3ไม่ต้องห่างกันหรอก เลิกกันเลยดีกว่า
ตอนที่ 2
ไม่ต้องห่างกันหรอก เลิกกันเลยดีกว่า
“แพร พี่มีเรื่องขอร้องช่วยรับฟังหน่อยได้ไหม”
“ได้สิคะ แพรพร้อมฟังพี่เสมอค่ะ”
“พี่รู้ว่าแพรยอมพี่ทุกอย่าง เพราะงั้นเราห่างกันสักพักเถอะนะ”
“อะไรนะคะ” ชวินทร์เห็นแฟนสาวหน้าซีดจึงรวบตัวเธอเข้ามากอดแล้วค่อย ๆ อธิบายให้เธอเข้าใจถึงสาเหตุที่
เขาพูดแบบนี้ออกไป
“คุณแม่ของพี่อยากให้พวกเราเลิกติดต่อหากัน ระหว่างที่พรินซ์ไปเรียนที่อังกฤษเพื่อแลกกับการให้พรินซ์ไปเรียนต่อ แต่พี่ไม่อยากเลิกจึงขอแค่ให้เราเว้นระยะต่อกัน”
ประโยคที่คุณแม่ของท่านประธานหนุ่มบอกอยากให้เธอเลิกกับคนตรงหน้า มันทำให้หญิงสาวรู้สึกสำเหนียก
ในตัวเองว่าเธอกับชวินทร์ไม่เหมาะสมกันจริง ๆ ตลอดเวลา สี่ปีเหมือนแพรพยายามพิสูจน์ตัวเองให้คุณหญิงจินตนาเห็นว่าแม้เธอจะไม่ได้มีพื้นฐานตระกูลที่ดีเหมือนเหล่าคุณหนูตระกูลดัง แต่เธอก็รักลูกชายของท่านด้วยใจจริง
“แพรเข้าใจในสิ่งที่พี่พูดใช่ไหม”
‘เข้าใจ? จะให้แพรเข้าใจอะไรกัน’
เหมือนแพรไม่ได้ตอบกลับ ชวินทร์มองหน้าแฟนสาวด้วยแววตาที่สั่นไหว ก่อนจะกลับมานิ่งเหมือนเดิม ภายในใจของชายหนุ่มไม่อยากพูดเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
แต่เพื่อความฝันของพรินนิภาที่อยากไปเรียนต่อเมืองนอก
เขาจึงตัดสินใจในเรื่องที่ยากครั้งนี้ด้วยการขอร้องแฟนสาว
ที่มักยอมรับในการกระทำของของเขาทุกครั้งแบบนี้
“เข้าใจแล้วค่ะ” เหมือนแพรฝืนตอบตกลงหลังรวบรวมลมหายใจให้มั่นคงกับการเลือก
“จริงเหรอแพร พี่ว่าแล้วว่าแพรจะต้องเข้าใจ
ขอบใจมากจริง ๆ ที่ไม่ทำลายความฝันของน้องสาวพี่”
‘ขอบใจ? ทั้งที่พี่วินกำลังขอเลิกแบบอ้อม ๆ กับแพร มันน่าดีใจมากขนาดนั้นเลยเหรอ?’
หญิงสาวพร่ำถามในใจพร้อมความเจ็บปวดกับการ
ขอห่างไกล ไหนจะต้องเลิกติดต่อ ห่างกัน ดู ๆ ไปแล้วก็ไม่ต่างจากการบอกเลิกเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมไม่ขอเลิกให้มันจบกันไป
“พี่สัญญาว่าจะรักแพรคนเดียว จะไม่เปลี่ยนใจแม้ต้องห่างกัน แพรสัญญากับพี่ได้ไหมว่าจะรักพี่เหมือนเดิม”
“แพร...แพรขอโทษ”
“ขอโทษทำไม พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษแพร”
“ไม่ใช่ แพรไม่ได้ขอโทษแบบเดียวกับที่คุณรู้สึก”
คำว่า ‘คุณ’ ที่เหมือนแพรเรียกเขา ทำให้คิ้วเข้มของ
ชวินทร์กระตุกทันที ยิ่งเหมือนแพรหันหลังใส่ ภายในจิตใจของ ชวินทร์ร้อนรุ่มด้วยความหวาดกลัว และแล้วคำพูดที่เขากลัวก็หลุดออกมาจากปากของแฟนสาวจนได้
“ที่แพรขอโทษคุณ เพราะแพรไม่อยากแค่ห่างกัน
แต่แพรอยากให้เราเลิกกันไปเลยจะดีกว่าค่ะ”
ชวินทร์ฉุนจัดที่จู่ ๆ เหมือนแพรบอกเลิกออกมาง่าย ๆ ชายหนุ่มกระชากไหล่ของเธอให้หันมาเผชิญหน้าหากัน เหมือนแพรชะงักไป เมื่อเห็นสีหน้าของแฟนหนุ่มที่ดูโกรธเธอเต็มที่ เหมือนแพรกสงสัยว่าชวินทร์จะโมโหใส่เธอทำไมในเมื่อไหน ๆ แม่ของชายหนุ่มอยากให้เขาเลิกกับเธอ และตัวของ ชวินทร์เองที่ต้องการระยะห่าง มันก็ไม่ต่างจากการบอกเลิกเลยไม่ใช่เหรอ
“รู้ตัวบ้างไหมว่าพูดอะไรออกมา” ชวินทร์ถาม
หญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่คุกรุ่น
“รู้สิคะ แล้วคุณล่ะคะรู้บ้างไหมว่าสิ่งที่พูดกับดิฉัน
มันหมายถึงอะไร?”
“เหมือนแพร!” ดวงตาของชวินทร์แดงก่ำ เขารู้สึกหน้ามืดถึงขั้นลากแฟนสาวเข้ามาในห้องนอนลับที่ถูกทำไว้ภายในห้องท่านประธาน
“ปล่อย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!”
“ไม่ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
“เมื่อกี้ก็พูดรู้เรื่องแล้วนี่คะ”
“รู้เรื่อง? ถ้างั้นบอกมาสิว่าฉันพูดกับเธอว่าอะไร”
“ก็เลิกกันไงคะ”
“ไม่ใช่ ฉันบอกว่าแค่ห่างกันสักพักเท่านั้น” ชวินทร์มองแฟนสาวด้วยสายตามั่นคงเพื่อยืนยันว่าเขาแค่ขอเลิกติดต่อเท่านั้น ไม่ใช่การเลิกรากับเธอ
“แล้วมันต่างกันยังไง”
“ต่าง ฉันแค่ขอห่างกับเธอเพราะความจำเป็น ฉันอยากให้น้องสาวได้ไปเรียนต่อตามความฝัน พอเธอเรียนจบเราก็จะกลับมาคบกัน”
“คุณคิดว่าการเว้นระยะสี่ถึงห้าปี โดยไม่มีการติดต่อ
กันเลย จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเหมือนเดิมจริง ๆเหรอ”
“พี่ไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่ แต่แพรนั่นแหละจะเปลี่ยนใจจากพี่หรือเปล่า” คำพูดเชิงดูถูกทำให้เหมือนแพรสะบัดแขนออกจากการกอบกุม ก่อนจะยืนยันถึงการตัดสินใจของตัวเอง
“เพราะว่าแพรไม่มั่นใจไงคะ แพรถึงได้บอกว่าให้
พวกเราเลิกกันไปเลยจะดีกว่า”
“ไม่! พี่ไม่เลิก!”
“เรื่องของคุณแต่แพรจะเลิก เพราะงั้นหลังจากนี้แพรจะทำตามที่คุณขอ ขอตัวก่อนนะคะแพรต้องไปทำงานต่อ”
เหมือนแพรเตรียมตัวจะเดินออกไปจากห้อง แต่ชวินทร์กลับอุ้มหญิงสาวขึ้นแล้วทุ่มลงบนเตียงนุ่มอย่างแรงจน เหมือนแพรรู้สึกจุกเบา ๆ ระหว่างที่เธอพยายามจะลุกขึ้น ชวินทร์ได้คร่อมร่างของหญิงสาวแล้วบังคับเธอไม่ให้หนีไปไหน
“คุณคิดจะทำอะไร ปล่อยนะ ฉันกับคุณเลิกกันแล้ว”
“เลิก? เหอะ! อยากเลิกนักก็เลิกไปคนเดียวสิ ฉันไม่เลิก!”
“คุณ!”
เหมือนแพรกรีดร้อง เธอไม่ยอม แต่แม้ว่าจะดิ้นอย่างไรเธอก็ไม่อาจสู้แรงของชายหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งชวินทร์เห็นแฟนสาวดิ้นเพราะอยากหนีไปจากเขา เขาก็เหมือนกับกองไฟที่ถูกน้ำมันราดลงไปจนโหมกระหน่ำลุกขึ้น
“อย่าดิ้น ดิ้นไปก็หนีไปจากพี่ไม่ได้หรอก”
“อย่านะ ขอร้องละอย่าทำแบบนี้เลย”
“ทำไมนึกรังเกียจกันหรือไง”
น้ำตาของเหมือนแพรไหลออกมา คนที่กำลังคร่อมเธอเอาไว้ได้เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เขาไม่ใช่แฟนหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษต่อเธออีกแล้ว เขามันก็แค่ปีศาจร้ายที่อยากรังแกเธอให้จมกองเพลิงแห่งราคะก็เท่าเท่านั้น ไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วที่เหมือนแพรต้องรองรับความโมโหของคนรักอย่างไม่เต็มใจจนกระทั่งชายหนุ่มยอมถอดถอนตัวตนออกไปจากร่างนี้เอง
ชวินทร์ยืนมองร่างกายบอบบางของแฟนสาวที่นอนสั่นเทาราวกับลูกนกที่เพิ่งตกลงมาจากรัง เสียงสะอื้นไห้ทำให้สติที่ขาดหายไปกลับมา เมื่อเขาพยายามเดินเข้าไปใกล้ก็ดูจะสายไปเสียแล้ว
“แพรคือว่าพี่ขอ...”
“ฮึก พอใจแล้วใช่ไหม”
“พอใจอะไรกัน ไม่ใช่สักหน่อย”
“แล้วการข่มเหงคนที่ไม่เต็มใจ มันหมายความยังไงละคะ” เหมือนแพรร้องไห้ออกมาโฮใหญ่ สร้างความเจ็บปวดในใจให้ชายหนุ่มยิ่งนัก
“เหมือนแพร...”
“ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกกับแพรทีได้ไหมคะ”
“แต่พี่ไม่อยากเลิก”
“ไหนบอกอยากให้น้องสาวไปเรียนต่อนี่คะ เลิกกับ
คนไร้ค่าอย่างแพรไปสิ แค่นี้น้องสาวที่รักก็ได้ไปทำตาม
ความฝันแล้ว”
ชวินทร์เหมือนโดนความโกรธเข้าครอบงำอีกรอบ
ทำให้ความนึกคิดต่ำลงจนพลาดพลั้งพูดในสิ่งที่จะเป็นเหมือนนรกสำหรับตัวเองจนได้
“อยากเลิกนักใช่ไหม เลิกก็เลิก พอใจแล้วใช่ไหม!”
“ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มที่ไม่ได้ดูมีความสุขพร้อม
หยาดน้ำตาของเหมือนแพรราวกับใบมีดที่กรีดลึกลงกลางใจ เขาหมดโอกาสแล้วที่จะแก้ตัว หรือกลับคำพูด
“ถ้างั้นลาก่อนนะคะ” เหมือนแพรกล่าวคำบอกลา แล้วเดินจากไปโดยไม่คิดหวนหันกลับมามอง ตามคำพูดของ ท่านประธานหนุ่ม
“เฮ้อ ทำไมเธอถึงไม่ยอมหันกลับมามองพี่สักนิดนะ แพรจะรู้ไหมว่าพี่กำลังร้องไห้เพราะเธออยู่”
ใช่ เหมือนแพรไม่รู้เลยสักนิดว่าชายหนุ่มที่ดูเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง อย่างท่านประธานชวินทร์คนนี้กำลังร้องไห้เพื่อเธอ รวมถึงความรู้สึกที่พังเพียงเพราะคำบอกเลิกที่เขาไม่อยากฟังมันออกมาจากปากเธอเลยสักนิด
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ชวินทร์จำใจเช็ดคราบน้ำตาทิ้ง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูดูว่าใครกล้ามารบกวนเขา
ในตอนที่จิตใจยังว้าวุ่นแบบนี้
