บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 พระเอกผู้รักเดียวใจเดียว - 2

หลงเชิ่งเคยพบเห็นเหตุการณ์ที่ซูซ่านหนิงร่วมมือกับเหล่าคุณหนูใจโหดรังแกซูซ่านเหยามานับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งยามนี้ เมื่อเห็นซูซ่านเหยาผู้บอบบางดุจดอกบัว ถูกตีจนแทบจะร่วงโรยคามือ ความเดือดดาลก็พลันแล่นขึ้นรวดเร็วราวไฟลามป่า เขาพุ่งเข้ามาอุ้มซูซ่านเหยาแนบอกอย่างไม่รีรอ ก่อนจะตวัดสายตาดุดันไปยังเฉินซ่างจู๋ แล้วหันกลับมามองหนิงหนิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นว่า

“นางมารใจเหี้ยม!”

ในนิยาย หลงเชิ่งมักด่าซูซ่านหนิงด้วยถ้อยคำเช่นนี้อยู่เสมอ และเคยหยาบคายยิ่งกว่านี้ด้วยซ้ำ ตอนหนิงหนิงเป็นผู้อ่าน นางยังรู้สึกสะใจอยู่บ้าง แต่พอคนที่โดนด่านั้นกลายเป็นตัวนางเองความรู้สึกก็เปลี่ยนไปทันที

นางไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย! เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของร่างเดิมกับเฉินซ่างจู๋ทั้งนั้น!

ต่อให้รู้ว่าหลงเชิ่งเข้าใจผิดเพราะสถานการณ์มันพาไป แต่การถูกกล่าวหาเช่นนี้ก็ทำให้หนิงหนิงหงุดหงิดสุดขีด ยิ่งเห็นหลงเชิ่งอารมณ์พลุ่งพล่าน อุ้มซูซ่านเหยาแนบอกโดยไม่สนบุรุษสตรีต้องเว้นระยะ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าเขานี่ช่างมีสมองเป็น…ลาจริงๆ

ในเนื้อเรื่องเดิม หลงเชิ่งดูเหมือนจะช่วยนางเอกไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่แท้จริงกลับเป็นการกระตุ้นให้เหล่าตัวร้ายหญิงเดือดดาลหนักขึ้นทุกที และยิ่งเปิดทางให้เกิดการกลั่นแกล้งที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิมในอนาคต

หากวันนี้นางยังเป็นซูซ่านหนิงคนเดิม แล้วเห็นหลงเชิ่งทั้งปกป้องศัตรูหัวใจต่อหน้า ทั้งยังด่านางด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน นางคงจะโกรธจนแทบคลั่ง แล้วเมื่อกลับถึงจวนแม่ทัพ ซูซ่านเหยาจะต้องถูกลงโทษสาหัสเพียงใด หลงเชิ่งเคยคิดบ้างหรือไม่!

หลงเชิ่งเห็นแววตาเย็นเฉียบของหนิงหนิง ก็นึกว่านางกำลังคิดหาเล่ห์ร้ายอยู่ตามนิสัยเก่า พอคิดถึงท่าทางเกาะติดเขาไม่ปล่อยในอดีต ก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจและโทสะพลุ่งพล่าน ขึ้นเสียงดุด่าว่า

“จิตใจต่ำช้า ไร้ยางอายสิ้นดี!”

หนิงหนิงหัวเราะเย็น หันมองเขาด้วยแววตาเฉยชา ก่อนถามเสียงเรียบว่า “เจ้าเป็นใครกัน?”

คำพูดนั้นทำเอาทุกคนตะลึงงัน ระบบให้แต้มทันทีห้าสิบคะแนน ถือว่าด่าได้โดนใจ แต่หนิงหนิงกลับเบ้ปาก แค่ห้าสิบคะแนน ช่างไม่ต่างจากด่าตัวประกอบริมทาง!

หลงเชิ่งอ้าปากค้างไปชั่วครู่ หนิงหนิงตอบโต้แบบนี้ทำเขาคิดไม่ออกเลยทีเดียว หากเป็นก่อนหน้านี้ ซูซ่านหนิงย่อมต้องจ้องซูซ่านเหยาด้วยสายตาเคียดแค้น แล้วร่ำไห้วิ่งวุ่นให้เหตุการณ์วุ่นวายจนเขาทั้งโกรธทั้งอับอาย แต่วันนี้กลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง นางไม่ร้องไห้ ไม่อาละวาด แถมยังมองเขาด้วยสายตาดูถูกปนรังเกียจ ราวกับเขาเป็นเศษผ้าที่สกปรกไร้ค่า

หลงเชิ่งผู้มีพระสนมเป็นมารดา แม้มิได้เก้าอี้รัชทายาท แต่เขาคือองค์ชายที่โดดเด่นที่สุด รูปโฉมงดงามไร้ข้อบกพร่อง ฝีมือทั้งบุ๋นบู๊ล้วนเป็นหนึ่งมาตั้งแต่เยาว์วัย สตรีที่เคยพบเห็นเขาล้วนแต่ชื่นชม หลงใหล หรือไม่ก็เขินอายหวั่นไหวมาโดยตลอด แม้เขาไม่เคยยโสโอหังกับเรื่องเช่นนี้ แต่ตลอดชีวิตก็ยังไม่เคยมีใครมองเขาด้วยแววตาเหยียดหยามเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาเลยขึ้นสีสลับม่วงสลับเขียว พูดไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่

แล้วทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงหนิงหนิงพูดอย่างรำคาญว่า “หลีกไป!”

ด้วยเหตุผลใดก็ไม่รู้ พอถูกสั่งเช่นนั้น หลงเชิ่งกลับเผลอคลายแขนที่โอบซูซ่านเหยาออกโดยไม่รู้ตัว แล้วยืนหลบออกไปด้านข้าง

หนิงหนิงไม่แม้แต่ปรายตามองเขาอีก นางเดินตรงเข้ามาดึงซูซ่านเหยาที่แก้มแดงบวมจนดูน่าสงสารขึ้นมา แล้วดุด่าว่า

“เจ้าให้คนอื่นตบตีเช่นนี้ แล้วยังยืนเฉยอยู่ได้หรือ!”

ซูซ่านเหยาน้ำตาเอ่อคลอ มองหนิงหนิงด้วยสายตาไม่เข้าใจ แอบเหลือบมองเฉินซ่างจู๋แวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าลงไม่เอ่ยคำใด

หนิงหนิงเห็นท่าทางอ่อนแอเช่นนั้นก็ยิ่งหงุดหงิด ตวาดเสียงเข้มว่า “ช่างทำให้จวนแม่ทัพขายหน้าเสียจริง!”

แต้ม +1000 เด้งขึ้นทันที

หนิงหนิงมิได้สนใจแต้มคะแนนแม้แต่น้อย นางหันขวับแล้วฟาดฝ่ามือลงบนแก้มเฉินซ่างจู๋สองครั้งรวด เสียงดังใสกังวานสะท้อนลั่นไปทั่วลาน

เฉินซ่างจู๋มิได้คาดคิดเลยว่าหนิงหนิงจะกล้าลงมือกับตน นางไม่ทันแม้แต่จะหลบ ถูกตบเต็มๆ จนหน้าหัน ทั้งตกใจทั้งโกรธจนตัวสั่น นางยกมือขึ้นกุมแก้ม ตาเบิกกว้างมองหนิงหนิงอย่างไม่อยากเชื่อ

“เจ้า…เจ้า…เจ้า…เจ้า…” แต่ “เจ้า” แล้วก็ขาดห้วงไปต่อไม่ได้

เพราะนางไม่กล้าเอ่ยต่อ ซูซ่านหนิงเดิมเป็นท่านหญิงผู้เหิมเกริมทั้งในวังและนอกวัง กระทั่งฮ่องเต้ยังทรงตามใจ ให้ยศเป็นท่านหญิงตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วบุตรสาวของรองเสนาบดีกรมพิธีการอย่างนางเล่าจะกล้าพูดอะไรออกไป?

หนิงหนิงในยามอ่านหนังสือก็ชิงชังเฉินซ่างจู๋อยู่แล้ว หากบอกว่าซูซ่านหนิงเป็นความร้ายแบบโง่ๆ เฉินซ่างจู๋ก็คือร้ายลึก วันๆ เอาแต่เสนอแผนชั่วร้ายให้ร่างเดิมใช้กลั่นแกล้งผู้อื่น ภายหลังเมื่อซูซ่านหนิงสมรสกับหลี่หรง นางยิ่งออกกลอุบายสารพัดทำให้หลี่หรงทรมานสาหัส ดังนั้นเมื่อครู่หนิงหนิงจึงลงมือโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ใช้แรงเต็มที่จนแก้มของเฉินซ่างจู๋บวมแดงพอๆ กับซูซ่านเหยาแล้ว

“เจ้าจะเรียกข้าอะไรนักหนา” หนิงหนิงกล่าวเสียงเย็น “นับจากวันนี้ หากผู้ใดกล้าแตะต้องซูซ่านเหยา ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับข้า!”

สิ้นคำ นางก็ฉุดแขนซูซ่านเหยาที่ยังยืนตะลึงงัน ปล่อยให้หลงเชิ่งยืนงุนงงอยู่ด้านหลัง แล้วก้าวจากไปอย่างองอาจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel