บท
ตั้งค่า

13

เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าของเปลือกตาจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพตอนแรกพร่ามัวก่อนที่เธอจะพยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย เมื่อกี้เธอฝันไปแน่ๆ ใช่! เป็นฝันที่ทำให้เธอล่องลอยอยู่ในอารมณ์ที่หลากหลายในเวลาเดียวกัน

คราแรกเธอเหมือนจะดีใจที่ได้พบหน้าดรัณภพอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันเป็นเวลาเกือบสองเดือน และในเวลาต่อมาเธอก็รู้สึกแปลกใจและตกใจที่เขาจะกลายมาเป็นเจ้านายคนใหม่ของเธอ ช่างเป็นฝันที่ตลกเสียนี่กระไร ไอ้หมอนั่นเป็นเพียงหมอธรรมดาจะมาเป็นรองประธานผู้บริหารโรงพยาบาลหรูๆ อย่างนี้ได้อย่างไรกัน

“ฟื้นแล้วเหรอ?” น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นที่หน้าประตู คุณัญญาหันหน้าไปมองเจ้าของเสียงแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเธอพบว่าสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นเพียงแค่ความฝันดูท่าว่ามันจะกลายเป็นความจริงเสียแล้ว

ดรัณภพยืนอยู่ตรงนั้น... ที่หน้าประตู ในมือของเขาถือแก้วอะไรบางอย่างคล้ายๆ จะเป็นแก้วกาแฟควันลอยฉุย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ก้าวเข้ามาเรื่อยๆ และนั่งลงบนโซฟาเดียวกันกับเธอ หญิงสาวเพิ่งมีโอกาสได้สังเกตว่าห้องนี้เป็นห้องทำงาน ที่มีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่ถัดออกมาจากกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ภายในห้องตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา มีโซฟายาวสำหรับรับแขกอยู่มุมหนึ่งของห้องและเธอกับเขาก็กำลังนั่งอยู่ในขณะนี้

“นี่โกโก้ร้อนๆ ดื่มซะจะได้รู้สึกดีขึ้น” เขากล่าวพลางยื่นแก้วโกโก้ร้อนให้กับเธอ หญิงสาวรับมาอย่างว่าง่าย “เธอคงเหนื่อยจากการเดินทางน่ะ พอมาเจอเรื่องไม่คาดฝันก็เลยตกใจแล้วเป็นลมไป”

“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” นายแพทย์หนุ่มไม่ได้ตอบคำถามโดยทันทีหากแต่ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย มือใหญ่ที่เธอจำได้ดีว่ามาเร่าร้อนแค่ไหนยามสัมผัสร่างกายเธอยื่นมาข้างหน้าหมายจะปัดปอยพบหยักลอนสีน้ำตาลเข้มให้พ้นจากใบหน้าหวาน แต่เจ้าของใบหน้ากลับเบี่ยงศีรษะหลบการมาเยือนของมือใหญ่แทน

เธอไม่ชอบเลยการที่อยู่ใกล้เขาและถูกแตะเนื้อต้องตัวอย่างนี้ มันทำให้เธอรู้สึกอ่อนแออย่างไรบอกไม่ถูก เมื่อเห็นเธอเมินหลบ ชายหนุ่มจึงจำต้องลดมือลงวางไว้ข้างตัวเช่นเดิม

“ฉันนึกว่าคุณสุรพงษ์บอกเธอแล้วนี่ ฉันเป็นเจ้านายคนใหม่ของเธอ”

“ไม่...คุณสุรพงษ์บอกว่าเขามีคนที่รู้จักอยากจะได้เลขาฯคนใหม่ แต่เขาไม่ได้บอกว่าคนคนนั้นเป็นนาย ถ้าฉันรู้ ฉันคงไม่รับงานนี้เด็ดขาด” คุณัญญาปฏิเสธเสียงแข็ง จริง...อดีตเจ้านายของเธอบอกทุกอย่างเกี่ยวกับรายละเอียดของงาน แต่ไม่ได้บอกอะไรเลยเกี่ยวกับเจ้านายคนใหม่ของเธอ งานนี้ต้องโทษยายเพื่อนตัวแสบของเธอด้วยที่พูดจายุยงจนเธอตกลงปลงใจรับงานนี้

“แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วนี่”

“ใช่...ฉันรู้แล้วว่าเจ้านายของฉันคือนาย เพราะฉะนั้นฉันจะขอยกเลิกการสมัครงาน จะไม่รับงานนี้ และฉันจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ด้วย”

“เห็นทีคงจะไม่ได้หรอก ก็เธอเซ็นสัญญาไปแล้ว ทั้งลายเซ็นของผู้ค้ำประกันซึ่งก็คือพ่อของเธอเอง ดังนั้นเธอคงรู้นะว่าถ้าเธอยกเลิกสัญญาแล้วอะไรจะเกิดขึ้น?” คุณัญญามองหน้าหล่อๆ ของเขาตาไม่กระพริบ

ให้ตายสิ! หมอนี่เหลี่ยมจัดนัก เขารู้น่ะสิว่าหากเธอรู้ก่อนว่าเขาคือเจ้านายคนใหม่ของเธอแล้วเธอจะไม่ยอมมาทำงานด้วย เลยสั่งอดีตเจ้านายของเธอไม่ให้บอกว่าใครคือเจ้านายคนใหม่ และก็คงรู้อีกว่าเธอคงจะให้ใครคนใดคนหนึ่งในครอบครัวเป็นผู้เซ็นค้ำประกันเข้าทำงานให้ ดังนั้นหากเธอคิดจะผิดสัญญา คนที่จะเดือดร้อนก็คือคนที่เซ็นค้ำประกันให้เธอเอง

“ไอ้คนเจ้าเล่ห์ ฉันเกลียดนายที่สุดเลย!”

“สรุปว่าเธอจะทำงานกับฉันตามที่สัญญากำหนดใช่ไหม?”

“แล้วฉันมีทางเลือกอื่นด้วยเหรอ?” น้ำเสียงหวานเอ่ยประชดประชันเขาพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์โมโหชนิดที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว แต่เขากลับยิ้ม...ยิ้มอย่างที่เคยทำให้หัวใจของเธอกระตุกก่อนเต้นโลดอย่างไม่อาจจะควบคุมได้

“เธอคิดถึงฉันบ้างไหม?” อยู่ๆ เขาก็ถามคำถามนี้ขึ้นมาเล่นเอาคุณัญญาหันขวับมามองใบหน้าหล่อๆ ของเขาก่อนมองปากตาค้าง นี่เขาถามอะไรเธอ? ถามอย่างนี้ราวกับว่าเขามีใจสิเน่หาและหวังว่าเธอจะคิดเช่นเดียวกันกับเขา

ไม่มั้ง...เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“คิดถึงนายเนี่ยนะ? ไม่มีทาง ให้คิดถึงนายเนี่ย เอาเวลาไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์สังคมไม่ดีกว่ารึไง?”

“เหรอ? แต่ฉันกลับคิดถึงเธอชะมัด ไม่เข้าใจตัวเองเลย คิดถึงนัยน์ตาสีน้ำตาลที่คอยมองอย่างหาเรื่อง คิดถึงปากของเธอที่คอยหาเรื่องจิกกัดฉัน”

“นะ...นี่นายหาว่าฉันเป็นหมาเหรอ?”ดรัณภพเซ็งยิ่งนักกะว่าจะทำซึ้งเสียหน่อยโดนคำพูดของเธอทำป่วน ไม่รู้สินะ...ไม่รู้ทำไมหัวใจเจ้ากรรมของเขาถึงรู้สึกโหยหาและคิดถึงคุณัญญาตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยทำดีหรือออดอ้อนออเซาะเขาเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ เลย ซ้ำร้ายยังคอยหาเรื่องให้เขาเจ็บตัวและปวดหัวบ่อยๆ อีกต่างหาก

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

“ไม่ได้หมายความอย่างนั้นแล้วหมายความว่ายังไง? ก็นายบอกว่าปากฉันมันคอยกัดนายไง พูดอย่างนี้ก็เท่ากับนายหาว่าฉันเป็น...”

ยังไม่ทันจะได้พูดจบกลีบปากบางที่คอยหาเรื่องเขาด้วยความเข้าใจผิดนั้นก็ถูกจู่โจมด้วยริมฝีปากของเขาทันที หญิงสาวเม้มปากแน่นไม่ยอมให้เขารุกรานได้ง่ายๆ เพราะรู้ดีว่าหากใจอ่อนเพียงนิด ทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจจะเกินเลยจนยากจะกู่กลับ

แต่เขารู้...รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้คุณัญญายอมอ่อนข้อให้เขาได้ ริมฝีปากแกร่งขบเม้มเคล้าคลึงไปทั่วกลีบปากอิ่มสวยระเรื่อตามธรรมชาติ ปลายลิ้นร้อนๆ และเล็มไปทั่วกลีบปากสวย หญิงสาวไม่อาจทนต่อการหยอกล้อที่แสนจะเย้ายวนใจนั้นได้ สุดท้ายต้องยอมเผยอปากตามริมฝีปากนั้นเปิดทางให้เขาได้เข้ามาคลุกเคล้าชิมความหวานที่ซุกซอนอยู่ทั่วโพรงปาก

เรียวลิ้นสากสอดไซ้เข้ามาคลุกเคล้าเอาความหวานที่มีอยู่ทุกหยาดหยด ความหวานที่น่าปรารถนาและแสนคิดถึง นับจากวันนั้น...วันที่แรกที่เขาเข้าไปอยู่ในบ้านของเธอในฐานะผู้อาศัยและเธอเข้ามาหาเรื่องเขาถึงในห้อง เขาไม่เคยลืมรสจูบที่แสนหวานซึ่งตราตรึงฝากรอยจารึกไว้ในใจเขาได้ลงเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว มันช่างเป็นความหวานที่แสนเร้าใจยิ่งนัก ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาจดจำถึงรสจุมพิตได้เท่าเธอมาก่อน

ชายหนุ่มจูบเธอซ้ำๆ จูบ...เพื่อยืนยันคำพูดที่เขาเคยบอกไว้ว่าเขาคิดถึงเธอ จูบ...ที่บ่งบอกว่าความคิดถึงที่เขาอ้างนั้นมันมีอานุภาพมากมายแค่ไหน จูบ...ที่ทำให้เธอไม่อาจหักห้ามใจได้เลยที่จะตอบสนองจูบนั้นด้วยความไม่ประสา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel