14
ดรัณภพแทบจะสำลักความหวานที่ได้รับจากการตอบสนองของคนในอ้อมแขน แม้ว่ามันจะเป็นไปอย่างกระดากอาย แต่นั่นกลับทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เพราะมันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเธอช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก และมันยังนำเขาให้พบกับความภาคภูมิใจที่ได้เป็นคนแรกที่สอนให้เธอจูบอย่างนี้
โอ้...ให้ตาย! เขาจะหักห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้ว มันกำลังจะเกินเลยยิ่งกว่าจูบ ไม่รู้ทำไมสิน่า...ได้ใกล้ชิดเธอทีไรห้ามใจไม่ได้สักที นี่เขาคิดถูกรึเปล่าที่จะให้เธอพักที่บ้านหลังเดียวกันกับเขาเนี่ย? เขากลัวเหลือเกิน...กลัวว่าจะทำลายเธอโดยที่เธอไม่เต็มใจหากได้อยู่ด้วยกัน
ก๊อก...ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้คุณหมอหนุ่มชะงักการกระทำทุกอย่าง การกระทำที่เหมือนจะเกินเลยไปไกลกว่านี้หากว่าเสียงเคาะประตูนั้นไม่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ดรัณภพยืดตัวขึ้นนั่งหลังจากที่ตามจูบเธอไปกระทั่งทั้งคู่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาโดยที่ร่างเขาทาบทับอยู่เหนือร่างงดงาม
นัยน์ตาสีดำของเขาทอประกายบางอย่างที่คนตรงหน้าเองก็ดูไม่ออกเลยสักนิด ในขณะที่คุณัญญามองหน้าเขาด้วยแววตาที่มีอารมณ์หลากหลายอย่างสะสมปนเปไปหมด ทั้งตกใจที่ได้รับรสจุมพิตที่ไม่คุ้นเคยเลยจากเขา มันต่างจากที่เคยได้สัมผัสเมื่อสองเดือนก่อน มันเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างประหลาดที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความหื่นกระหายหรือหมายจะลงทัณฑ์ และไม่อยากเชื่อว่าเขาจะคิดถึงเธออย่างที่ปากเขาพูดและจูบที่เขาให้มา
“เชิญครับ” สิ้นเสียงอนุญาตคนที่เคาะประตูก็เปิดประตูบานใหญ่เข้ามา คุณัญญาเพิ่งสังเกตตอนนี้เองว่าเลขาฯที่นั่งอยู่หน้าห้องเขาที่เธอเห็นทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกนั้นกำลังท้องแก่ๆ จากที่ประเมินด้วยสายตาคงไม่เกินเดือนหรือสองเดือนข้างหน้านี้จะคลอดแน่ๆ อาจเป็นเพราะอย่างนี้เขาจึงจำเป็นต้องประกาศรับสมัครเลขาฯคนใหม่ แล้วมันก็บังเอิญว่าบริษัทที่เธอทำงานอยู่จำต้องเลิกกิจการและอดีตเจ้านายของเธอก็ดันรู้จักกับเขา ทุกอย่างดูท่าจะเข้าข้างดรัณภพไปเสียหมดเลย
“ขออนุญาตค่ะท่าน คือจะให้พาคุณคุณัญญาไปที่พักเลยไหมคะ?”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมพาเธอไปเอง คุณเอมช่วยเป็นธุระทางนี้ให้ด้วยแล้วกัน วันนี้ผมจะไม่เข้ามาที่โรงพยาบาลอีกแล้ว ถ้าใครมาพบก็เลื่อนนัดไปเป็นวันอื่นแล้วกันนะครับ”
“ค่ะท่าน” รับคำเสร็จเลขาฯสาวที่กำลังจะเป็นแม่คนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็เดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูไว้ให้ด้วยตามมารยาท เขารอกระทั่งเลขาฯคนเก่าเดินออกไปจากห้องจึงลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือมาข้างหน้าหมายจะให้เธอจับพยุงกายลุกขึ้นตามเขา หากแต่คุณัญญาแกล้งเมินมือแกร่งนั้นแล้วลุกขึ้นด้วยขาของตัวเองทั้งๆ ที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือด้วยซ้ำไป เพราะต้องต่อสู้กับความหวั่นไหวจากรอยสัมผัสของเขา
“เมื่อกี้คือคุณเอมอร เป็นเลขาฯของฉันซึ่งกำลังจะเกษียณตัวเอง เธอคงเห็นแล้วว่าคุณเอมกำลังตั้งท้อง แต่คุณเอมจะอยู่คอยสอนงานเธอก่อนประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะลาออก” ดรัณภพเล่าเรื่องราวของเอมอรเลขาฯที่กำลังจะลาออกจากงานให้เลขาฯคนใหม่ฟังคร่าวๆ “ไปเถอะ...ฉันจะพาเธอไปที่พัก จะได้พักผ่อนเสียที”
คุณัญญาเชิดหน้าสูงราวกับนางพญาเพื่อป้องกันหัวใจตัวเองให้ห่างจากคำว่าหวั่นไหวซึ่งจะทำให้เธออ่อนแอ เธอไม่ต้องการอย่างนั้น ไม่ต้องการให้เขามีอิทธิพลเหนือเธอ อย่าลืมสิ...เขาฝากรอยร้าวไว้ในใจ รอยแผลร้ายกาจที่เขาเคยดูถูกเธอไว้เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก หญิงสาวพยายามเตือนตัวเอง ก่อนจะสาวเท้าก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ก็ถูกเขาดึงแขนไว้ก่อน
“เดี๋ยว...” เขาบอกพลางดึงร่างของเธอให้หันมาเผชิญหน้า มือหนายื่นออกมาข้างหน้าติดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ซ่อนกายภายใต้เสื้อสูทสีดำของเธอให้เรียบร้อย เพราะมันหลุดออกมาจากรังดุมประมาณสี่ห้าเม็ดได้ คงเป็นฝีมือเขาเมื่อครู่นั่นแหละที่เผลอแกะกระดุมเธอออกอย่างนั้น คุณัญญาหน้าแดงจัดเมื่อพบว่าเธอไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเขาปลดกระดุมออกเกือบจะให้เขาได้เห็นความงดงามแห่งปทุมถันคู่งามของเธอ
“เรียบร้อยแล้ว ขืนให้เธอเดินออกไปในสภาพนั้นนะได้เป็นอาหารตาของผู้ชายทั่วโรงพยาบาลทันที ฉันหวง” ประโยคสุดท้ายเขากระซิบลงที่ข้างหูเธอ มันทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั่วร่างกายและหัวใจดวงน้อย
‘ฉันหวง’ คำคำนี้ความหมายว่าอย่างไรได้บ้างนะ? เขาจะมีความรู้สึกพิเศษให้เธอจริงๆ หรือแค่เหมือนเด็กชายที่ได้ของเล่นแล้วก็หวงไม่ยอมแบ่งให้ใครได้เล่นด้วยทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ชื่นชอบของเล่นชิ้นนั้นมากมายอะไรนัก
ทำไมเขาต้องมาทำให้เธอรู้สึกสับสนอย่างนี้ด้วยนะ? คนบ้า!
“ไร้สาระ” เธอค้อนร่างสูงตาคว่ำด้วยไม่รู้ว่าจะจัดการกับอารมณ์สับสนภายในใจอย่างไรดี มือบางเตรียมจะถือกระเป๋าเดินทางของตัวเองขึ้น แต่เขาก็รีบฉวยไปถือไว้เสียก่อน และเธอก็ต้องเผลอค้อนเขาอีกรอบกับการแสดงตัวเป็นสุภาพบุรุษเหลือเกินของเขา เรียกเสียงหัวเราะแผ่วๆ ให้ดังออกมาช่างกระตุ้นใจเธอให้เต้นแรงยิ่งนัก
