บทที่ 7 พบเจอไอดอล
หลายวันผ่านไป
งานเลี้ยงน้ำชาขององค์ชายรองถูกจัดขึ้นอย่างสวยงาม ริมสระบัวที่ผืนน้ำสะท้อนแสงเป็นประกาย ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ ยกเว้นแต่เพียงนางร้ายหนึ่งเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มาร่วมงานด้วยสีหน้าเหมือนเพิ่งฝืนใจกลืนยาขมเข้าไปคำใหญ่
ฟางเซียนสวมชุดไหมปักลายเมฆดิ้นทอง สีฟ้าอ่อนละมุน ราวกับนางฟ้านางสวรรค์ เส้นผมถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ประดับด้วยปิ่นหยกขาวงดงาม หากแต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความระแวงอย่างเปิดเผยกลัวใครมาเห็นนางกำลังจะทำอะไรบางอย่างกับนางเอกของเรื่อง คุณหนูจางไป๋เยว่ ตระกูลแม่ทัพที่อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลซือหม่านอีกที
[ติ๊ง! แกล้งผลักนางเอกเพราะรักพระเอกมาก กำลังดำเนินการ… กรุณาทำหน้าที่ของนางร้ายอย่างตั้งใจ]
‘นี้ระบบ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นดีไหม ฉันไม่กล้า’
[ไม่ได้จ้า ต้องทำเพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไป]
‘เฮ้อ น่าหนักใจจริงๆ’
“คุณหนูเจ้าค่ะ เราต้องเดินไปคารวะองค์ชายรองก่อนนะเจ้าค่ะ ค่อยมาเดินเล่น” เสี่ยวหลานสาวใช้คนสนิทเตือนนายสาวของตนถึงมารยาทที่ควรทำเมื่อมาถึงงานเลี้ยงน้ำชา
“นั้นซิ ไปพบองค์ชายรองกัน” ฟางเซียนรีบสาวเท้าไปยังศาลาริมสระที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก
ศาลาริมสระ
องค์ชายรอง เสิ่นอวิ๋น โอรสคนรองของฮ่องเต้กับนางกำนัลคนสนิทของฮ่องเต้เอง เรียกได้ว่าเป็นโอรสที่ชาติกำเนิดต่ำต้อยที่สุดแต่ก็เป็นโอรสที่ฮ่องเต้รักที่สุดเพราะเกิดมาจากนางอันที่เป็นที่รัก แต่น่าเศร้าใจที่หลังให้กำเนิดองค์ชายรอง นางกำนัลที่ได้แต่งตั้งเป็นพระสนมไม่นานก็ตายหลังคลอดทันที สร้างความเศร้าเสียใจให้ฮ่องเต้เป็นอย่างมาก พระองค์นำความรักทุกอย่างมามอบให้องค์ชายรองทั้งหมดและเลี้ยงไว้ข้างกายเสมอมา
วันนี้องค์ชายรองนึกอยากจัดงานเลี้ยงน้ำชาเชิญหนุ่มสาวตระกูลขุนนางมาร่วมงานเลี้ยง ไม่มีใครไม่อยากมาร่วมงานของโอรสที่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร อยู่ดีๆองค์ชายรองถึงจัดงานเลี้ยงน้ำชา มีเพียงแต่องค์ชายรองที่รู้เท่านั้น
ความจริงแล้วเขาคือไอดอลยุคอวกาศที่เกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็นเจ้าชายนิทราแล้ววิญญาณมาเข้าร่างทารกตัวน้อยที่เกิดเป็นองค์ชายรองในนิยายเรื่อง บุปผาในกำมือท่านแม่ทัพ ที่เขาเคยได้รับการติดต่อให้ไปเล่นเป็นพระรองในเรื่อง แต่ทว่าพอเขาอ่านนิยายเรื่องนี้จบ เขารีบปฏิเสธทันที มีนิยายบ้าเรื่องไหนที่ตัวละครทุกตัวไม่มีใครสมหวังในรักเลย เช่น พระเอกตัดสินใจอยู่เป็นโสด ตอนแก่รับลูกบุญธรรมมาหนึ่งคน นางเอกผันตัวเป็นแม่ทัพหญิงและเป็นโสดจนตาย นางร้ายออกบวชเข้าสู่ทางธรรมเป็นแม่ชี ส่วนพระรองก็ตัดสินใจออกบวชเป็นพระ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก
แต่ไม่ว่าสุดท้ายเขาจะพยายามหนีอย่างไงก็หนีไม่พ้นบทพระรองของนิยายเรื่องนี้ เฮ้อ
กลับมาที่สาเหตุที่เขาจัดงานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้ เรื่องมีอยู่ว่า
เขาฝันถึงหญิงสาวนางหนึ่งที่คอยติดตามและไปดูเขาเสมอในทัวร์คอนเสิร์ต หญิงสาวร่างเล็กอายุน้อยที่แสนน่ารัก
บางครั้งฝันถึง หน้าจอ AI และมีหญิงสาวนางหนึ่งกำลังร่วมต่อสู้กับแอนตี้แฟนเขา
ฝันล่าสุด หญิงสาวนอนอยู่บนเตียงเล็กที่ดูแล้วผ่านการใช้งานไม่น้อย กำลังถือรูปเขาแล้วร้องว่า ไอดอลของฉัน กรี๊ด หล่อมากแม่ ก่อนจะขยับรูปนั้นมากอดไว้แนบอกหวงแหนราวกับสมบัติล้ำค่า ซึ่งฝันนี้ทำให้เขาหัวเราะไม่หยุดและรู้สึกหญิงสาวบนเตียงน่ารักน่าเอ็นดู อยากรู้จักสักครั้ง
ก่อนที่ฝันจะจบลงก็มีเสียงโมโนโทนที่แยกไม่ออกว่าเพศชายหรือหญิงพูดขึ้นมาว่า
“หญิงสาวได้เกิดใหม่ในโลกนิยายเรื่อง 'บุปผาในกำมือท่านแม่ทัพ'”
หลังจากที่เขาได้ยินประโยคนี้ ในใจก็ดีใจเป็นอย่างมาก แปลว่าเขามีโอกาสได้พบแฟนคลับตัวน้อยแล้ว เริ่มต้นจากการหาหญิงสาวในตระกูลขุนนางก่อนเลย เขาเลยจัดงานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้ขึ้นมา
ตอนนี้องค์ชายรองเสิ่นอวิ๋นใส่ชุดสีเขียวมรกตยืนอย่างสง่างามอยู่กลางศาลา ท่ามกลางเหล่าบัณฑิตและหญิงสาวหลายคนแอบเฝ้ามองเขาด้วยความหลงใหล ใบหน้าของเขายังคงยิ้มละไม แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับแฝงความเฝ้ารอและกำลังมองหาบางสิ่งหรือบางคน
และแล้ว ดวงตาคู่นั้นก็สะดุดเข้ากับร่างเล็กบางผู้หนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา
เมื่อเขาได้สบตากับหญิงสาว นางงดงามในแบบของตนเอง ไม่เหมือนใคร ไม่โอ่อวดเกินพอดี ดวงหน้าราวภาพวาดจีนโบราณ และสำคัญที่สุด แววตานั้น แววตาที่เขาไม่มีวันลืมได้เลย
‘ใช่ นางแน่ ๆ… แฟนคลับตัวน้อยของข้า’ เสิ่นอวิ๋นคิดในใจ ปลายนิ้วข้างหนึ่งของเขาเผลอวางลงบนขอบถ้วยชาเบา ๆ ยามมองภาพตรงหน้าเหมือนกลัวว่านั่นเป็นแค่ภาพลวงตา
แม้นางจะพยายามหลบสายตา หันหน้าไปทางอื่น แต่…
ยามที่ดวงตาคู่นั้นแอบกลับมาจ้องเขาอีกครั้ง เป็นวินาทีที่โลกทั้งใบหยุดหมุน
ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความรักและเทิดทูนไอดอลคนนั้น ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อยราวกับพยายามกลั้นบางอย่างไว้ สีหน้าเช่นนั้นไม่ใช่ของ “นางร้าย” อย่างที่ใครเข้าใจ แต่มันคือสีหน้าของ “แฟนคลับผู้หลงรักไอดอล” อย่างไม่มีข้อสงสัย
‘ตายแน่… เขามองฉันอยู่ ฉันจะเป็นลมอยู่แล้ว… เขายิ้มให้ด้วย!! ไอดอลของฉัน หล่อมากแม่’
ฟางเซียนยกพัดขึ้นมาบังหน้าอย่างเร็ว มือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นระรัวเหมือนกลองศึก ตอนนี้นางกำลังเขินอายหน้าแดงต่อหน้าองค์ชายรองที่หน้าเหมือนไอดอลของนางราวกับแฝดเลย
‘งื้อ อยากขอลายเซ็นต์เก็บไว้ ไม่ทำภารกิจที่เหลือแล้วได้ไหม ขอจ้องมองไอดอลไปนานๆ’
ฟางเซียนยังไม่ทำความเคารพองค์ชายรองจนเสี่ยวหลานต้องสะกิดเตือน หญิงสาวถึงเพิ่งนึกออก รีบทำความเคารพและแนะนำตัว
“ถวายบังคมองค์ชายเพคะ หม่อมฉันหม่าฟางเซียน”
“ลุกขึ้นเถอะ คุณหนูฟางเซียน” องค์ชายรองยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาวตรงหน้า ทำให้หลายๆคนร่วมทั้งหญิงสาวอยู่บริเวณนั้นพากันกัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความอิจฉา องค์ชายรองไม่ค่อยยิ้มให้ใครง่ายๆ จู่ๆก็ยิ้มให้คุณหนูหม่าฟางเซียนผู้นี้
[ติ๊ง ระบบตรวจพบโอกาสทองในการผลักนางเอกตกน้ำ โปรดไปทำหน้าที่ก่อน ค่อยกลับมาส่องไอดอลอีกครั้ง]
เมื่อได้รับคำแนะนำจากระบบ ฟางเซียนหันไปมองทางริมสระก็เจอกับคุณหนูจางไป๋เยว๋ที่ยืนอยู่ลำพัง โดยไม่มีสาวใช้คนสนิท โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ แต่นางก็มีข้อสงสัยกับระบบ
‘นี้ระบบ อย่าว่าฉันอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ จริงๆตั้งแต่ฉันมาเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้ยังไม่เคยเห็นพระเอกกับนางเอกเรื่องนี้เจอกันเลย แล้วทำไมอยู่ดีๆฉันต้องไปผลักนางเอกตกน้ำล่ะ’
ฟางเซียนเอียงคอสงสัย
[ติ๊ง! กำลังประมวลผลคำถาม…]
[เหตุผลของภารกิจ: ตามพล็อตดั้งเดิมของนิยาย บุปผาในกำมือท่านแม่ทัพ เหตุการณ์ที่นางเอกตกน้ำในงานเลี้ยงน้ำชาคือจุดเริ่มต้นที่พระเอกกับนางเอกพบกันครั้งแรกโดยบังเอิญ พระเอกที่อยู่ดีๆก็มาในงานเลี้ยงน้ำชาองค์ชายรองจะช่วยนางเอกขึ้นจากน้ำ และเกิดความประทับใจต่อกันโดยไม่รู้ตัว เป็นฉากคลาสสิก “ฮีโร่ช่วยนางเอก” ที่ใช้กระตุ้นเคมีความรักให้ก่อตัว]
‘อ้าว พระเอกมางานครั้งนี้ด้วยหรอ ฉันเริ่มงงกับระบบแล้วนะ ตอนนั้นก็ว่าเพราะอยากสร้างชื่อเสีย(?)ให้ฉัน ทำไมตอนนี้กลายเป็นเร่งปฏิกิริยาพระเอกกับนางเอกล่ะ’
[ระบบขัดข้อง ระบบขัดข้อง] จากนั้นระบบก็นิ่งไปเลย ไม่ว่านางจะเรียกอย่างไงก็ไม่ตอบ
‘ระบบไม่ตอบ ฉันไม่ไปผลักนางเอกแล้วนะ โอเคนะ’
[…….] ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
ฟางเซียนตัดสินใจ ไหนๆก็ไปเดินเล่นและแอบดูนางเอกใกล้ๆดีกว่าจะสวยแค่ไหน ว่าแล้วฟางเซียนก็ย่อตัวออกจากศาลาริมสระมาเดินเล่นริมสระแทน รอให้นางเดินเล่นเสร็จค่อยมาจ้องมองไอดอลตัวเองใหม่อีกครั้ง
แม่ทัพซือหม่านหลงที่เคยไปจวนราชครูรัชทายาทหลายรอบแต่ถูกฟางเซียนหลบหน้าโดยให้ฮูหยินผู้เฒ่าออกหน้าทุกครั้งว่าใกล้แต่งงานแล้ว ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ควรเจอหน้ากันบ่อยเพราะไม่งาม ทำให้เขาคิดถึงร่างบางขึ้นมา เขาเลยแอบมางานเลี้ยงน้ำชาของลูกพี่ลูกน้องโดยไม่บอกใคร แต่เมื่อมาถึงสิ่งที่เห็นคือคู่หมั้นเขากำลังเขินอายกับรอยยิ้มอันอบอุ่นขององค์ชายรอง
แม่ทัพหนุ่มกำหมัดแน่น ไหน้ำส้ม ตอนนี้มีตั้งกี่ไห เขาพร้อมทำแตกทั้งหมด
ร่างบางทำไมไม่เคยเขินอายกับเขาแบบนี้
ดวงตาคมกล้าส่องประกายบางอย่าง
