บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ระบบปากร้ายพร้อมให้บริการ - 1

พอทั้งคู่ออกไป หนิงหนิงก็กระโดดลงจากเตียงทันที นางเป็นคนที่ชอบดูละครย้อนยุคมาก ของตกแต่งแนวโบราณแบบนี้ก็โปรดสุดๆ จนแอบฝันมาตลอดว่าสักวันจะได้ทะลุเข้ามาในนิยายโบราณจริงๆ การได้มาอยู่ตรงนี้ก็เหมือนฝันเป็นจริง

นางลูบผ้าม่านสีฟ้าอ่อนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพุ่งไปกอดตู้ไม้จื่อถาน สี่เหลี่ยม แล้วสูดลมหายใจลึกๆ

กลิ่นเนื้อไม้หอมจางๆ ลอยมาแตะจมูก นี่มันไม้จื่อถานแท้ๆ เลยนะ ในโลกปัจจุบัน แค่กำไลหรือประคำเล็กๆ ก็เป็นหมื่นแล้ว แต่นี่ตู้ใบใหญ่ทั้งใบทำจากไม้จื่อถาน จะมูลค่ามหาศาลแค่ไหนกัน รวยระดับมหาเศรษฐีเท่านั้นถึงจะมีได้

แต่ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะบิดาของเจ้าของร่างเดิมคือแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นโจว ส่วนมารดาก็คือองค์หญิงอันหยาง พระเชษฐภคินี แท้ๆ ของฮ่องเต้ ตำแหน่งฐานะขนาดนี้ หนิงหนิงตอนนี้ก็คือคุณหนูผู้ร่ำรวยโดยสมบูรณ์แบบ

หนิงหนิงเปิดตู้ กลิ่นกำยานหอมแรงโชยออกมา ด้านในมีเสื้อคลุม เสื้อป้าย กระโปรงและชุดชั้นในวางเรียงเป็นระเบียบ เนื้อผ้าประดับไข่มุก ถักไหมทอง ลวดลายงดงามประณีต ดูก็รู้ว่าเป็นของชั้นดี เพียงแต่ส่วนใหญ่เป็นสีแดงจัดจนดูแก่ไปหน่อย ส่วนนางชอบโทนสีอ่อนๆ มีอยู่แค่สองสามชุดเท่านั้น

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย ฐานะของเจ้าของร่างเดิมรวยขนาดนี้ ให้คนไปตัดชุดใหม่ก็จบแล้ว

หนิงหนิงยิ้มกว้าง คว้าผ้าคลุมขึ้นมาแล้วหมุนตัวหนึ่งรอบ ทิ้งผ้าคลุมให้พันรอบตัวอย่างมีความสุข นางดีใจจนแทบไม่รู้จะทำอะไรต่อดี ถึงจะเป็นราชวงศ์สมมติ แต่ในนิยายต้นฉบับบรรยายชีวิตความเป็นอยู่ในยุคนั้นไว้อย่างละเอียด ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นางอ่านนิยายเรื่องนี้ได้จนจบ

ตอนนี้เมื่อได้มาเห็นเครื่องเรือนโบราณงดงามล้ำค่า ผ้าแพรพรรณ เครื่องประดับ ทุกอย่างเต็มไปด้วยความหรูหรา หนิงหนิงรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นลมด้วยความสุข

ต้องบอกก่อนว่า ในโลกเดิมของหนิงหนิงนั้น พ่อแม่หย่าร้าง ต่างคนต่างไปสร้างครอบครัวใหม่ ทั้งสองผลัดกันโยนนางไปมาเหมือนลูกบอล ไม่มีใครอยากรับผิดชอบ เด็กตัวเล็กๆ อย่างนางต้องพึ่งพาตัวเองมาตลอด ชีวิตลำบากจนชินชา วันเกิดอุบัติเหตุรถชน คนขับก็หนี นางนอนอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ โทรหาใครก็ไม่มีใครรับสาย แต่พอทะลุเข้ามาในนิยาย อยู่ๆ ก็กลายเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ อยากได้อะไรก็มีให้ ใช้ชีวิตสบาย มีสาวใช้คอยดูแล ความรู้สึกฟินแทบไม่ต้องเอ่ยถึง

หางตานางเหลือบไปเห็นกระจกทองเหลืองบนโต๊ะเครื่องแป้ง หนิงหนิงยกขึ้นมาอย่างเกรงๆ แล้วส่องดูตัวเอง

ตัวละครตัวร้ายในหนังสือไม่ได้บรรยายหน้าตาไว้มากนัก สิ่งรอบตัวถึงนางจะพอใจอยู่ แต่ถ้าร่างเดิมหน้าตาใช้ได้ด้วยล่ะก็ ชีวิตคงสมบูรณ์แบบจริงๆ

ในกระจกสะท้อนเด็กสาววัยไล่เลี่ยกับสองสาวใช้ ขนตาดำหนายาว ดวงตากลมโตโดดเด่น สวยแบบคมเข้มเหมือนแต้มด้วยหมึก เพียงแต่เพราะเพิ่งป่วย หน้าตาดูซีดผอม พอไม่ยิ้มก็ทำให้หน้าดุอยู่หน่อยๆ รวมๆ แล้ว พื้นฐานถือว่าดี หากบำรุงอีกสักหน่อย คงกลายเป็นสาวงามได้ไม่ยาก

ดี… ดีมาก ขอแค่ด่าคนแลกแต้มให้ได้ ต่อให้ต้องปากร้ายแค่ไหน นางก็พออยู่ได้แน่นอน!

นางยังไม่ทันเก็บรอยยิ้มโง่ๆ ให้ดี เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากนอกประตู จากนั้นหญิงวัยกลางคนผู้แต่งกายหรูหราก็ก้าวเข้ามา

หญิงผู้นั้นอายุไม่น้อยแล้ว ทว่าดูแลตัวเองอย่างดี รูปร่างอิ่มแน่น ผิวเนียนขาวราวหิมะ หรูหราอ่อนนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เห็นปุ๊บก็รู้ว่าเป็นคนที่เติบโตท่ามกลางความมั่งคั่ง หนิงหนิงจึงเดาได้ทันทีว่าเป็นใคร นางจึงยิ้มหวานแล้วเอ่ยอย่างสดใสว่า

“ท่านแม่มาได้อย่างไรเจ้าคะ”

หญิงผู้นั้นก็คือพี่สาวแท้ๆ ของฮ่องเต้ องค์หญิงใหญ่อันหยาง มารดาของซูซ่านหนิง

ซูซ่านหนิงนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก แต่พอมีเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์คอยตามใจ จึงถูกตามใจจนใช้การไม่ได้ แถมยังถูกแต่งตั้งให้เป็นท่านหญิงตั้งแต่อายุน้อย นางเคยชินกับการด่าและทำร้ายข้ารับใช้ ต่อให้ต่อหน้าบิดามารดา ก็มักทำสีหน้าไม่ยี่หระ เย็นชา ใครเคยเห็นนางยิ้มหวานเช่นนี้กันเล่า

พอองค์หญิงใหญ่เห็นท่าทีของหนิงหนิง ก็ตะลึงงันไปพักใหญ่ กว่าจะพูดออกมาก็ว่า “แม่มาเยี่ยมเจ้า”

ตอนนี้เองนางเพิ่งสังเกตว่าหนิงหนิงสวมแค่เสื้อตัวในบางๆ และคลุมด้วยผ้าคลุมผืนเดียว ทั้งยังไม่ยอมนั่งบนเตียง นางจึงรีบคว้ามือหนิงหนิงกดให้นั่งลงต่อหน้า แล้วหันไปเอ็ดสาวใช้ด้านหลังเสียงเข้มว่า

“คุณหนูฟื้นแล้ว ยังไม่เห็นมีใครอยู่เฝ้า หนาวๆ อย่างนี้ยังปล่อยให้ลงจากเตียง ถ้าไม่สบายขึ้นมาจะทำอย่างไร”

ซานหูรีบเปิดตู้ เอาเสื้อคลุมกำมะหยี่สีแดงปักทองมาคลุมให้หนิงหนิง ส่วนหูป๋อก็รีบเขี่ยถ่านในเตา แล้วหยิบเตาอุ่นมือทองเหลืองบุผ้าแดงมายัดใส่มือนาง เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ ทั้งสองก็ทรุดตัวคุกเข่าลงอีกครั้ง

หนิงหนิง: ……

องค์หญิงใหญ่เคยชินกับภาพเช่นนี้มานาน หรืออาจจะเรียกว่ามองเป็นเรื่องปกติ นางแทบไม่เหลือบมองสองสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่เลย บุตรสาวที่ปกติเอาแต่ใจกลับทำหน้าตาเรียบร้อยเช่นนี้ แถมยังป่วยจนหน้าซีดอ่อนแรง ทำเอาหัวใจของนางอ่อนยวบไปทั้งดวง นางจับมือนางถามไถ่สารพัด เดี๋ยวก็ลูบแก้มซีดๆ ของหนิงหนิง เดี๋ยวก็ดึงหนิงหนิงเข้ามากอดแน่นด้วยความสงสาร

แต่ไม่นานสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน นางตวาดขึ้นด้วยความโกรธว่า

“ล้วนเป็นเพราะเด็กสารเลวนั่น คนถึงได้เจ็บหนักถึงเพียงนี้! คนไหน อยู่ไหน ไปตามซูซ่านเหยามาที่นี่เดี๋ยวนี้!”

ไม่นานนัก หญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมสีจันทร์ก็รีบตามหลังบ่าวเข้ามา ศีรษะก้มต่ำ ท่าทางรีบร้อน ใบหน้าเรียบร้อยดูอ่อนโยนราวดอกไม้ เมื่อเข้ามาก็รีบคำนับองค์หญิงใหญ่ก่อน แล้วจึงแอบเหลือบมองหนิงหนิงหนึ่งที

ทันใดนั้น องค์หญิงก็ตวาดเสียงลั่น “ยังไม่คุกเข่าอีก!”

เสียงตึงดังขึ้น เมื่อซูซ่านเหยาทรุดเข่าลง ตอนนี้หน้าเตียงของหนิงหนิงมีคนคุกเข่าอยู่สามคนแล้ว

ซูซ่านหนิงไม่ยอมให้สาวใช้แต่งตัวดีๆ สีสันสวยงาม เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าของซานหูกับหูป๋อจึงซีดจนเกือบขาวจากการซักหลายครั้ง และนางก็ไม่ยอมให้ซูซ่านเหยาแต่งตัวดีเช่นกัน ทำให้ซูซ่านเหยาเกือบจะอยู่ในชุดสีขาวล้วนทั้งร่าง ทั้งสามคุกเข่าเรียงกันตรงหน้า ดูราวกับหนิงหนิงใกล้จะถูกจัดพิธีส่งวิญญาณเสียให้ได้

องค์หญิงใหญ่เกลียดลูกอนุคนนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเห็นหน้าก็ชี้ด่าไม่หยุด แล้วด่าเสียยาวจนหนิงหนิงเองยังรู้สึกสงสารเสียด้วยซ้ำ หนิงหนิงจึงถามระบบในใจว่า

“ท่านแม่ข้าด่าแบบนี้ ข้าได้แต้มหรือไม่”

แน่นอนว่าระบบไม่สนใจตอบ ที่ไหนจะมีอะไรดีขนาดนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel