4
“เอ่อ... ฉันว่า... ฉันขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ” เสมือนมีเสียงไซเรนเตือนภัยดังก้องอยู่ในหัว หลังจากที่ต่างยืนจ้องตากันเงียบๆ อยู่นาน หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะเอ่ยขอตัวก่อนที่ความรู้สึกร้อนวูบวาบเพียงแค่สบตากับเขาจะแผ่ขยายไปทั่วกายมากกว่าที่เป็นอยู่
“อย่าเพิ่งสิ” แค่เพียงคำห้ามทุ้มนุ่มที่หลุดจากปากเขาเท่านั้น แต่มันกลับหยุดปลายเท้าที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องหรูหราแห่งนั้นได้อย่างชะงักงัน ดวงตาของเขาพราวระยับด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศอย่างร้ายกาจ จนลินินต้องเบิกตามองอย่างหลงใหลไม่อาจจะถอนสายตาไปไหนได้
และเหมือนชายหนุ่มจะรู้ว่าสายตาแพรวพราวของตัวเองมีอิทธิพลมากเพียงได้ จึงจุดรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่มุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ ร่างสูงโปร่งก้าวไปข้างหน้าเพื่อประชิดร่างบางอีกนิดขณะที่ดวงตายังจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่หวานสีนิลที่มีร่องรอยงามราวกับท้องฟ้ายามราตรีที่ประดับด้วยดวงดาราที่ส่องแสงระยิบระยับ อะไรบางอย่างที่หญิงสาวก็อธิบายไม่ถูกในดวงตาคู่นั้นตรึงเท้าของเธอให้หยุดอยู่กับที่
“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าต้องการอะไรเพิ่ม” น้ำเสียงของเฟลิกซ์เสมือนบทเพลงแสนไพเราะที่แผ่วพลิ้วมาตามสายลม ขับกล่อมให้เธอเคลิบเคลิ้มหลงลืมการควบคุมตัว ดวงตาคู่หวานเผลอเลื่อนลงมาจ้องมองนิ่งที่ริมฝีปากหยักของเขายามที่เขาขยับปากพูด แล้วลินินก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เมื่อเผลอตั้งคำถามกับตัวเองว่าริมฝีปากคู่นั้นมันจะเร่าร้อนแค่ไหนกันนะ หากเขาบดเบียดจุมพิตลงมาบนเรียวปากของเธอ? และชายหนุ่มเองก็มองเห็นปฏิกิริยาของเธอเสียด้วย จนเผลอส่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมาพยางค์หนึ่งอย่างพึงพอใจมากกว่าจะเยาะเย้ย “หึ”
“อะ...เอ่อ...” และเสียงหัวเราะทุ้มพลิ้วนั้นทำให้คนที่เผลอจินตนาการอะไรไปไกลได้สติ ก่อนที่จะถอยห่างจากร่างสูงที่ความร้อนระอุของเขาแผ่รังสีออกมา หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างน่าประหลาด ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้หัวใจของเธอเหมือนถูกจับเขย่าเพียงแค่สบตามอย่างนี้ เฟลิกซ์คือคนแรก ไม่เพียงแค่หัวใจของเธอหรอกที่สั่นคลอน แม้กระทั่งในช่องท้องของเธอก็ปั่นป่วน ความประหม่าเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันจนไม่กล้าสบตากับเขาอีก น้ำเสียงก็เลยตะกุกตะกักตามไปด้วย “ละ...แล้วคุณต้องการอะไรล่ะคะ ฉันจะให้พนักงานเอาขึ้นมาให้”
“แล้วเธอคิดว่าฉันต้องการอะไรล่ะ?” หนุ่มฝรั่งเศสเจ้าของใบหน้าหล่อบาดใจสาวไม่ถามเปล่า แต่ยังรุกคืบเข้าไปประชิดคนที่ศีรษะไม่พ้นอกกว้างของตนอีกนิด ซึ่งลินินก็มีปฏิกิริยาระแวดระวังภัยเร็วพอที่จะก้าวถอยหลังเพื่อยืดระยะห่างในทันที
“ฉะ...ฉันจะทราบได้ยังไงล่ะคะ?” สาบานได้เลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะประชดเขาจริงๆ นะ เพียงแต่ตอนนี้ ไอร้อนจากร่างกายของเขา สายตาพราวระยับ และน้ำเสียงแสนไพเราะชวนเคลิ้มฝันกำลังทำให้สมองของเธอหยุดสั่งการไปชั่วคราว
เธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด ไม่รู้ว่าจะวางมือวางไม้อย่างไร ไม่กล้าแม้กระทั่งจะต่อตากับเขา ไม่ใช่เพราะเขาน่ากลัวในเชิงที่ว่าข่มขวัญ แต่น่ากลัวในเชิงที่ว่ามีเสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่แสนอันตรายจนเธออยากจะทำตัวเป็นผู้หญิงร่านร้อน ผลักเขาลงกับพื้นพรมของห้องนี้ แล้วจัดการปล้ำเขาเสีย
“สิ่งที่ฉันอยากได้น่ะเหรอ?” น้ำเสียงของเฟลิกซ์ยังคงแผ่วพลิ้ว... เหมือนบทเพลงที่มีเมโลดี้ที่แสนเสนาะหู ชายหนุ่มก้าว ขณะที่เธอเผลอเคลื่อนสายตาขึ้นมาสานสบกับดวงตาของเขา ตอนนี้ชายหนุ่มอดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นราชสีห์ใจร้ายผู้หิวโหยไม่ได้ ก็ดูดวงตาใสซื่อคู่นั้นของเธอสิ ตอนนี้มันกำลังสั่นระริกเหมือนลูกกระต่ายน้อยที่กำลังตื่นกลัวเพราะรู้ตัวว่าต้องกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของเขาในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
“ยะ...อย่าทำอย่างนี้เลยค่ะ” หญิงสาวร้องห้ามเพราะรู้สึกถึงอาการคุกคาม ทว่ามันกลับเป็นคุกคามที่แสนเร้าใจเสียมากกว่าจะน่าตื่นตระหนก
“ทำอะไรล่ะ? ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรเธอเลยนี่” เขาว่า น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเหมือนกำลังทำเรื่องสนุกสนานอยู่ จนคนตัวเล็กเหลือบตาขึ้นมองอย่างไม่พอใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอถอยมาจนมุมที่ผนังห้องด้านหนึ่งของเพนต์เฮาส์สุดหรู
“อุ๊ย!” ลินินสะดุ้งกับความเย็นเยียบของผนังที่บาดเข้ามาในผิว พอถลาจะไปข้างหน้าก็ปะทะเข้ากับร่างสูงที่เดินเข้ามาประชิดตัวจนแทบจะบดเบียดสิงเป็นเนื้อเดียวกัน
“ว่าไง? ฉันทำอะไรเธอเหรอลินิน?” นี่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกอีกเหมือนกัน ปกติเฟลิกซ์ไม่ใช่คนที่จะมานั่งจดจำชื่อผู้หญิงที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่เขากลับจำชื่อของคนตรงหน้าได้ขึ้นใจ แม้ว่าจะเคยได้ยินเพียงแค่ครั้งเดียวตอนที่เธอแนะนำ
“คะ...คุณ... กำลังคุกคามฉัน” ในที่สุดหญิงสาวก็เค้นเสียงตอบออกมาได้ ตอนนี้เหมือนมีอะไรบางอย่างขมวดเป็นเกลียวอยู่ในช่องท้องของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดหน้าผากมนของเธอ กลิ่นน้ำหอมบุรุษอันเป็นกลิ่นประจำตัวของเขา และความไอร้อนจากร่างกายสูงโปร่ง กำลังทำให้เธอปั่นป่วนไปหมด เหมือนเกล็ดเลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นและเร็วขึ้น สตินึกคิดของเธอตีรวนไปหมด
“คุกคาม? คุกคามยังไงเหรอ?” ชายหนุ่มยิ้มยั่ว รู้สึกสนุกกับการได้หยอกเย้าแม่กระต่ายน้อยให้ยิ่งประหม่าและตื่นเต้น ทั้งยังขัดเขินยิ่งขึ้น เพราะเวลาเธอรู้สึกอย่างนั้น แก้มของเธอมันแดงเปล่งปลั่งจนน่าจูบเสียจริงๆ
“กะ...ก็ที่คุณทำอยู่นี่ไงคะ” ลินินตอบ พยายามจำกัดสายตาอยู่ที่ช่วงอกกว้างของเขา เธอรู้ว่าควรจะพาตัวเองออกจากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจนี้ เธอควรจะผลักเขาให้ออกห่างและวิ่งหนีไปเสีย แต่ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่ดูสูงโปร่งอย่างเขา พอเห็นใกล้ๆ จนแทบจะสิงกันได้อย่างนี้
เฟลิกซ์กับดูตัวใหญ่กว่าเธอตั้งหลายเท่าตัว และอีกอย่างก็ดูแข็งแรงหนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้ามทุกสัดส่วน แม้ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนพวกเล่นกล้ามจริงจัง แต่มันก็คงสวยงามน่าลูบไล้ อนุมานได้จากเสื้อเชิ้ตที่รัดรึงเนื้อตัวของเขาให้พอได้เขย่าใจสาวๆ เล่น
“ยังไงล่ะ? ฉันก็แค่จะตามมามองสิ่งที่ขาดเหลือ แต่เธอก็เอาแต่ถอยหลังหนีฉัน” น้ำเสียงไร้ความสำนึกผิดนั้นดังผ่านพ้นริมฝีปากหยักสีระเรื่อดูเร่าร้อน ใบหน้าหล่อราวกับเทพบุตรโน้มเข้าไปใกล้ใบหน้าของคนที่เอาแต่ก้มหน้างุดจ้องเขม็งอยู่แค่อกกว้างของเขา
“ละ...แล้วคุณต้องการอะไรล่ะคะ?” เพื่อไม่ให้หัวใจของเธอสั่นไหวไปมากกว่านี้ ลินินจึงตัดสินใจที่จะตัดบทถามเขาไปเสีย จะได้รีบๆ หนีออกไปจากตรงนี้สักที
“สิ่งที่ฉันอยากได้...” เฟลิกซ์ลากเสียงบอกอย่างช้าๆ วางมือข้างหนึ่งค้ำยันที่ผนังข้างๆ ศีรษะของเธอ มืออีกข้างยื่นออกไปใช้ปลายนิ้วแตะเข้าที่ข้างลำคอเล็กๆ เนียนละเอียดของเธอ
“อุ๊ย!” หญิงสาวสะดุ้งอีกครั้ง ความร้อนจากปลายนิ้วที่สัมผัสเข้าที่ลำคอและกำลังลากช้าๆ ไปตามแนวลำคอระหงบาดเข้าไปในผิวเนื้อของเธอจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด ก่อนที่เขาจะวกปลายนิ้วขึ้นมาลูบไล้ไปตามแนวขากรรไกรบอบบางของเธอ หยุดที่ปลายคางเล็กๆ แล้วดันคางมนของเธอขึ้นเพื่อให้เธอสบตากับเขา ขณะเดียวกันนั้น... หนุ่มฝรั่งเศสทรงเสน่ห์ก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจหอมสะอาดอุ่นจัดของเขาเป่ารดที่ปลายจมูกเล็กของอีกฝ่าย
“ก็... เธอไงล่ะ” ความต้องการที่ออกจากปากของเขาทำเอาลมหายใจของเธอสะดุด กรอบการดำเนินชีวิตที่คุ้นชินมาตลอดร้องเตือนให้เธอได้สติ และวินาทีนั้นเองที่เธอตัดสินใจโฉบตัวออกมาจากวงแขนแข็งแรงของเขา แล้วถอยไปปักหลักที่ประตูห้อง ดวงตาหวานมองเขาอย่างตื่นตระหนก จนกระทั่งเปลือกตาบางปิดลงและเปิดขึ้นอีกครั้ง ความหวั่นไหวราวกับกระต่ายน้อยตื่นตูมก็กลับกลายเป็นสุขุมเยือกเย็นได้อย่างเดิม
“ขอโทษค่ะ เรื่องนั้นฉันคงหามาให้คุณไม่ได้” เธอชี้แจงด้วยน้ำเสียงสุภาพอย่างที่ใช้เอาตัวรอดจากแขกชีกอมาแล้วหลายต่อหลายราย และคิดว่ามันคงใช้ได้ผลกับคนตรงหน้าเช่นกัน “เอาเป็นว่าถ้าคุณนึกได้แล้วว่าขาดเหลืออะไรก็โทรลงไปสั่งได้เลยนะคะ เบอร์โทรของรูมเซอร์วิสวางอยู่ข้างๆ โทรศัพท์ค่ะ ดิฉันคงต้องขอตัวไปทำงานก่อน”
เฟลิกซ์ไม่ได้คัดค้านอะไรเมื่อหญิงสาวเปิดประตูแล้วหายออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว รับรู้ว่าผู้หญิงที่เพิ่งออกไปจากห้องนั้นเป็นคนไว้ตัวพอสมควร และดูเหมือนเธอที่จะพยายามควบคุมตัวเองเอาไว้ตลอดเวลา เหมือนลินินจะขีดเส้นแบ่งเขตให้กับทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเธอไม่ให้ข้ามเขตเข้ามาใกล้ในโซนปลอดภัย
แต่ภายใต้คราบสุขุมเยือกเย็นแสนสุภาพที่เธอเพียรแสดงออกนั้น ชายหนุ่มกลับสัมผัสได้ว่ามันมีบางอย่างอยู่ อะไรบางอย่างที่ร้อนแรงและเย้ายวนใจแตกต่างจากความเย็นชาแสนสุภาพที่เธอใช้เป็นเกราะป้องกันและไล่ผู้ชายทุกคนออกไปให้ห่าง
และเขาจะต้องค้นหามันให้เจอให้ได้... ไอ้ความร้อนแรงที่เธอซุกซ่อนเอาไว้เสียมิดชิดนั่นน่ะ!
