บท
ตั้งค่า

8

ให้ตายสิ...เธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาก็เปลี่ยนไปมากกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ด้วยซ้ำ บอกตามตรง...ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเห็นผู้ชายเปลือยท่อนบ่นมาก่อน ทั้งหุ่นนายแบบตามนิตยสาร ทั้งตามโทรทัศน์ที่นักแสดงชายมีบทที่ต้องถอดเสื้อ เพียงแต่เธอไม่เคยเห็นของจริงอย่างนี้

เธอรู้ว่าในความเป็นจริงแล้ว... ไม่มีสิ่งใดที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่ในความคิดของเธอ...เธอกลับคิดว่าดรัณภพช่างมีหุ่นที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบเหลือเกิน

เริ่มจากบ่ากว้างผายผึ่งที่เชื่อมต่อกับช่วงแขนยาวที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงให้เห็น คุณัญญาเผลอจินตนาการไปถึงร่างของตนเองที่ได้อยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้น โอ...เขาคงจะสามารถอุ้มเธอให้ลอยขึ้นจากพื้นได้โดยไม่ต้องใช้เวลาเสียด้วยซ้ำ ไหนจะอกที่ตึงแน่นด้วยกล้ามเนื้อ...ทอดลงมายังลอนกล้ามเนื้อที่ขึ้นครบทั้งหกลูกและสวยงามยิ่งนักบริเวณหน้าท้องของเขาอีกล่ะ ถึงแม้กายของเขาจะมีกล้ามเนื้อหนั่นแน่นแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาดูตัวใหญ่จนน่ากลัว เพราะออกจะปราดเปรียวเสียด้วยซ้ำ

ช่วงเอวสอบที่เชื่อมต่อกับสะโพกแกร่งที่มีขอบกางเกงที่เขาสวมอยู่เกาะไว้อย่างหมิ่นเหม่นั่นล่ะ นัยน์ตาหวานมองเลยผ่านช่วงกึ่งกลางลำตัวของเขา เพราะไม่กล้ามองหรือจินตนาการเท่าใดนัก จึงมาไล่สายตาที่ช่วงขายาวแต่แข็งแกร่งของเขาแทน แล้วจึงไล้สายตาวกกลับขึ้นมาสบตากับเขา

“สำรวจร่างกายฉันพอหรือยัง? ถ้ายังไม่พอจะมองต่อก็ได้นะ...ฉันไม่ถือ”

“บ้า!” คุณัญญาแหวกลับกลบเกลื่อนความอายที่เขาจับได้ว่าเธอแอบพิจารณาร่างกายของเขาทางสายตา “หุ่นก็...งั้นๆ ใครเขาจะอยากมอง”

กล่าวจบหญิงสาวก็เชิดหน้าหนีไปในทิศที่ไม่มีร่างสูงๆ ที่แสนสมบูรณ์แบบของเขาอยู่ ไม่รู้เป็นอะไร...เผลอที่ไรสายตาของเธอต้องแอบมองเรือนร่างแกร่งของเขาทุกทีสิน่า...โรคจิตแล้วหรือไร?

“อย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงเขาบ่งบอกชัดเจนว่าไม่เชื่อในสิ่งที่หญิงสาวแก้ตัวสักเท่าไหร่...ความจริงคือไม่เชื่อเลยต่างหาก แต่ก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด “โอเค...ไม่ได้มอง ก็ไม่ได้มอง ว่าแต่เธอเข้ามาในห้องนี้มีธุระอะไร?”

เออ...นั่นสิ! ลืมไปเลยว่าจะเข้ามาแก้แค้นที่เขากล้าทำให้เธอถูกพ่อลงโทษจนแสบไม่ทั่วปากอย่างนี้ มัวแต่ระทึกใจกับหุ่นของเขาอยู่นั่นแหละยายเครือ! แล้วเธอจะแก้แค้นเขาด้วยวิธีไหนดีนะ? ต้องทำอะไรสักอย่างให้นายนี่เจ็บตัว ถึงจะผ่อนคลายความโมโหลงได้บ้าง คิดพลางเหลือบมองอะไรรอบๆ ที่เหมาะมือ แล้วสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับกระป๋องแป้งเด็กขนาดกลางที่น้องชายของเธอใช้เป็นประจำ

นี่ล่ะ! แล้วมือบางของเธอก็คว้าเอากระป๋องแป้งนั้นไว้ ก่อนขว้างไปข้างหน้าเป้าหมายคือหน้าผากของเขา แล้วก็...

“โอ๊ย!”

เสียงทุ้มร้องดังอย่างเจ็บปวดก่อนกุมหน้าผากซ้ายที่โดนกระป๋องแป้งที่หนักเอาการเพราะยังใช้ไปได้ไม่เท่าไหร่ บวกกับแรงขว้างจากคนตรงหน้า ทำให้กระป๋องแป้งที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยสามารถทำร้ายเขาได้เจ็บตัวเอาการ คุณัญญาแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะที่สามารถล้างแค้นครั้งนี้ได้สำเร็จ ส่วนตอนนี้ความเคียดแค้นตกมาเป็นของชายหนุ่มแทน

“สมน้ำหน้า! นี่เป็นการแก้แค้นที่นายกล้าทำให้ฉันกับพ่อทะเลาะกัน คราวหลังก็อย่าได้สะเออะสร้างความเดือดร้อนให้ฉันอีก ลำพังแค่ให้นายมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาก็ลำบากใจจะแย่อยู่แล้ว”

