บท
ตั้งค่า

7

“เฮ้อ...” ชายาได้แต่นั่งทอดถอนหายใจบนเตียงนุ่มของตัวเอง แขนเรียวกอดหมอนแน่นเข้าอย่างว้าวุ่นใจ เรื่องที่กำลังรบกวนจิตใจของเธออยู่ก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกลแต่อย่างใด เป็นเรื่องของคุณอาหนุ่มสุดหล่อที่เฝ้าดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก และยิ่งมามีบทบาทในชีวิตของเธอมากขึ้นหลังจากที่พ่อของเธอเสียไป

ความรู้สึกแปลกๆ เริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจของชายาตั้งแต่เมื่อเกือบสองปีก่อน หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าหัวใจแกว่งๆ ทุกครั้งที่ได้มองใบหน้าหล่อคมคายนั้น รู้สึกเหมือนมือไม้มันเกะกะทุกครั้งที่ถูกจับจ้องด้วยดวงตาคู่คมสีน้ำตาลเข้ม รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้ ยิ่งเกิดเหตุการณ์เมื่อคืน ที่เธอทำน้ำซุปกระเด็นเข้าตาตัวเองแล้วเขาเข้ามาช่วยด้วยความเป็นห่วง ความรู้สึกแปลกๆ นั้นก็ยิ่งชัดเจน

เธอหลงรัก ‘คุณอา’ ของตัวเองเข้าให้แล้วจนเต็มหัวใจ ชายาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ไอ้ความรู้สึกแปลกๆ หน่วงๆ นั้นมันค่อยก่อกำเนิดขึ้นในใจ แล้วก็ลามไปทั่วจนกินพื้นที่หมดของก้อนเนื้อก้อนน้อยใต้หน้าอกด้านซ้าย และมันก็ยากเกินจะไถ่ถอน

อาจเป็นเพราะอาชาคือผู้ชายคนเดียวนอกจากพ่อที่เธอได้ใช้เวลาใกล้ชิด หัวใจมันก็เลยชักจะเอาใหญ่ หวั่นไหวจนเกินเลย ทั้งที่รู้ว่าไม่ควร... แต่เรื่องหัวใจคงไม่มีใครห้ามมันได้ ความจริงคือ... ความรู้สึกมันไปไวเสียจนเธอห้ามไม่ทัน ทั้งที่รู้ว่ารักครั้งนี้มันเป็นไปไม่ได้ ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวด คงต้องถึงเวลาที่จะตัดใจ

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?” หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม “โอ๊ย!! ทำไมต้องมาหลงรักคนที่มีเจ้าของ แถมก็รู้ดีอยู่เต็มอกว่าเขาไม่มีวันที่จะรักเราได้ด้วยเนี่ย ยัยป่านเอ๊ย!?”

มือบางเหวี่ยงหมอนออกจากตักไปไว้ที่ปลายเตียง แล้วทิ้งตัวซุกหน้ากับหมอนอย่างว้าวุ่นใจเป็นที่สุด สมองคิดถึงภาพข่าวที่เขามักจะควงคู่หมั้นไปออกงานหรือไปเที่ยว แล้วหัวใจก็เจ็บปวดเสมือนถูกกรีดด้วยมีดคมๆ แล้วราดซ้ำด้วยน้ำเกลือจนแสบสันต์ ความปวดร้าวที่กลางใจกลั้นให้เป็นน้ำตาหยดใสที่ไหลรินออกจากสองตา ยิ่งรู้ว่ารักครั้งนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ก็ยิ่งเจ็บปวด หญิงสาวจึงอนุญาตให้ตัวเองได้ระบายความอัดอั้นให้หนำใจ

“ออกไปหาอะไรทำดีกว่า จะได้เลิกคิดมากสักที” เธอบอกกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบระโหย ก่อนพยุงกายที่อ่อนล้าเพราะหัวใจที่โรยแรงขึ้น แล้วเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวออกไปหากิจกรรมทำข้างนอก ดีกว่ามานั่งหมดอาลัยตายอยากให้กับรักที่รู้อยู่แล้วว่าปลายทางช่างแสนมืดมน

ที่ที่หญิงสาวตัดสินใจมา คือห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชายาเดินเข้าร้านหนังสือก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อเลือกหนังสือดีๆ สักเล่มมาอ่าน หวังว่าจะช่วยให้ลืมเลือนเรื่องราวของอาชาไปได้บ้าง เมื่อได้หนังสือมาก็มุ่งหน้าตรงไปยังร้านกาแฟร้านหนึ่งภายในห้างฯแห่งนั้น เลือกสั่งเครื่องดื่มที่ชอบ รอเพียงไม่นานก็ได้เครื่องดื่มมาจิบพร้อมทั้งอ่านหนังสือในมือไปด้วย

“น้องป่าน!” เสียงเรียกอย่างตื่นเต้นที่ดังขึ้นเหนือหัว ทำลายอารมณ์สุนทรีในการอ่านหนังสือของเธอไปจนหมดสิ้น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว เพราะคนที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้านี้ก็ดูคุ้นๆ ตาอยู่ แต่เธอดันนึกไม่ออกว่าเคยเจอกับเขาที่ไหนและเมื่อไหร่กัน “พี่ดลไงครับ จำได้ไหมเอ่ย?”

“เอ่อ... ไม่น่ะค่ะ จำไม่ได้” คำสารภาพตรงๆ ของเธอทำเอาคนที่ยืนยิ้มกว้างหน้าเผือดสีไปนิด แต่กระนั้นชายหนุ่มรูปหล่อแสนสมาร์ทก็เลือกที่จะฉีกยิ้มให้อีกครั้ง แล้วช่วยเตือนความจำให้

“พี่กลุ่มสัมพันธ์ไง ตอนนั้นเราอยู่ปีหนึ่ง พี่อยู่ปีสาม แล้วเป็นพี่กลุ่มของน้องป่าน ทีนี้พอจะจำได้หรือยัง?”

“อ๋อ!!” การบรรยายที่ไปที่มาของอีกฝ่าย ทำให้ชายาถึงบางอ้อ เขาคือธนดล รุ่นพี่กลุ่มสัมพันธ์สมัยที่เธอทำกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยนั่นเอง ก็หลังจากจบกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์น่ะ เธอก็ไม่ได้เจอกับเขาอีกเลย เพราะเรียนกันคนละคณะ แล้วใครจะไปจำได้กัน

“มาคนเดียวเหรอ?”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ ไม่มีอะไรต้องปิดบังนี่นา

“งั้น... พี่ขอนั่งด้วยคนนะ” ธนดลเอ่ย ความจริงแล้วเขารู้สึกถูกใจชายาตั้งแต่แรกเห็น ตอนแรกรู้สึกสะดุดหูกับชื่อที่ค่อนข้างแปลก แต่กลับจำง่ายของเธอ ก่อนที่จะได้เห็นว่าเธอเป็นเด็กน่ารักสดใส เสียดายที่ตอนนั้นเธอค่อนข้างตั้งกำแพงกับผู้ชาย เลยทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปทำความรู้จัก พอหมดระยะเวลาทำกิจกรรมรับน้อง เขาก็ต้องหันกลับมาเรียนให้จบ แถมยังมีสาวๆ คนอื่นมาเกาะแกะ ทำให้ลืมคิดถึงชายาไป กระทั่งเดินผ่านร้านกาแฟ แล้วมองเข้ามาเห็นร่างคุ้นตา จึงรีบตรงเข้ามาทักทาย

“เชิญค่ะ ถ้าพี่ดลไม่รังเกียจ”

“ไม่รังเกียจเลยครับ” เขาตอบอย่างกระตือรือร้น ก่อนเลื่อนเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอออกมานั่ง สั่งเครื่องดื่มกับพนักงานที่เดินเข้ามาหยุดที่ข้างโต๊ะเสร็จ ก็รีบหันมาให้ความสนใจกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า โดยมีโต๊ะทรงกลมกั้นกลางเอาไว้ “สบายดีไหม? ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย”

“สบายดีค่ะ”

“นี่เรียนจบแล้วใช่ไหม?” ธนดลรีบถามต่ออย่างกับว่าเขารอคอยเวลาที่จะได้เจอชายาอีกครั้งมานานแล้ว หญิงสาวยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยจึงตอบ

“ใช่ค่ะ”

“แล้วได้งานทำหรือยัง? มาทำงานกับพี่ไหม?” ชายาเลิกคิ้วสูงขึ้น แปลกใจเล็กน้อยที่ได้ยินคำชักชวนนั้น ว่ากันตามตรง... ธนดลแทบจะไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ ไม่รู้ด้วยว่าเธอจะทำงานได้หรือไม่? แล้วทำไมถึงกล้าเอาชื่อเสียงตัวเองมาเป็นประกันฝากเธอเข้าทำงานล่ะ? “คือบ้านพี่ทำธุรกิจอาหารแปรรูปน่ะ เผื่อเราสนใจ”

“อ๋อ... ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ พอดีตอนนี้ป่านสมัครงานทิ้งไว้แล้ว เป็นงานที่ป่านชอบด้วย” หญิงสาวตอบอย่างพยายามจะรักษาน้ำใจอีกฝ่าย อย่างน้อยๆ เขาก็อุตส่าห์มีน้ำใจ

“งานอะไรหรือจ๊ะ?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel