บท
ตั้งค่า

3

“มิสเตอร์เวอซินีมาถึงแล้ว” ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้จัดการฝ่ายก็เดินมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ทำให้พนักงานทุกคนต้องไปยืนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานกันที่ข้างทางเดินทั้งสองฝั่งซึ่งทอดยาวจากประตูทางเข้าไปสู่หน้าเคาน์เตอร์ รอเพียงไม่นาน ร่างสูงสง่าในชุดสูทเต็มยศก็เดินลงจากรถยนต์คันงาม แล้วเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสองคนซึ่งอยู่ในชุดสูทสีดำทั้งตัว

“ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมเลอเวอซินีเชียงใหม่ครับ” ผู้จัดการโรงแรมซึ่งเป็นชายวัยสี่สิบกว่าปีเดินเข้าไปทักทายทายาทเจ้าของโรงแรมดัง ก่อนยื่นมือไปรับช่อดอกไม้จากพนักงานโรงแรมคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง เพื่อส่งมันให้กับร่างสูงเป็นการต้อนรับ อีกฝ่ายไม่ว่าอะไรนอกจากยกยิ้มที่มุมปากแล้วรับดอกไม้ไป ก่อนยื่นมันให้ลูกน้องคนหนึ่งที่ยืนขนาบข้าง

“ดิฉันชื่ออรอนงค์ค่ะ เป็นผู้จัดการแผนกต้อนรับของที่นี่” ผู้จัดการวัยสามสิบปลายๆ เอ่ยแนะนำตัว ก่อนจะผายมือไปทางลินินผู้ที่จะรับหน้าที่เป็นคนดูแลเรื่องห้องพักให้กับหนุ่มฝรั่งเศสรูปร่างสูงโปร่ง “และนี่คือลินิน จะเป็นคนดูแลเรื่องห้องพักให้กับคุณค่ะมิสเตอร์เวอซินี”

“สวัสดีค่ะ ดิฉันลินิน พรหมพิริยะค่ะ”

“ผมเฟลิกซ์ เวอซินี” คนตัวสูงถอนแว่นตากันแดดที่สวมอยู่ออก ก่อนยื่นมือใหญ่ออกมาข้างหน้าเพื่อทักทายสาวไทยร่างเล็กที่สูงไม่พ้นอกของเขา ดวงตาน้ำตาลทองลุ่มลึกจับจ้องตรงมายังดวงตาสีน้ำตาลแสนหวานด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกมือไม้เกะกะชอบกล แต่ก็ยังยื่นมือที่สั่นน้อยๆ ของเธอออกไปเพื่อสัมผัสทักทายกับเขา “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอบอกพลางเลื่อนสายตาขึ้นสานสบกับดวงตาคู่คมอย่างขัดเขิน อะไรบางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลอมทองคู่นั้นทำให้เธอรู้สึกร้อนไปทั่วหน้า มือใหญ่ที่กุมกระชับมือเรียวเล็กของเธออยู่ก่อให้เกิดความร้อนผะผ่าว ราวกับมีประจุไฟฟ้าเล็กๆ ที่แล่นปราดจากมือของเขาเข้ามาสู่มือของเธอในวินาทีที่ฝ่ามือสัมผัสกัน จนเธอต้องรีบชักมือหนีทันที

หญิงสาวยกมือข้างนั้นมากุมไว้แนบอก ขณะที่เบิกตากว้างมองเขาอย่างประหลาดใจ ส่วนเฟลิกซ์ทำเพียงส่งรอยยิ้มบางๆ พร้อมกับแววตามีเลศนัยมาให้

ลินินไม่อยากจะยอมรับเลยว่าเห็นแววตาเร่าร้อนในแบบที่เธอรับรู้ได้ดีว่าเขากำลังปรารถนาในตัวเธอ แต่มันก็เป็นเพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น ลูกไฟสีทองก็กลับกลายเป็นน้ำแข็งลูกกลมๆ แสนงดงามเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะหันไปคุยกับผู้จัดการโรงแรมแทนโดยไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเธออีก หญิงสาวเลยสรุปเอาว่าเธอคงคิดมากไปเองจริงๆ

“ผมต้องการพักผ่อนแล้ว”

“เดี๋ยวดิฉันพาขึ้นไปที่ห้องค่ะ” ลินินเอ่ยขึ้นเพราะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองที่ต้องดูแลไปส่งชายหนุ่มให้ถึงห้องพักพิเศษ ซึ่งมีเพียงห้องเดียวและอยู่ชั้นบนสุดของตึก ซึ่งถูกขนานว่าเป็นห้อง ‘เพนส์เฮาส์’ และมักจะถูกกันไว้ให้บริการกับลูกค้าที่กระเป๋าหนักจริงๆ เท่านั้น “เชิญทางนี้ค่ะ”

สาวร่างบางในชุดเครื่องแบบสีขาวนวลซึ่งเป็นการนำชุดพื้นเมืองล้านนามาประยุกต์ตัดเย็บให้ทันสมัย แขนเสื้อเป็นแขนกระบอกยาวคลุมข้อศอก ซึ่งเข้าชุดกับผ้าซิ่นที่ตรงตีนผ้าถุงทอลายงดงามมีเอกลักษณ์เฉพาะ ผายมือไปยังลิฟต์สีทองตัวหนึ่งซึ่งเป็นตัวเดียวที่สามารถโดยสารไปยังห้องพักพิเศษแห่งนั้นได้ โดยมีพนักงานชายสองคนทำหน้าที่ขนสัมภาระที่เป็นพวกกระเป๋าเดินทางของเฟลิกซ์ตามขึ้นไป ส่วนกระเป๋าเอกสารที่ดูจะมีความสำคัญ ชายหนุ่มมอบให้เป็นหน้าที่ของลูกน้องเป็นผู้ถือ

กล่องเหล็กระดับวีไอพีนำผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวมาหยุดที่หน้าประตูทางเข้าเพนส์เฮาส์หรู ซึ่งด้านข้างประตูมีเครื่องสำหรับสแกนคีย์การ์ดแสนทันสมัยติดอยู่ ลินินนำแผ่นพลาสติกสีเงินขนาดเท่าฝ่ามือโบกผ่านตัวเซนเซอร์ที่เป็นไฟสีแดงเบาๆ แสงเลเซอร์ก็กลายเป็นสีเขียวพร้อมเสียงติ๊ดไม่ดังมากอันเป็นสัญญาณว่าระบบล็อกอัตโนมัติได้ปลดล็อกแล้ว มือบางจึงยื่นออกไปหมุนลูกปิดประตูสีเงินบานใหญ่บานหนึ่งซึ่งตั้งเคียงข้างกับประตูอีกแบบเดียวกันอีกบาน แล้วผลักให้มันเปิดออกกว้าง

“เชิญค่ะ” เสียงหวานบอกเป็นภาษาฝรั่งเศส โชคดีที่เธอเลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาโททำให้เธอสามารถสื่อสารเป็นภาษาดังกล่าวได้ดีพอๆ กับภาษาอังกฤษซึ่งเป็นวิชาเอกที่เธอได้วุฒิปริญญาตรีมา

สององครักษ์รูปร่างสูงปราดเปรียวก้าวเข้าไปด้านในก่อนเพื่อสำรวจความเรียบร้อยตามห้องหับต่างๆ ว่าปลอดภัยพอสำหรับเจ้านายของตน ก่อนเดินออกมาโคลงศีรษะให้ผู้เป็นนายแทนการบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยและปลอดภัยดี เมื่อนั้นแหละเฟลิกซ์จึงเดินเข้าไปในห้องซึ่งลินินเปิดประตูรอท่าเอาไว้อยู่แล้ว พนักงานยกกระเป๋านำกระเป๋าเดินทางเข้าไปเก็บในห้องนอนซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของห้องแล้วเดินออกไป

ภายในห้องมีโถงนั่งเล่นคั่นกลางระหว่างประตูห้องนอนใหญ่กับบาร์เครื่องดื่มซึ่งอยู่อีกฟากของห้องสุดหรู ตรงระเบียงกว้างมีสระว่ายน้ำสีใสขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ทุกอย่างตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่กลับดูเรียบหรูไม่รกตาด้วยเป็นโทนสีเทา – ขาวด้วยกันทั้งสิ้น และดูเหมือนว่าแขกคนพิเศษจะพึงพอใจมากเสียงด้วย เห็นได้จากมุมปากที่ยกเกือบจะเป็นรอยยิ้มของเขา

“เป็นยังไงบ้างคะ? ต้องการให้อะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่าคะ?” ลินินถามอย่างเป็นมืออาชีพ น้ำเสียงของเธอราบเรียบมั่นคง ซุกซ่อนความประหม่าที่เกิดขึ้นในใจเอาไว้อย่างมิดชิด มันเป็นความตื่นเต้นอย่างที่แตกต่างไปจากที่เธอรู้สึกยามที่ต้องคอยรับรองแขกพิเศษของทางโรงแรม ดวงตาคมคู่นั้นคอยปรายตามามองบ่อยๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ มักจะทำให้เธอรู้สึกเกร็งไปหมด และเหมือนนัยน์ตาคู่นั้นจะเป็นเชื้อเพลิงที่จุดไฟขึ้นในกายของเธอให้รุ่มร้อนแปลกๆ ได้อย่างประหลาด

หากทว่าชายหนุ่มกลับไม่ตอบในทันที ร่างสง่าผินกายหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่ยังยืนอยู่หน้าประตู แล้วเอี้ยวหน้าไปพยักหน้าบอกลูกน้องสองคนให้ออกไปจากห้องพักแห่งนั้น เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ห้องกว้างใหญ่นั้นก็เหลือเพียงลินินและเฟลิกซ์ตามลำพัง

หญิงสาวหันไปมองประตูที่ปิดลงเบาๆ แล้วจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงโปร่งกำยำของแขกคนพิเศษ เผลอก้าวถอยหลังเพื่อออกห่างจากร่างสูง เพราะสัมผัสได้ถึงความร้อนที่พวยพุ่งจากร่างกายของเขา ซึ่งมันกำลังเขย่าใจเธอให้เต้นด้วยจังหวะที่ผิดแผกไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel