9
“ว้าย!!”
หญิงสาวกรีดร้องเมื่อถูกกระชากแขนอย่างแรงแล้วเหวี่ยงไปปะทะกับที่นอนนุ่ม ร่างอรชรผวาจะลุกหนีให้พ้นความเกรี้ยวกราดของเขา แต่ก็ช้าไป...เมื่อเขากระโดดขึ้นคร่อมทับเธอไว้ทั้งตัว มาตอนนี้หญิงสาวเริ่มหวาดหวั่นหนักขึ้นไปอีก เธอรู้แล้วว่าเขากำลังจะทำร้ายได้มากกว่าที่เธอเคยคาดคิดไว้ เพราะเขาอาจกำลังจะย่ำยีเธอ กำลังจะพรากสิ่งที่เธอหวงแหนไป หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต ไม่ยอมสูญเสียสิ่งที่รักษาไว้เพื่อเจ้าบ่าวในอนาคตเด็ดขาด
“ปล่อยฉันนะ...ไอ้หมอบ้า! นี่แน่ะ! นี่ๆ!” หญิงสาวสู้สุดฤทธิ์ทุบตีหยิกข่วนเขาเป็นพัลวันฝากรอยเล็บไว้ทั่วแขนกำยำและหน้าอกแกร่งเปลือยเปล่าของเขาอย่างไม่คิดชีวิต
คุณหมอหนุ่มทำเพียงปัดป้องหมัดเล็กๆ และเล็บที่แม้จะไม่ยาวเพราะเจ้าของเล็บคิดว่าหากมันยาวแล้วจะสกปรก แต่เล็บของเธอก็คมไม่น้อย เขารู้สึกแสบผิวบริเวณที่โดนเธอข่วนเข้าให้ จนกระทั่งพายุหมัดและเล็บนั้นสงบลงเพราะเขารวบมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวของเขา
“เธอนี่เป็นแมวหรือไงนะ? ข่วนเก่งชะมัด”
“ไอ้หมอปากหมา! ฉันเป็นคนเว้ยไม่ใช่แมว แล้วนายก็ปล่อยฉันได้แล้ว ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย!”
คุณัญญาขู่อย่างที่เคยทำ...เพียงแต่ตอนนี้น้ำเสียงของเธอไม่ได้หนักแน่นพอที่จะทำให้เขากลัวและยอมปล่อยเธอไปตามที่เธอเรียกร้อง อาจเป็นเพราะเธอเหนื่อยเกินไปที่ต้องสู้รบปรบมือ รัวหมัดใส่เขาไม่ยั้งเมื่อครู่นี้ หรืออาจเป็นเพราะสภาพของเธอตอนนี้มันช่างหมิ่นเหม่ต่อสวัสดิภาพของเธอเหลือเกิน
เธอกำลังกลัว...ใช่! เธอกำลังกลัวเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้ระเบิดอารมณ์ใส่เธอ และทำร้ายร่างกายเธอด้วยความรุนแรงเหมือนอย่างที่เธอคิดไว้ แต่เขาก็มีแรงดึงดูดบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งนัก เธอกำลังกลัวว่าเขาจะฉุดเธอให้เดินไปเส้นทางแห่งปรารถนาตามใจตนเองโดยลืมคำนึงถึงความผิดชอบชั่วดีมากกว่ากลัวว่าเขาจะทำร้ายเธอเสียอีก
“เธอด่าฉันปากหมาอีกแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำอย่างคนที่ต้องสะกดอารมณ์อย่างเต็มที่ และนี่แหละที่น่ากลัว...เหมือนภาษิตที่ว่า ก่อนที่จะเกิดพายุร้ายคลื่นลมมักจะสงบ...สงบจนน่ากลัว และเขาก็กำลังเป็นอย่างนั้น “ก็ดี...เห็นทีจะต้องปล่อยลูกน้องฉันไปกัดปากเธอหน่อยแล้ว จะได้จำไว้ว่าคราวหน้าคราวหลังอย่าเที่ยวไปด่าใครอย่างนี้อีก”
โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว...แน่สิ! ก็เขาต้องการจู่โจมเธออย่างกะทันหันอยู่แล้ว ริมฝีปากเร่าร้อนของเขาก็ประทับแนบแน่นเข้ากับกลีบปากอิ่มของเธอ ไรฟันขาวขบกัดทั่วริมฝีปากเย้ายวนที่เขานึกอยากจูบตั้งแต่แรกเห็น
ชายหนุ่มตั้งใจจะลงโทษเธอให้หลาบจำว่าไม่ควรทำร้ายเขา...ไม่ควรแม้แต่จะด่าเขาด้วยซ้ำ จุมพิตนี้จึงเต็มไปด้วยความรุนแรงแห่งการลงทัณฑ์ คุณัญญาตะลึงค้าง...ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมเธอเช่นนี้ สติสะตังกระเจิดกระเจิงจนไม่รู้ว่าแตกกระจายไปทิศใดบ้าง
การดิ้นรนหาอิสรภาพหยุดชะงักพร้อมๆ กับลมหายใจและจังหวะการเต้นของหัวใจของเธอทันทีที่ริมฝีปากเขากระแทกลงมาบดบี้กลีบปากเธอเต็มๆ และไม่อ่อนโยนเลย แต่ต่างกันตรงที่หลังจากที่ลมหายใจและการเต้นของหัวใจหยุดชะงักไปชั่วขณะ มันกลับกระตุกเต้นแรงและเร็วจนเธอเจ็บร้าวทั่วทรวงอก หากแต่การดิ้นรนนั้นยังคงหยุดชะงักเช่นเดิม กระทั่งเขาถอนริมฝีปากออก ผงกหัวขึ้นจ้องมองใบหน้าหวานที่เหมือนจะช็อกสิ้นสติไปแล้ว
เพิ่งมารู้ตัวเอาก็ตอนที่เขาจ้องใบหน้าที่ซีดเผือกด้วยความตกใจของเธอนี่แหละ และเมื่อสติกลับมาแล้วใบหน้าที่ซีดด้วยความตกใจก็กลับร้อนผ่าวและแดงเทือกด้วยความอับอายกับสายตาที่ก่อนหน้านี้ยังร้อนแรงด้วยความกรุ่นโกรธ แต่บัดนี้กลับวาววับด้วยแววตาบางอย่างซึ่งเธอก็ไม่กล้าคาดเดา รู้แต่ว่าแววตานั้นของเขาทำให้เธออับอายและโกรธจนยากจะทานทน และเมื่อจิตใจเต้นในจังหวะปกติแล้วสมองก็เริ่มรับรู้ว่าเขาขโมยเอาจูบแรกของเธอไปเสียแล้ว ขโมยไปทำลายย่อยยับไม่เหมือนอย่างที่เธอฝันไว้เลยสักนิด
นั่นจูบแรกของเธอนะ...จูบแรกของเธอที่เคยวาดฝันว่าจะมอบมันให้กับชายที่เธอรักและหวังจะฝากชีวิตและจิตใจไว้กับเขา จูบแรกของเธอที่จะต้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความสุข ไม่ใช่อย่างนี้...ไม่ใช่โดนขโมยเอาไปซึ่งๆ หน้า แถมยังรุนแรงกักขฬะเช่นนี้!
“ทำไม...หรือว่าจูบแรกของเธอมันไม่เป็นไปตามที่หวังไว้?”
หญิงสาวยิ่งตาโตเมื่อเขารู้ทันความคิดเธออีกแล้ว นี่เธอยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ...แค่คิดเท่านั้นเอง เขาก็รู้ใจเธอราวกับว่ามานั่งอยู่ในใจเธออย่างไรอย่างนั้น นี่ตกลงอีตานี่เป็นหมอรักษาคนหรือหมอดูกันแน่เนี่ย?
“งั้น...เรามาเริ่มใหม่กันดีไหม? เอาให้เป็นไปตามที่เธอวาดหวังไว้แล้วกัน”
คุณัญญายังไม่ทันคิดตามคำพูดของเขาสมองเลยไม่ทันจะแปลความหมายของคำพูดเหล่านั้น ก็ต้องเกร็งไปทั่วร่างอีกครั้งเมื่อเขาวางริมฝีปากรุ่มร้อนลงบนกลีบปากเธอ แต่ครั้งนี้หาได้รุนแรงเหมือนครั้งแรกไม่ เล่นเอาหญิงสาวซึ่งเกร็งตัวรอรับความรุนแรงตั้งแต่แรกนิ่งงันไปด้วยทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะขัดขืนประทุษร้ายเขาหรือจะโอนอ่อนผ่อนตามดี?
เขาไม่ได้ใจร้อนรุกรานจุมพิตเธออย่างบ้าคลั่ง หากแต่ค่อยๆ และเล็มไปทั่วริมฝีปากอิ่มนั้นตั้งแต่กลีบปากบนไล่ไปจนถึงกลีบปากล่างเหมือนจะหยอกเย้าให้หญิงสาวระทึกใจเล่น และมันก็ได้ผลเมื่อเธอเผยอปากตามอย่างรอคอยจุมพิตแนบแน่นเร่าร้อนจากเขา และดรัณภพก็เหมือนรู้ใจแต่ก็อยากจะแกล้งหญิงสาวเล่นด้วยการส่งปลายลิ้นร้อนๆ ไล้เลียทั่วกลีบปากเอิบอิ่มนั้นก่อนจะหย่อนลิ้นเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากของเธอ
นายแพทย์หนุ่มจุมพิตเธอตามที่ใจปรารถนาจะทำตั้งแต่แรกเห็นหน้าครั้งแรกในรอบห้าปีในห้องตรวจครั้งนั้น ลิ้นร้อนๆ รุกรานไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กที่พยายามจะหลบซ่อนจะการจู่โจมของเขา แต่ท้ายสุดแล้วเธอก็หนีไม่พ้นเมื่อโดนเขาไล่ต้อนทัน และเธอก็ต้องหยุดการวิ่งหนีนั้นให้เขาได้จุมพิตเธอสมใจ
มาถึงตอนนี้คุณัญญาไม่อาจต้านทานการเรียกร้องจากสัมผัสของเขาและเสียงเรียกร้องจากจิตใต้สำนึกของตนเองได้ ที่เคยคิดว่าจะขัดขืนกลับได้แต่นอนนิ่งเฉยอยู่แล้วกลับกลายเป็นการตอบสนองกลับเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ชายหนุ่มครางห้าวลึกในลำคออย่างพึงใจกับความไร้เดียงสานั้น เมื่อรับรู้ว่าเธอเลิกต่อต้านแถมยังอ่อนระทวยไปกับสัมผัสของเขาแล้ว มือหนาจึงค่อยๆ คลายออกจากการพันธนาการข้อมือบางทั้งสองของเธอไว้ในคราแรก
เมื่อข้อมือทั้งสองข้างเป็นอิสระ หญิงสาวก็ลดมือข้างหนึ่งลงมาโอบประคองรอบลำคอแกร่งของเขา อีกข้างต่ำลงไปยังหน้าอกแกร่ง เลื่อนไปตามสีข้างอย่างเก้ๆ กังๆ แต่การกระทำนั้นทำให้เขาขนลุกซู่ไปทั่วตัว ก่อนที่มือบางจะมาหยุดวางแหมะที่แผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่านั้น ในขณะที่เขาไม่ละเลิกการจุมพิตเริงร้อนลงแม้แต่น้อย
