7
ปัง!!
เสียงบานประตูถูกผลักให้เปิดออกอย่างแรงกระทั่งบานประตูนั้นกระแทกกับผนังด้านใน คนที่อยู่ในห้องซึ่งเพิ่งออกมาจากห้องน้ำที่ตั้งอยู่ชั้นสองของบ้านสะดุ้งสุดตัวก่อนหันมามองคนที่เข้ามาในห้องอย่างไร้มารยามตาเขม็ง ตอนนี้ทั้งบ้านเหลือเพียงดรัณภพและคุณัญญาเพียงสองคน เพราะกำนันสุรนาถและภรรยาออกไปงานเลี้ยงของคนรู้จักหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์เชิญกะทันหันเพราะกำนันดันลืมนัดของเพื่อนคนนั้น
ส่วนคุณากรนั้นพักที่หอพักในกลางสัปดาห์เช่นนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่เธอจะเข้ามาแก้แค้นเขา ไอ้หมอบ้านี่ทำเธอไว้เจ็บแสบนัก ทั้งทำให้เธอต้องทานแกงที่เผ็ดแสนเผ็ดให้หมดภายในห้านาที ทั้งทำให้เธอกับพ่อต้องทะเลาะกันอีกต่างหาก มันน่าจับฉีกเป็นชิ้นๆ นัก!
“อ้าว! น้องเครือ...”
“อย่ามาเรียกฉันว่าน้องเครือนะ ฉันไม่เคยมีพี่ชายและก็ไม่อยากมีด้วย ฉันรู้...ว่านายต้องการสร้างภาพว่าเป็นคนดี ถึงได้เรียกฉันว่าน้องอย่างเอ็นดูเหลือเกิน แต่ตอนนี้เราอยู่เพียงสองคน ดังนั้นก็เลิกเสแสร้งเวลาอยู่ต่อหน้าฉัน มันน่ารังเกียจ!”
“โอเค” ดรัณภพยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ “แล้วเธอเข้ามาทำอะไรในห้องฉัน รู้ไหมว่าการเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นมันเป็นการเสียมารยาท!”
นัยน์ตาหวานวาววับด้วยความโกรธาเมื่อโดยเขาด่าเข้าให้เต็มๆ ปากของเธอยังคงรู้สึกถึงความเผ็ดร้อนของแกงอ่อมซึ่งพ่อบังคับให้เธอกินเป็นการลงโทษอีกต่างหาก
“แต่นี่มันบ้านฉัน! ฉันจะเข้านอกออกในห้องไหนก็ได้ทั้งนั้น” คุณัญญากล่าวพร้อมยักไหล่อย่างเป็นต่อ แต่อีกฝ่ายไม่คิดจะจนแต้มง่ายๆ ผู้หญิงพยศๆ อย่างนี้ถ้ายิ่งยอมมากเท่าไหร่ เธอก็จะพยายามเอาชนะคะคานระรานเขาหนักขึ้น...และหนักขึ้น
“บ้านเธอ...แต่ว่าพ่อของเธอยกห้องนี้ให้กับฉัน”
“ยกให้แค่อาศัยเท่านั้น ยังไงๆ ซะห้องนี้ก็ยังเป็นห้องของน้องชายฉันอยู่ เพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิที่จะเข้าได้ทุกเมื่อ จำไว้...นายน่ะมันแค่คนอาศัย ไม่มีสิทธิมาสั่งฉัน!”
เสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเอือมระอาดังขึ้นจากร่างสูง ตกลงเธอจะเอาชนะเขาให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย? เอาล่ะ...รู้แล้วว่าทำอย่างไรถึงจะเอาชนะคนอย่างคุณัญญาได้
“ได้...ถ้าเธอจะคิดว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของเธอ แล้วเธอจะทำอะไรหรือเข้าออกห้องไหนก็ได้...ก็ตามใจเธอ แต่ฉันก็จะคิดเหมือนกันว่าห้องนี้พ่อกำนันยกให้ฉันแล้ว และฉันก็มีสิทธิเต็มที่ในการใช้ห้องนี้ และจะทำอะไรก็ได้” พูดจบชายหนุ่มก็ดึงปมเสื้อคลุมขนหนูที่สวมก่อนออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวตาโตรีบหันหน้าหันทั้งตัวมุดเข้าข้างฝาทันที ไม่อยากเห็นสภาพเปลือยของเขา บอกตามตรงแค่เห็นเขาอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วเธอยังใจสั่นแปลกๆ เลย
“อ๊าย...ย!! ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! นายมาแก้ผ้าต่อหน้าผู้หญิงได้ยังไง...หา!?”
“อ้าว! ก็เธอไม่ยอมออกไปจากห้องนี้นี่ แล้วฉันก็ต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะให้ฉันทำยังไง? ไล่เธอก็ไม่ยอมไปเองนี่ เอาแต่ยืนยันว่านี่บ้านเธอ เธอจะเข้าออกห้องไหนก็ได้”
หญิงสาวไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรและมองเธอด้วยสายตาแบบไหน รับรู้โดยโสตประสาทว่าเขากำลังเดินเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ จากเสียงที่ค่อยๆ ดังใกล้เข้า และแผ่นหลังของเธอก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายมนุษย์ซึ่งเธอก็แทบจะมั่นใจเต็มร้อยว่าบัดนี้เขากำลังยืนซ้อนหลังเธออยู่
มือใหญ่ทั้งสองข้างของเขายื่นมาค้ำผนังซึ่งเธอซุกหน้าอยู่ คร่อมกักตัวเธอไว้กับผนังปูน คุณัญญาอยากจะหันด่าไปตวาดให้เขาถอยไปห่างๆ อย่างที่เธอเคยทำ แต่ก็ไม่กล้า...ด้วยเกรงว่าหากหันกลับไปแล้วเจอเขายืนเป็นชีเปลือยอยู่เธอจะอดปล้ำ เอ๊ย! เธอจะเป็นลมเข้าให้ จึงได้แต่หันหน้าเข้ากำแพง...เรียกได้ว่าแทบจะสิงกำแพงเลยหากเป็นไปได้ เมื่อเขายังคงขยับเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ อย่างไม่ลดละ
“นี่! ถอยไปห่างๆ ฉันเลยนะ”
“ทำไม...เธอกลัวฉันอย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงเขายียวนยิ่งนักเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่แสนจะพยศกำลังจะกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ เมื่อโดนเขาแกล้งขยับเข้ามาใกล้ชิดอย่างนี้ “หรือเธอเข้ามาในห้องนี้เพราะต้องการแก้แค้นที่ฉันทำให้เธอโดนคุณพ่อลงโทษให้กินแกงที่เธอแกล้งใส่พริกสดทั้งสวนให้ฉันกินน่ะ”
คำพูดของเขาทำให้คุณัญญาซึ่งตั้งท่าว่าจะแทรกออกจากห้องผ่านทางกำแพงนี้หันขวับกลับมาจ้องหน้าเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ อารมณ์หวั่นไหวที่ถูกบุรุษเพศยืนแนบชิดอย่างนี้เป็นครั้งแรกหายไปราวกับกดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ เหลือเพียงความเกรี้ยวกราดเหมือนก่อนหน้านี้เข้ามาแทนที่
“รู้ตัวด้วยเหรอว่าทำให้พ่อลูกเขาทะเลาะกันน่ะ? ถ้ารู้ตัวก็รีบๆ พาตัวเองซึ่งเป็นตัวปัญหาออกไปจากบ้านฉันซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว”
“ไม่ไป” ชายหนุ่มเน้นทีละคำอย่างชัดเจน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มวาวโรจน์ราวกับนางเสือดาวที่กำลังถูกแหย่ให้โกรธ “อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เธอกับพ่อทะเลาะ แต่เป็นเพราะตัวเธอเองต่างหากที่ตั้งใจจะแกล้งฉันก่อน ผลกรรมนั้นถึงได้ย้อนกลับให้เจ็บตัวอย่างนี้ เคยได้ยินไหมสำนวนที่ว่า ‘ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว’?”
“แล้วนายล่ะ...เคยได้ยินสำนวนว่า ‘กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา’ รึเปล่า?” คุณัญญาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ โดยเฉพาะกับผู้ชายตรงหน้าคนนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ไม่มีวันเสียหรอก! ยิ่งเธอยอมสิ...เขาจะได้หาว่าเธอเป็นคนไม่แน่จริง แล้วก็จะหาเรื่องชวนทะเลาะอีก เธอต้องชนะเขาให้ได้เพื่อข่มเขาไว้ให้ทำตัวเหิมเกริม “เพราะตอนนี้นายกำลังทำตัวเหมือนในสำนวนนั้นไม่มีผิด”
“แต่ฉันว่าฉันยังไม่ได้ทำตัวตามสำนวนนั้นเสียหน่อย เพราะสำนวนนั้นมันหมายความประมาณว่า คนที่เข้ามาอาศัยในบ้านของเขา แล้วยังคิดจะรวบหัวรวบหางภรรยาหรือไม่ก็ลูกสาวของเขาเป็นของตัว แต่เมื่อเธอพยายามจะให้ฉันเป็นเหมือนในสำนวนนั้นนักล่ะก็...ฉันก็จะสนองให้!”
ว่าแล้วใบหน้าคร้ามคมก็เลื่อนเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ แม้หญิงสาวจะหลับตาปี๋แต่ก็รับรู้จากลมหายใจที่เป่ารดใบหน้าว่าใบหน้าเขาก็ห่างจากเธอไม่กี่เซนติเมตร และยังคงเคลื่อนเข้ามาใกล้อีก...และใกล้อีก คุณัญญาสะกดกลั้นลมหายใจเพื่อผ่อนคลายความระทึกของก้อนเนื้อที่เต้นดังตุบๆ และรุนแรงภายในทรวงอกข้างซ้ายนั้น แต่ก็ไม่ได้ผลนัก ยิ่งเมื่อรับรู้ว่าปลายจมูกโด่งของเขากำลังคลอเคลียอยู่ที่ปลายจมูกของเธอด้วยแล้ว เธอก็นึกภาวนาว่าขอให้เธอสามารถหายตัวได้เมื่อในหนังจะได้หนีไปให้พ้นสภาวการณ์ที่ทำให้มือไม้และอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายชักจะหาที่วางไม่ถูกชอบกล
ริมฝีปากอิ่มของเธอรับรู้ถึงสัมผัสปัดผ่านแผ่วเบาจากบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนจะเป็นกลีบปากของเขานั่นเอง สมองของคุณัญญาสั่งการให้รีบเอาตัวรอดก่อนที่จะสูญเสียจุมพิตแรกที่ตั้งใจว่าจะมอบให้กับผู้ชายที่เธอรักให้กับผู้ชายที่เธอเกลียด
คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ทรุดกายต่ำลงหลบริมฝีปากเร่าร้อนที่คงจะประทับลงบนกลีบปากเธอเป็นแน่หากว่าเธอไม่ย่อกายหลบก่อนมุดลอดแขนแข็งแกร่งที่กักเธอไว้หนีเข้าไปอีกทาง ชายหนุ่มซึ่งหลับมาพริ้มรอรับสัมผัสกลีบปากอวบอิ่มที่นึกอยากจะจุมพิตตั้งแต่แรกเห็น แต่เมื่อจะสัมผัสได้เพียงแต่อากาศ หมอหนุ่มจึงลืมตาขึ้นแทบจะทันที และพบว่าตรงเขามีเพียงแต่ผนังห้องเท่านั้น เขาหันหลับกลับโดยสัญชาตญาณและพบว่าคนที่เขานึกอยากจะจูบนั้นยืนมองเขาหน้าตื่นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประตูห้องซึ่งเปิดค้างไว้เพราะฝีมือเธอก่อนหน้านี้
มาถึงตอนนี้หญิงสาวเพิ่งได้เห็นรูปร่างของเขาอย่างเต็มตา เขาเป็นคนผิวขาวอย่างที่เธอเคยว่าไว้จริงๆ นั่นแหละ เพราะผิวใต้ร่มผ้าในส่วนที่ไม่โดนแสงแดดของเขานั้นขาวตัดกับผิวนอกร่มผ้า ดูภายนอกเธออาจเห็นว่าเขาไม่ใคร่จะเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่นัก ยกเว้นแต่ว่าดูเหมือนจะบึกบึนขึ้นและก็ไม่สวมแว่นตาเหมือนเคย แต่ตอนนี้เธอมีโอกาสได้พินิจเขาเต็มตาแล้ว เขาไม่ได้เปลือยทั้งตัวอย่างที่เธอคิดหรอก เพราะตอนนี้เขาสวมกางเกงชั้นในชายแบบขาสั้นตัวเดียว
