บท
ตั้งค่า

6

“ป่านว่าจะไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนสองภาษาน่ะค่ะ อาเจตน์คิดว่ายังไง?” หญิงสาวถาม หลังจากที่เห็นประกาศรับสมัครครูอัตราจ้างสอนวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนระดับอนุบาล

“แต่ป่านเรียนภาษาอังกฤษมาไม่ใช่เหรอ?”

“ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าทางโรงเรียนต้องการครูสอนระดับอนุบาลที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะต้องการให้คนเป็นครูพูดภาษาอังกฤษกับเด็กตลอดเวลา” ชายาอธิบายขอบข่ายงานที่ได้รับทราบมาจากการเข้าไปสอบถามที่โรงเรียนดังกล่าว

“ทำไมต้องไปลำบากอย่างนั้นด้วยล่ะ? เดี๋ยวอาฝากงานที่บริษัทของอาให้ก็ได้นะ” อาชาเสนอเพราะอยากให้เด็กในปกครองอยู่ในสายตาอย่างใกล้ชิด ทว่าคนเป็นหลานสาวกลับทำปากยื่นอย่างไม่พอใจขึ้นมาในทันใด

“ไม่เอาหรอกค่ะ! ป่านไม่ชอบระบบเด็กเส้น” เธอเกลียดการใช้อำนาจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ครั้งล่าสุดจำได้ตอนที่เขียนเรียงความสอบชิงทุนไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ เธอก็ไม่ได้เพราะคนที่ได้เป็นลูกหลานของผู้มีตำแหน่งในคณะแทน!

“โอเค... อาตามใจป่าน แต่ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนงานก็บอกอานะ” สุดท้ายแล้วอาชาก็ไม่เคยขัดใจชายาได้จริงๆ เสียที

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณกับการสนับสนุนของเขา เท่าที่จำได้ตั้งแต่รู้จักกับชายหนุ่มมา อาชาก็เป็นคนที่สนับสนุนในสิ่งที่เธออยากจะทำเกือบจะทุกครั้ง เธอส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างประจบเอาใจ และอาชาบอกกับตัวเองว่ายอมทำทุกอย่างขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ นั่นตลอดไป

“หึๆ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างเอ็นดูคนที่ยิ้มเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่ขึ้นมา แล้วโซ้ยเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั่ง...

“โอ๊ย!” ชายาร้องเสียงดังพลางใช้มือกุมตาด้านซ้ายของตัวเองเอาไว้ ก็ในจังหวะที่เธอกำลังสูบเส้นบะหมี่เข้าไป ปลายเส้นบะหมี่มันสะบัดทำให้น้ำซุปเผ็ดๆ กระเด็นเข้าตาเธอจนแสบไปหมดน่ะสิ

“เป็นอะไรไปป่าน?”

“น้ำซุปกระเด็นเข้าตาค่ะ” หญิงสาวบอกพลางพยายามขยี้ตาตัวเองให้หายแสบ ทว่าคนเป็นอารีบรั้งข้อมือข้างนั้นเอาไว้

“อย่าทำอย่างนั้นเดี๋ยวตาแดง มานี่... มา” ว่าพลางรั้งร่างบางให้ลุกเดินตรงไปยังซิงค์ล้างจาน ก่อนเปิดก๊อก แล้ววักน้ำล้างตาให้หลานสาวอยู่สามสี่ครั้ง กระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นมายืนหลังตรงเช่นเดิม “เป็นไงบ้างครับ? ไหนให้อาดูซิว่าตาแดงรึเปล่า”

โดยไม่รอให้เจ้าของดวงตาหวานอนุญาต อาชาประคองวงหน้าสวยเอาไว้ด้วยสองมือ ก่อนโน้มใบหน้าลงไปใกล้ จับจ้องที่ดวงตาขาที่เพิ่งถูกน้ำซุปดีดใส่เพื่อสำรวจความเสียหาย ทว่าคนที่ถูกจ้องตาในระยะประชิดกลับตัวแข็งทื่อไปในบัดดล

นี่มันใกล้ไป... ใกล้เกินไปแล้วนะ! เสียงร้องอื้ออึงดังขึ้นในใจของชายา ความใกล้ชิดที่ไม่คาดฝันทำให้หัวใจสาวน้อยที่เพิ่งผ่านพ้นวัยสาวรุ่นมาได้ไม่กี่ปีเต้นแรงกระแทกซี่โครงจนเจ็บไปหมด แอบหวั่นนิดๆ ว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำของเธอ กลัวเขาจะรู้ว่าเธอกำลังตื่นเต้นและหวั่นไหวกับคนที่มองเธอเป็นเพียง ‘หลานสาว’

ไม่ได้! ต้องรีบหนีออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดทว่าเย้ายวนใจนี้ให้เร็วที่สุด! ผลักเขาออกสิชายา!

“เอ่อ... ป่านดีขึ้นแล้วค่ะ” สาวน้อยบอกพลางผลักอกเขาแล้วถอยห่าง นั่นเองที่ทำให้อาชารู้ว่าเมื่อครู่นี้น่ะ... เขาขยับไปชิดกับเด็กในปกครองมากเกินไปแล้ว และเขาก็เผลอลืมไปได้อย่างไรว่าตอนนี้ชายาไม่ใช่เด็กสิบขวบ หากแต่เป็นสาวสะพรั่งดูงดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม

“เอ่อ...” แล้วอยู่ๆ หัวใจของเขาก็กระตุกและเต้นแรงโลด เมื่อได้เห็นความประหม่าบนใบหน้าสวยหวานราวกับเทพธิดาปั้นแต่ง พวงแก้มของเธอกลายเป็นสีชมพูอย่างน่ามอง กริ่งเตือนภัยดังขึ้นในหัวของเขา มันร้องเตือนว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันช่างไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย เขาตื่นเต้นเพียงแค่ได้เห็นดวงตาที่ช้อนมองมาอย่างขัดเขิน เขาหวั่นไหวเพียงเพราะเห็นความไร้เดียงสาบนใบหน้างามนั้น

นี่มัน... ชักจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว!! เขาจะมาหวั่นไหวกับคนที่เป็นเหมือนหลานสาวตัวเองได้อย่างไร!?

“อากลับก่อนดีกว่าครับ พรุ่งนี้ต้องเคลียร์งานแต่เช้า” บอกเพียงเท่านั้นร่างสูงก็เดินลิ่วผ่านหน้าหญิงสาวเจ้าของบ้านออกไปโดยไม่ทันให้เธอได้มีโอกาสก้าวตามเพื่อไปส่ง ราวกับว่าเขากำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่

แต่เขาจะหนีใครกันล่ะ? หนีชายา... หรือหนีหัวใจตัวเองอยู่กันแน่!? ช่างเป็นคำถามที่อาชาไม่อยากจะหาคำตอบเอาเสียเลยจนนิดเดียว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel