยความน่ารักและจริงใจ เพื่อรักษาเกจความรักขั้นต่ำ (ห้ามแสดงอาการก้าวร้าวหรือประชดประชัน)]

[บทลงโทษหากฝ่าฝืน: ถูกหักคะแนนชีวิต 10 แต้ม และโดนช็อตด้วยไฟฟ้าสถิต]

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังแทรกขึ้นมาในหัว ทำเอาฉันเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเองตายตรงนั้น ให้ตายเถอะ! ระบบบ้านี่นอกจากจะบังคับให้ไปจีบเขาแล้ว ยังห้ามไม่ให้เถียงหรือแสดงอาการก้าวร้าวใส่เป้าหมายอีกเหรอเนี่ย? ช่างเป็นระบบที่กดขี่ข่มเหงแรงงานวิญญาณเสียจริง!

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ฉันจึงจำใจต้องฝืนปั้นหน้ายิ้มหวานหยาดเยิ้ม ส่งสายตาออดอ้อน (ที่ฝืนทำสุดชีวิต) กลับไปหาผู้ชายตรงหน้าทันที

“แหะๆ... จริงๆ แล้วเมื่อวานฉันอาจจะแค่อยາກแบ่งเบาภาระท่านประธานมั้งคะ กลัวว่าท่านจะเครียดเรื่องงานเกินไป ก็เลย... เอ่อ... หาเรื่องเซอร์ไพรส์เล่นไงคะ!” ฉันหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความผิดปกติ

ธีภพเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ ท่าทางของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความระแวงระวังทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มแปลกๆ ของฉัน ผู้ชายคนนี้คงไม่เคยชินกับการที่เลขาสาวจอมเชิ่ดจู่ๆ ก็ทำตัวสนิทสนมและยิ้มหวานให้แบบนี้แน่ๆ

“เธอเป็นไข้หรือเปล่าพิมพ์พิศา? หรือว่าหัวกระแทกพื้นตอนล้มเมื่อวานนี้ จนสมองกระทบกระเทือน?”

คำถามยียวนกวนประสาทของเขาเกือบจะทำให้ฉันหลุดมาดเลขาฯ ตบโต๊ะฉะกันสักรอบให้รู้แล้วรู้รอด แต่โชคยังดีที่เสียงเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวซะก่อน ฉันเลยต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่าน

“เปล่าค่ะ... ฉันสบายดีและสติดีทุกอย่างค่ะท่านประธาน!” ฉันตอบเสียงดังฟังชัด รอยยิ้มการค้าถูกระบายบนใบหน้าอีกครั้ง “ว่าแต่ตารางงานวันนี้มีอะไรบ้างคะ? เดี๋ยวฉันจะได้จัดการเคลียร์ให้เรียบร้อย”

ธีภพหรี่ตามองฉันอีกครั้งอย่างพิจารณา ราวกับกำลังพยายามค้นหาพิรุธบางอย่างจากแววตาของฉัน แต่เมื่อไม่เห็นอะไรผิดปกติเขาก็ยอมละสายตา กลับไปสนใจกองเอกสารบนโต๊ะต่อ พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบ

“วันนี้ตอนบ่ายสอง ฉันมีนัดประชุมกับลูกค้ารายใหญ่จากต่างประเทศ เธอช่วยเตรียมเอกสารสัญญาและโปรเจกต์พรีเซนเทชันให้เรียบร้อยด้วย อย่าให้มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด”

“รับทราบค่ะท่านประธาน!” ฉันรับคำเสียงแข็งขัน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาด้วยความโล่งอกโล่งใจ

ช่วงบ่าย ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของบริษัท บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและความตึงเครียด ลูกค้าชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่กำลังนั่งรอการนำเสนอโปรเจกต์สำคัญมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ธีภพก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสง่างามและเยือกเย็น สมกับเป็นผู้นำองค์กรที่ทุกคนต่างเกรงขาม

ฉันในฐานะเลขานุการส่วนตัวทำหน้าที่ยืนประกบข้าง คอยหยิบจับเอกสารและเปิดสไลด์พรีเซนเทชันให้อย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งถึงช่วงท้ายของการประชุม ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องตอบคำถามข้อสงสัยของลูกค้า

“โปรเจกต์นี้ดูน่าสนใจมากครับคุณธีภพ แต่ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณในส่วนของการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน... ทำไมตัวเลขในเอกสารสรุปหน้าสิบสองถึงดูมีความคลาดเคลื่อนจากแผนเดิมล่ะครับ?” ตัวแทนลูกค้ายกเอกสารขึ้นมาถามด้วยสีหน้าจริงจัง

ฉันสะดุดกึกลงทันที รีบก้มลงมองเอกสารในมือ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว... ตายแล้ว! เอกสารหน้าที่ตัวแทนลูกค้าพูดถึง เป็นหน้าที่ฉันต้องตรวจทานเมื่อเช้า แต่เพราะมัวแต่กังวลเรื่องระบบบ้าๆ และท่าทีของธีภพ ทำให้ฉันพลาดรายละเอียดปลีกย่อยจุดนั้นไป
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel