บทที่ 2 ชิบหายแล้ว
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจของฉันเต้นระรัวราวกับกลองเพลทันทีที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของท่านประธานหนุ่ม ธีภพเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารช้าๆ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองฉันนิ่งสนิท ราวกับกำลังประเมินค่ามดปลวกตัวหนึ่ง
“มีอะไรพิมพ์พิศา? เอกสารที่สั่งให้แก้เมื่อวานเสร็จเรียบร้อยแล้วงั้นเหรอ ถึงได้กล้าเดินเข้ามาทำหน้าตาเลิกลั่กอยู่ในห้องทำงานฉันแบบนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ ทั้งสิ้น
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา เร็วขึ้น... เข้าใกล้ขึ้น จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่คืบเดียว ตามเงื่อนไขสามสิบเซนติเมตรที่ระบบกำหนดไว้เป๊ะๆ!
“คะ... คือว่าฉันมีเรื่องสำคัญจะมารายงานค่ะท่านประธาน” ฉันเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย พยายามแกล้งทำเป็นก้มลงวางแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อลดระยะห่างให้มากที่สุด
ธีภพขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นฉันจู่ๆ ก็ล้ำเส้นเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิดเกินความจำเป็น ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างจับผิด รังสีความอึดอัดแผ่กระจายออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
“เธอเป็นอะไรของเธอพิมพ์พิศา ถอยออกไปห่างๆ ซิ มายืนหายใจรดต้นคอฉันอยู่ได้ มีมารยาทหน่อย” เขาเอ่ยเสียงดุ แววตาฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน พร้อมกับเอนตัวหลบถอยหลังเล็กน้อย
[ติ๊ง! ตรวจพบระยะห่างต่ำกว่ากำหนด เริ่มต้นนับถอยหลังเวลาเชื่อมต่อ: 1... 2... 3...]
เสียงระบบนับถอยหลังดังขึ้นในหัว ทำให้ฉันต้องกัดฟันยืนหยัดต่อสู้กับสายตาดุๆ นั้นต่อไป ทนอีกนิดเดียว... ขอเวลาอีกแค่สองนาทีเท่านั้น ฉันก็จะรอดพ้นจากบทลงโทษโง่ๆ นี่แล้ว!
แต่ใครจะรู้ว่าจังหวะที่ฉันพยายามจะขยับตัวถอยหลังตามที่เขาสั่ง รองเท้าส้นสูงคู่โปรดดันสะดุดเข้ากับพรมปูพื้นห้องเข้าอย่างจัง!
“อุ๊ย!” ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายเสียหลักพุ่งล้มไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ และเป้าหมายเดียวที่จะช่วยยึดเหนี่ยวไม่ให้ฉันหน้าคว่ำกระแทกพื้นก็คือ... แผงอกกว้างภายใต้เสื้อสูทราคาแพงของท่านประธานหนุ่มนั่นเอง!
พรึบ!
ร่างทั้งร่างของฉันพุ่งชนเข้ากับอกแกร่งของธีภพอย่างจัง แรงกระแทกทำให้เขารีบคว้าเอวฉันไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ล้มลงไปทั้งคู่ กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันกำลังนอนทับอยู่บนตัวเขา โดยที่ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่ลมหายใจกั้นเท่านั้น!
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ส่วนฉันก็ได้แต่ตาค้าง สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่ากลองศึกเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก
[ติ๊ง! ภารกิจประจำวันสำเร็จลุล่วง! เปิดใช้งานฟังก์ชัน 'เกจความเขิน' ของเป้าหมายชั่วคราว]
[ระดับความเขินของเป้าหมาย: 45% (กำลังไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว)]
หน้าต่างระบบสีชมพูหวานแหววเด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับตัวเลขเกจความเขินที่พุ่งปรี๊ดขึ้นสีแดงแจ๋อย่างน่าตกใจ ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับธีภพที่กำลังจ้องมองริมฝีปากและใบหน้าของฉันนิ่งสนิท นัยน์ตาคู่นั้นไหววับอย่างประหลาด
และก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยปากแก้ตัวหรือผุกตัวลุกขึ้นจากตักของเขา เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกระดากอายเล็กน้อยแต่ยังคงฟอร์มจัดก็ดังลอดไรฟันออกมาจากปากของท่านประธานหนุ่มผู้เย็นชา
“นี่เธอ... ตั้งใจจะอ่อยฉันด้วยวิธีนี้ตั้งแต่แรกเลยใช่ไหม พิมพ์พิศา?”
ให้ตายเถอะ... นี่มันเพิ่งเริ่มต้นวันแรกเองนะ ทำไมชีวิตในร่างใหม่กับระบบคิวปิดบ้าๆ ถึงได้ป่วนชวนหัวใจวายขนาดนี้เนี่ย!
ธีภพจ้องมองฉันนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบฉายแววสับสนระคนขบขันเล็กน้อย
"ปล่อย... ปล่อยฉันเถอะค่ะท่านประธาน!" ฉันละลานละลอกละล่ำละลักละลี้ดันตัวลุกขึ้นจากตักของเขาอย่างทุลักทุเล หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก
ทว่าท่านประธานหนุ่มกลับยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม แววตาคมกริบมองตามร่างฉันที่ถอยกรูดไปพิงขอบโต๊ะทำงาน พร้อมกับมุมปากหยักที่กระตุกยิ้มขึ้นบางเบา ราวกับกำลังสนุกที่ได้เห็นคนฟอร์มหลุด
[ติ๊ง! แจ้งเตือนพิเศษจากระบบ: เป้าหมายพึงพอใจในสัมผัสแรก เกจความเขินขยับขึ้นเป็น 50% ดำเนินภารกิจต่อเนื่องในวันพรุ่งนี้ได้!]
ให้ตายเถอะ... แค่วันแรกหัวใจฉันก็เกือบวายแล้ว แบบนี้ร้อยวันเต็มๆ ฉันจะไม่หัวใจวายตายก่อนได้กลับร่างเดิมจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย!