2
“นี่ๆ เธอได้ยินข่าวรึเปล่าว่าวันนี้ลูกชายเจ้าของโรงแรมจะมาล่ะ?” เสียงกระซิบของรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับที่หน้าเคาน์เตอร์กระซิบขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนที่ง่วนอยู่กับอาหารกลางวันตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมองแล้วขมวดคิ้วนิดๆ หลังจากได้ยินคำบอกเล่าดังกล่าว
“แล้วยังไงเหรอคะ?” ลินิน พรหมพิริยะเงยหน้าถามอย่างไม่เข้าใจนัก ดูทุกคนในโรงแรมจะตื่นเต้นกับการมาพักผ่อนของทายาทเจ้าของโรงแรม โดยเฉพาะพนักงานสาวๆ ที่ดูจะตั้งตารอการมาของใครคนนั้นเป็นพิเศษ
“โธ่เอ๊ย! เธอนี่มันสมฉายาแม่ชีจริงๆ นะลินิน!” วนิดาผู้เป็นรุ่นพี่บ่นอย่างไม่จริงจังนักกับการไม่ใส่ใจต่อเพศตรงข้ามของรุ่นน้อง
วนิดาไล่สายตาสำรวจคนที่นั่งอยู่ข้างกายและหันไปสนใจกับอาหารเที่ยงของตัวเอง จะว่าไปแล้วลินินเป็นผู้หญิงสวยหยดย้อยที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง เธอเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ หลายคนที่ทำงานที่นี่หรือเป็นแขกที่มาพัก แต่ว่าหญิงสาวไม่เคยมีท่าทีใส่ใจผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษ ออกจะปิดกั้นตัวเองจากเพศตรงข้ามด้วยซ้ำ ทำตัวราวกับนางชีผู้เคร่งครัดที่จะไม่ยอมให้ผู้ชายเข้ามากล้ำกลายในชีวิต
วนิดาล่ะรู้สึกเสียดายรูปร่างหน้าตาของลินินนัก นี่หากว่าเธอสวยได้สักครึ่งของลินินนะ จะปั่นหัวผู้ชายเล่นแล้วเลือกแต่คนที่ดีที่สุดเท่านั้นเลย
“ถามจริงเถอะนิน... เธอไม่คิดที่จะมีแฟนบ้างหรือไง?” คำถามที่ถูกโพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้คนที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากชะงัก ก่อนเลื่อนสายตาไปมองรุ่นพี่อย่างสงสัย
“นึกยังไงมาถามอะไรอย่างนี้กันคะพี่แวว?”
“ก็เธอออกจะสวยนะนิน นิสัยก็ดี แถมมีความเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมขนาดนี้ มีผู้ชายมาให้ความสนใจก็ตั้งหลายคน ไม่คิดที่จะคบใครบ้างเหรอ?” วนิดาขมวดคิ้ว อย่างไรเสียมนุษย์เราก็ถูกสร้างมาให้เป็นสัตว์สังคม การที่จะอยู่คนเดียวไปจนตายนี่ถ้าไม่มีปมเรื่องความรักจริง ก็เป็นเพราะละแล้วซึ่งทางโลกนั่นแหละ
“ก็นินยังไม่เจอ Mr. Right นี่คะ”
“อะไรกัน!? ทั้งที่คนที่เข้ามาจีบเธอหลายๆ คนก็เป็นถึงคนรวยและคนมีชื่อเสียงน่ะนะ... นั่นยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเธออีกเหรอนิน? เลือกมากๆ ระวังจะขึ้นคานนะ” อีกฝ่ายเตือนด้วยความหวังดีปนอิจฉานิดๆ ผู้ชายที่เข้ามาจีบลินินดีกรีธรรมดาเสียเมื่อไหร่ล่ะ? มีทั้งนักธุรกิจหรือทายาทนักการเมืองชื่อดังเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่หญิงสาวเป็นแค่พนักงานโรงแรม เป็นเธอหน่อยไม่ได้ จะรีบกระโดดคว้าเลย ชีวิตนี้จะได้อยู่อย่างสบายๆ ไม่ต้องมาหาเช้ากินค่ำอย่างนี้
“แล้วพี่แววล่ะ? ทำไมไม่มีแฟนกะเขาสักที?” ได้ทีลินินตั้งคำถามกลับ เพราะตั้งแต่ทำงานที่นี่มาร่วมสองปีก็ไม่เคยเห็นวนิดาจะคบหาใครเลยสักคน
“วุ้ย! ถ้าฉันสวยได้สักครึ่งหนึ่งของเธอล่ะก็นะ ฉันไม่อยู่เกาะคานอย่างนี้หรอกย่ะ!” วนิดาพูดหยิกแกมหยอก ไม่ได้จริงจังกับคำพูดนั้นเท่าไหร่นัก แต่ก็มีแอบหวังนิดๆ ว่าจะมีคนมาสอยลงจากคานเสียที อยู่บนนี้คานน่ะอาจจะสบายใจก็จริง แต่บางอารมณ์มันก็เหงาจับใจเลยล่ะ
“โธ่... นินไม่ใช่คนสวยอะไรขนาดนั้นสักหน่อย แล้วอีกอย่างพี่แววก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ บางทีอาจจะมีคนแอบมองพี่อยู่ก็ได้ แต่พี่น่ะมองไม่เห็นเอง” ลินินพูดเป็นปริศนาให้อีกฝ่ายได้คิด ใครที่ว่านั้นน่ะหญิงสาวหมายถึงผู้จัดการห้องอาหารของโรงแรมที่รู้สึกจะชอบแอบมองวนิดาอยู่เป็นประจำ เพียงแต่สาวเจ้าน่ะไม่เคยใส่ใจจะมอง
“โอ๊ย... จะมีใคร? เธอก็พูดไปนะนิน!” รุ่นพี่หันมาเอ็ดใส่คนที่พูดล้อเล่น ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่... คนที่ใช่สำหรับเธอน่ะต้องเป็นยังไงกันล่ะ?”
“ไม่รู้สิพี่แวว ถ้าเจอแล้วหัวใจมันก็คงบอกเองล่ะมั้งว่าคนนี้แหละคือ Mr. Right ที่นินรอมานาน นินเป็นพวกเชื่อในสัญชาตญาณน่ะ” ลินินบอกยิ้มๆ ก่อนก้มหน้าจัดการกับอาหารมื้อกลางวันต่อ เพราะรู้สึกว่าจะเสียเวลาคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องนานเกินไปแล้ว เดี๋ยวจะเข้าไปเปลี่ยนเวรกับเพื่อนไม่ทัน งานโรงแรมนี่มากินอาหารพร้อมกันไม่ค่อยได้ ต้องทิ้งให้มีสักคนสองคนที่อยู่โยงเฝ้าเคาน์เตอร์เอาไว้เพื่อต้อนรับแขก
“อืม... แล้วฉันจะรอดูแล้วกันว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” วนิดาคร้านจะต่อปากต่อคำกับรุ่นน้องอีก จึงหันไปใส่ใจกับอาหารกลางวันของตัวเองบ้าง ได้แต่เฝ้าตั้งตารออยากจะเห็น ‘คนที่ใช่’ ของนางชีนามว่าลินินเสียเหลือเกิน
“ลินิน” เสียงเรียกของอรอนงค์ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับส่วนหน้าดังขึ้นเบื้องหลัง ทำให้เจ้าของชื่อที่ง่วนกับเอกสารตรงหน้าหันกลับไปมอง
“มีอะไรเหรอคะพี่อร?”
“อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมิสเตอร์เวอซินีจะมาถึง เดี๋ยวเธอช่วยจัดการพาท่านขึ้นไปห้องพักและแนะนำเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ท่านด้วย” ผู้จัดการวัยเลยสี่สิบสั่งการ
พอจะอ้าปากถามว่าทำไมถึงต้องเป็นเธอ ลินินก็ตัดสินใจที่เงียบเสีย เพราะอย่างไรก็ตามเธอมีหน้าที่ต้องดูแลแขกอยู่แล้ว เนื่องจากเธอพ่วงตำแหน่ง Guest Service Agent ด้วยอีกตำแหน่ง ซึ่งมีหน้าที่ต้องคอยแนะนำแขกถึงส่วนต่างๆ ของโรงแรมรวมไปถึงเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ปกติไม่จำเป็นต้องเดินนำแขกไปแนะนำให้ถึงที่ ทว่านี่เป็นกรณียกเว้น เพราะคนที่มาน่ะเป็นถึงทายาทเจ้าของโรงแรมเลยนะ
“ได้ค่ะ” ลินินตอบรับคำสั่งท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของพนักงานคนอื่นๆ ยกเว้นก็แต่วนิดาที่ยื่นหน้ามากระซิบด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ทันทีที่ผู้จัดการฝ่ายเดินห่างออกไป
“น่าอิจฉานะเนี่ย ได้ทำงานใกล้ชิดทายาทเจ้าของโรงแรมด้วย อย่าลืมรีบจัดการรวบหัวรวบหางเขาซะนะ โอกาสอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะยะ!”
“พี่แววก็! พูดอะไรไร้สาระ อย่างเขาน่ะเหรอจะชายตามองผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างนิน?” ลินินโคลงศีรษะเบาๆ กับความพยายามที่จะยุยงส่งเสริมให้เธอมีแฟนสักทีของรุ่นพี่ ไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาคิดใส่ใจมากเท่าไหร่นัก หญิงสาวก็แค่ทำงานตามหน้าที่ของเธอเท่านั้น ไม่คิดที่จะมองหาสามีรวยๆ อย่างที่อีกฝ่ายแนะนำหรอก
อีกอย่าง... เขาเป็นถึงทายาทเจ้าของโรงแรม อย่างไรก็ต้องรวยล้นฟ้า และคนรวยระดับนั้นหรือจะมองคนธรรมดาอย่างเธอ? ฝันเฟื่องไปแล้ว!
