บท
ตั้งค่า

12

คุณัญญาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนถือข้าวของซึ่งมีเพียงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กับเป้อีกหนึ่งใบเท่านั้นเดินออกจากลิฟต์ และก็พบว่าพอออกจากลิฟต์ปุ๊บ...หญิงสาวก็เจอกับประตูไม้สักสองบานใหญ่ๆ ซึ่งเท่าที่เดาก็พอจะรู้ได้ว่าเป็นประตูห้องทำงานของรองประธานนั่นเอง ข้างๆ ประตูนั้นมีโต๊ะทำงานซึ่งก็คงเป็นของเลขาฯหน้าห้อง และเธอคนนั้นก็กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ หญิงสาวแอบสอดส่ายสายตามองหาห้องทำงานของผู้ดำรงตำแหน่งอื่นๆ ในโรงพยาบาลแห่งนี้แต่ก็ไม่พบ เห็นได้ชัดว่าชั้นนี้มีห้องทำงานของรองประธานเพียงคนเดียวเท่านั้น

ขืนได้ทำงานจริงๆ เธอคงเหงาแย่เลย ต้องกลายเป็นนกน้อยในกรงทองอย่างนี้ คุณัญญารำพึงรำพันในใจ ก่อนเดินตรงไปยังเลขาฯสาววัยสักประมาณเกือบสามสิบเห็นจะได้ ยังไงเสียเธอก็ไม่มีทางหันหลังกลับอีกต่อไปแล้ว

“ขอโทษค่ะ...คือฉันมาพบท่านรองฯเรื่องจดหมายสมัครงานที่ท่านส่งไปให้ฉันน่ะค่ะ” ว่าพลางยื่นสัญญาฉบับที่มีลายเซ็นทั้งของเธอและของผู้ค้ำประกันคือกำนันสุรนาถให้กับเลขาฯที่คงทำหน้าที่อีกไม่นาน ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องลำบากประกาศหาเลขาฯคนใหม่อย่างนี้หรอกกระมัง เธอคนนั้นรับสัญญาของเธอมาดูแค่เพียงแวบเดียวเท่านั้น

“ค่ะ...ท่านรองฯรอคุณอยู่แล้วค่ะ เชิญเข้าไปเลยค่ะ”

“ขอบคุณนะคะ” แล้วคุณัญญาก็ตั้งท่าถือข้าวของทุกอย่างที่หอบมาจะเดินเข้าไปภายในห้องทำงานของเจ้านายคนใหม่ของเธอ แต่ก็ถูกเลขาฯสาวเรียกไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวค่ะ...เอ่อ...ฉันว่าวางของไว้ข้างนอกดีกว่าไหมคะ?” คุณัญญาลดสายตาลงมามองมือตัวเองที่ยังคือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และตั้งท่าจะเดินเข้าไปพบเจ้านายคนใหม่ในห้อง ก่อนหันมามองหน้าผู้ที่ให้คำแนะนำเมื่อครู่พลางยิ้มแหยกับท่าทางเหมือนยายบ้านนอกที่ป้ำๆ เป๋อๆ ไม่รู้เรื่องอะไร ก็แหม...เธอประหม่านี่นา กลัวว่าพอเห็นหน้าปุ๊บเขาก็จะไล่เธอกลับเพราะท่าทางเก้ๆ กังๆ อย่างที่เป็นอยู่นี้ หญิงสาวก้มหน้าสำรวจตัวเองอีกนิด

เอาน่า...เสื้อเชิ้ตสีฟ้าซีดๆ คลุมทับด้วยเสื้อสูทสีดำกับกระโปรงทำงานยาวประมาณเข่าสีเดียวกันกับเสื้อสูท รองเท้ามีส้นที่ไม่สูงมากสีดำ แค่นี้ก็น่าจะดูดีแล้วกับการที่เจอกันครั้งแรก เสียงสูดหายใจเข้าปอดเรียกความมั่นใจดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเคาะประตูตามมารยาทและผลักประตูเข้าไป

“ขออนุญาตค่ะ ดิฉันคุณัญญา คนที่คุณสุรพงษ์ติดต่อเรื่องงานเลขาฯคนใหม่ของท่านรองไว้ให้ค่ะ” แม้ว่าเธอจะเข้ามายืนที่หน้าประตูอยู่นานแล้วแถมยังแนะนำตัวเสียยืดยาวแล้วด้วย เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะให้ความสนใจเธอโดยเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร แต่ยังคงพูดโดยไม่มองหน้าเธออยู่อย่างนั้น

“อืม...ฉันกำลังรอเธออยู่พอดี”

เอ๊ะ! น้ำเสียงอย่างนี้ สรรพนามที่เรียกเธออย่างนี้มันฟังคุ้นหูอย่างไรชอบกล หรือว่า...จะเป็นไอ้หมอนั่น ไม่หรอกมั้ง สวรรค์คงไม่เล่นตลกอะไรอย่างนั้นเป็นแน่