หากคุณัญญาไม่รื้อฟื้นนิสัยเด็กๆ ที่ชอบเอาชนะคะคานอย่างดื้อดึงขึ้นมา หญิงสาวก็คงจะสามารถคำนวณผลจากการที่บุกเข้ามาถึงห้องของผู้ชายแถมยังไปเอาน้ำมันไปราดใส่ไฟที่แม้จะมอดแล้วแต่ก็ยังคงมีโอกาสที่จะลุกโหมได้อีกหากได้รับตัวเร่งปฏิกิริยาอย่างการกระทำของเธอเมื่อครู่นี้ได้ และคงไม่คิดอยากจะเอาชนะเขาด้วยวิธีเด็กๆ เช่นนี้เป็นแน่

หญิงสาวเชิดหน้าท้าทายก็เยื้องย่างอย่างกวนอารมณ์ชายหนุ่มมุ่งหน้าตรงไปยังประตูห้อง คืนนี้ถึงเธอจะทะเลาะกับพ่อก็คงนอนหลับฝันดีเป็นแน่เพราะได้ทำร้ายตัวตนเหตุให้เจ็บตัว แต่...เธอคิดน้อยเกินไป หากจะคิดว่าเขาจะปล่อยให้เธอทำร้ายเขาแล้วลอยนวลไปได้ง่ายๆ โดยไม่เอาคืน ร่างสูงเคลื่อนกายมาดักหน้าหญิงสาวไว้ก่อนที่เธอจะเดินถึงประตู

“เดี๋ยว! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าทำร้ายฉันอย่างนี้มาก่อน”

“อ๋อเหรอ...? ก็ฉันนี่ไง ไม่ต้องกังวลไปหรอก ทุกคนมันก็ต้องมีการทำอะไรเป็นครั้งแรกด้วยกันทั้งนั้น รับรองว่าฉันจะไม่บอกใครว่านายโดนฉันปาหัว แล้วทีหลังจะไม่ต้องหลงตัวเองว่าทุกคนจะต้องพะเน้าพะนอเอาใจนาย” หญิงสาวยิ้มเยือนราวกับว่าตนเองได้ทำประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ต่อเขา “หลบได้แล้ว...ฉันจะไปกลับห้อง”

ดรัณภพมองผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางหยิ่งทะนงตัวของเธอ จนทำให้เธอดูเขื่องขึ้นมาเท่าตัวทั้งๆ ที่ตัวเล็กออกอย่างนั้น นี่ถ้าเป็นผู้ชายหน่อยล่ะก็...เขาต่อยคว่ำไปแล้วโทษฐานที่กล้าประทุษร้ายร่างกายของเขา แต่ติดที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงนี่สิ

แต่ไม่เป็นไร...ถึงเป็นผู้หญิงเขาก็มีวิธีเอาคืนที่สาสมใจเตรียมไว้ให้กับเธอแน่นอน ถึงมันออกจะน้ำเน่าไปหน่อย แต่มันก็เป็นวิธีเอาคืนที่เขาได้เปรียบไปทุกด้าน และมันก็เป็นวิธีที่ทำให้เธอเจ็บใจกว่าเขาได้หลายเท่า

“คิดว่าทำร้ายฉันแล้วจะกลับออกไปได้ง่ายๆ โดยที่ฉันจะไม่เอาคืนอย่างนั้นเหรอ?”

“นะ...นี่นายจะทำอะไร?” คุณัญญาถามเสียงสั่นความสะใจเลือนหายกลายเป็นความกลัววิ่งขึ้นมาแทนที่ หญิงสาวถอยหนีก้าวต่อก้าวเมื่อเขาไล่รุกเธอให้ไปหยุดที่กลางห้องอีกครั้ง นัยน์ตาหวานที่เคยทอประกายแห่งชัยชนะกลับเหลือเพียงความหวาดกลัวเท่านั้นเมื่อเห็นแววเอาจริงจากนัยน์ตาคมดุของเขา

จะทำอย่างไรดี? เธอไม่คุ้นเคยกับความโมโหโกรธาของผู้อื่น โดยเฉพาะโทสะของเขาที่เหมือนจะมีอานุภาพรุนแรง เธออาจจะเป็นโรคจิตก็ได้กระมังที่เธอเป็นคนที่กลัวเวลาที่ผู้อื่นอยู่ในอารมณ์กราดเกรี้ยว และกลัวเสียงดังๆ มาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนเธอจำได้ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือหนังกลางแปลง เพราะว่ามันเสียงดังและนั่นทำให้เธอกลัวจนกระทั่งร้องไห้กระจองอแง แม้ว่าพอโตขึ้นเธอจะเลิกกลัวไปแล้วในบางเรื่อง เธอไม่กลัวที่ที่มีเสียงดังๆ แล้ว ถึงจะมีรำคาญบ้างก็เถอะ แต่เรื่องการกลัวและไม่กล้าอยู่ใกล้คนที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธนั้นก็ยังคงแก้ไม่หายเสียที และสภาพของเขาตอนนี้ เธอก็บอกได้เลยว่าเขาคงอยู่ในสภาวะที่ความโกรธรุนแรงราวกับพายุโซนร้อนเลยก็ว่าได้

‘โอ๊ย...ตายแล้วยายเครือ! ดันไปแหย่ให้เสือตื่น...ทำอย่างไรดี? เธอจะทำอย่างไรดี? คิดสิ...คิด! จะหนีพ้นสภาพตอนนี้ไปได้ยังไง? เขากำลังโกรธ...ก็เห็นๆ อยู่ว่าคงโมโหเธอมาก แล้วเขาจะทำร้ายเธอไหม?’ คุณัญญาคิดอย่างหวาดหวั่น แต่ก็สู้อุตส่าห์ซ่อนความกลัวนั้นไว้ได้อย่างมิดชิด

“ว้าย!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel