10
มือทั้งสองข้างของเขาเริ่มทำงานตามแต่จิตใจที่ร้อนรนไปด้วยไฟปรารถนาจะสั่งการ ข้างหนึ่งค่อยๆ ปลดกระดุมหน้าของเสื้อเชิ้ตแขนกุดซึ่งเธอคงถอดเสื้อสูทที่สวมทับยามไปทำงานออกแล้วทีละเม็ดๆ ในขณะที่อีกข้างไต่ต่ำไปยังเรียวขาสวยที่โผล่พ้นขอบกระโปรงทำงานสีดำซึ่งยาวเหนือเข่านั้น ก่อนสอดเข้าไปในกระโปรงตัวสวย ลูบไล้ต้นขาเนียนภายใต้กระโปรงนั้นสร้างกระแสซ่านเสียวให้ตีตื้นแผ่ขยายไปทั่วเรือนร่างของเธอจนยากจะหักห้าม เรียวขางามเปิดทางให้เขาแทรกลงมาคุกเข่าอยู่ระหว่างขาเนียนของเธอได้อย่างง่ายดาย ทั้งมือและปากเขาช่างทำงานได้ประสานกันดีเป็นยิ่งนัก
ในที่สุดกระดุมทุกเม็ดของเสื้อเชิ้ตตัวเล็กที่เธอสวมก็หลุดออกจากรังดุมอย่างง่ายดาย บัดนี้ปทุมถันงดงามเต่งตึงอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจากหญิงใดมาก่อนก็ปรากฏต่อหน้าเขา น่าเสียดาย...ที่มีชั้นในลูกไม้สีหวานห่อหุ้มปกปิดความงดงามนั้นไว้
ดวงตาคมกวาดไล้ชื่นชมกับสีผิวที่งามประหลาดล้ำของเธอก่อนจะนึกสงสัยว่ามันจะหวานเท่ากับริมฝีปากที่เขาเพิ่งชิมไปเมื่อครู่นี้หรือเปล่านะ?
แล้วเขาก็ไม่รอให้ความสงสัยนั้นติดค้างอยู่ในใจได้นาน เมื่อประทับจูบลงตามลำคอระหงซึ่งเจ้าของแหงนหงายใบหน้าให้เขาคลุกเคล้าปากและจมูกของเขาไปทั่วลำคอของเธอได้โดยง่าย ก่อนไล่ต่ำลงไปยังเนินอกสวยจูบไล้เวียนในส่วนที่โผล่พ้นขอบบราเซียตัวสวยนั้น
โอ...ให้ตายสิ! เขากำลังจะขโมยลมหายใจของเธอ คุณัญญารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหายใจไม่ออกจนต้องรีบสูดอากาศเข้าปอดอย่างรุนแรงและรัวเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้ทรวงอกกระเพื่อมกระชั้นชิดล่อปากล่อตาเจ้าภมรหนุ่มยิ่งนัก เขาเป็นหมอ...มีหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตคนอื่นไม่ใช่หรือ?
แต่นี่...เธอกลับกำลังรู้สึกว่าเขากำลังจะฆ่าเธอให้ตาย ใช่...เขากำลังจะฆ่าให้ด้วยไฟปรารถนา และมันคงจะเกินเลยไปตามที่หญิงสาวคิดไว้จริงๆ หากว่าเสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งเธอคุ้นหูดีจะไม่ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งมาหยุดสนิทที่หน้าบ้านของเธอ
‘นั่นเสียงรถของพ่อนี่นา’ หญิงสาวรำพึงก่อนที่สติจะที่เหมือนจะหลอมละลายไปเพราะไฟสิเน่หาจะกลับคืนสู่กาย
คุณัญญารวบรวมกำลังทั้งหมดที่เริ่มจะกลับมาผลักร่างสูงแกร่งที่ทาบทับเธออยู่ออกอย่างแรง ชายหนุ่มที่มัวแต่หลงใหลในรสชาติอันหวานล้ำและกลิ่นหอมอันเย้ายวนจากเรือนกายของเธอผงะถอยเกือบตกเตียง มองหน้าเธอด้วยความไม่เข้าใจกึ่งๆ จะอ้อนวอนเมื่อตอนแรกเธอทำท่าว่าจะเดินร่วมเขาไปสู่วิมานฉิมพลีที่สวยสด แต่อยู่ๆ กลับถีบเขาตกลงจากสวรรค์เสียอย่างนั้น แต่ท่าทางที่เธอพยายามจะรวบสาบเสื้อที่แยกออกเพราะฝีมือเขาให้แนบชิดกันอย่างลนลาน บวกกับสีหน้าและแววตาที่มองเขาอย่างกล่าวหาราวกับว่าเขาทำลายความไว้ใจของเธอที่มีต่อเขาด้วยการกระทำเมื่อครู่จากเธอ ทำให้เขาได้สติ
ให้ตาย...เขาไม่ควรทำอย่างนั้น ไม่ควรเลยจริงๆ นี่เขาเป็นอะไรไปเนี่ย? เขาไม่เคยต้องการผู้หญิงคนใดจนคิดจะหักหาญน้ำใจให้ผู้หญิงที่ไม่ได้มีความเต็มใจมอบสิ่งนั้นให้เขาเลยสักนิด แต่เธอทำให้เขาสติแตก ทำให้เขาเสียการควบคุมตัวและทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย
หากว่าเสียงรถยนต์นั้นไม่ดังขึ้นขัดจังหวะ หากว่าจิตสำนึกของเขาไม่สะกิดเตือนว่ากำลังจะทำการหักหาญน้ำใจของผู้มีพระคุณอย่างกำนันสุรนาถด้วยการพรากสิ่งที่หวงแหนที่สุดของลูกสาวเขามา เขาคงกลายเป็นไอ้คนเนรคุณไปแล้ว
“กลับไปซะ! กลับไปห้องของเธอเดี๋ยวนี้! แล้วทีหลังอย่าเที่ยวไปเข้าห้องของผู้ชายคนอื่นและไปยั่วเขาให้โกรธอย่างนี้อีก แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นฉัน เพราะถ้ามีครั้งต่อไป ฉันไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างนี้ ไปสิ!”
คุณัญญาสะดุ้งกับการตวาดเสียงดังของเขา ก่อนรีบวิ่งออกจากห้องของน้องชายซึ่งบัดนี้เขาได้รับอำนาจสิทธิขาดในการใช้ห้องนี้แต่เพียงผู้เดียว เข้าห้องได้ลูกสาวคนโตของกำนันสุรนาถและนางวิภาดาก็จัดการปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา กลัวว่าเขาจะเกิดอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมาแล้วบุกมาทำอะไรเธอถึงในห้อง แต่ที่ยิ่งกลัวไปกว่านั้นคือกลัวใจตัวเองว่าจะโอนอ่อนผ่อนตามไปกับสัมผัสเพียงเล็กๆ น้อยๆ ของเขา
‘นี่เธอทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!?’ ไม่น่าเลย...ไม่น่าปล่อยให้ความอยากเอาชนะครอบงำจิตใจกระทั่งบุกเข้าไปหาเรื่องเขาถึงในห้อง แถมยังอยู่กันเพียงสองต่อสองอย่างนั้นเลย จะบ้าตาย!
แต่ที่เธอยิ่งไม่เข้าใจไม่กว่านั้นคือ เหตุใดเธอจึงปล่อยให้เขาจูบเอาๆ แถมคลุกเคล้าเนื้อตัวของเธอได้ถึงขนาดนั้น ทำไมอารมณ์ของเธอจึงเตลิดไปไกลจนยากจะกู่กลับเพียงเพราะจูบเดียวของเขา นี่ถ้าพ่อกับแม่ของเธอไม่กลับมาทันเวลา ถ้าเขาหยุดตัวเองไม่ทันเธอจะเหลืออะไร จะเหลือความภูมิใจที่ไหนไปมองหน้าเจ้าบ่าวในอนาคตได้?
เฮ้อ...คราวหลังถ้าจะหาเรื่องเขา ขอไปหาเรื่องในที่ที่ไม่ลับตาคนจะดีกว่า อย่างน้อยก็ดีต่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง