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ ดิฉันคิดว่าคุณควรจะให้ความสนใจกับคู่สนทนาก่อนจะดีกว่าไหมคะ? ถึงแม้ว่าคู่สนทนาของคุณจะเป็นลูกน้อง แต่อย่างน้อยคุณก็ควรให้เกียรติด้วยการตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาพูดกับคุณ” คุณัญญาไม่ใช่คนที่จะมาพูดจาไพเราะอ่อนหวานต่อหน้าเจ้านายเพื่อประจบ แต่ลับหลังกลับไปนินทา เธอเป็นคนที่ค่อนข้างพูดตรง เมื่อเห็นอะไรไม่ถูกไม่ควรเธอก็จะเตือนตรงๆ ไม่ใช่ตำหนิหรือด่าให้เสียหาย หญิงสาวเชื่อว่าหากเธอเห็นสิ่งที่คนอื่นทำไม่เหมาะสมแล้วยังทำเฉยอยู่ คนคนนั้นก็จะไม่รู้ตัวเสียทีว่าทำสิ่งใดไม่เหมาะสมอยู่และก็จะยังคงทำต่อไปเรื่อยๆ

สำหรับกรณีนี้ เธอรู้สึกไม่พอใจตั้งแต่เห็นลิฟต์และห้องทำงานของเจ้านายคนใหม่แล้วว่ามันเหมือนจงใจแบกชั้นวรรณะระหว่างเจ้านายกับลูกน้องเกินความจำเป็นซึ่งเธอเกลียดยิ่งนัก

“นี่...ฉันจ้างเธอมาเป็นเลขาฯนะไม่ใช่เป็นแม่ ถึงจะได้มาอบรมฉันอย่างนี้” เขายังคงพูดทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่เช่นเดิม แต่ในใจนึกยิ้มอย่างชอบใจกับเลขาฯสาวปากกล้าที่กล้าแม้กระทั่งเตือนเขาในสิ่งที่เขาทำตัวไม่เหมาะสม

เลขาฯอย่างนี้แหละที่เขาต้องการ ไม่ใช่ประเภทที่ทำตามแต่คำสั่งเป็นอย่างเดียว และเลขาฯคนปัจจุบันซึ่งกำลังจะลาคลอดและลาออกในไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าก็ทำได้ครบตามต้องการ เขาจึงหวังว่าเลขาฯคนใหม่ที่จะเข้ามาทำงานแทนที่นี้จะเป็นอย่างเดียวกันได้ และดูท่าว่าเขาคงไม่ผิดหวังกระมัง

“ดิฉันก็ไม่กล้าอาจเอื้อมที่จะเป็นแม่ของท่านรองฯหรอกค่ะ แค่เห็นว่าการกระทำของคุณมันจะชวนให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่า ทั้งๆ ที่ทุกคนเกิดมาก็มีค่าเท่ากันหมด แต่สังคมเรามักจะให้ความสำคัญกับเงินทองและตำแหน่งหน้าที่กันมาก จนบางครั้งลืมไปว่าการกระทำของคนต่างหากที่เป็นตัวกำหนดคุณค่า ดังนั้นดิฉันจึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คุณจะถือว่าเหนือกว่าคนอื่นในด้านคุณค่าของชีวิตเพียงเพราะคุณเป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้”

“หึๆ” น้ำเสียงเขาหัวเราะอย่างชอบใจในลำคอ “คิดไม่ผิดเลยที่วานคุณสุรพงษ์ให้ติดต่อเธอมาทำงานกับฉัน”

จบประโยคเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเลขาฯสาวคนใหม่ของเขาเต็มตา เขาเห็นนัยน์ตาหวานเบิกโพลงคล้ายกับกำลังเผชิญหน้าอยู่กับสัตว์ประหลาดหรืออะไรสักอย่างที่ชวนให้เธอตกใจยิ่งนัก

“นะ...นาย...ไอ้หมอดล” เพียงเท่านั้นเอง พื้นใต้ฝ่าเท้าของเธอก็เหมือนจะตีขึ้นมาฟาดหน้าอย่างจัง พลันโลกทั้งโลกหมุนคว้างก่อนจะมืดดับลงไปในพริบตา ร่างงามเริ่มโอนเอนทรงตัวไม่อยู่ ร้อนถึงดรัณภพจะต้องถลาเข้ามาถึงตัวหญิงสาวได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลงฟาดกับพื้นที่แม้จะปูด้วยพรมหนานุ่ม แต่หากล้มลงไปเต็มแรงก็คงเจ็บตัวได้ไม่น้อย

“เครือ...เครือ” เขาพยายามเขย่าร่างในอ้อมแขนเพื่อเรียกให้เธอรู้สึกตัว แต่ก็ไม่ได้ผล “อะไรวะ...นี่หน้าตาเรามันน่าเกลียดน่ากลัวขนาดนั้นแล้วหรือไง?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel