5
“เสร็จแล้วครับ” อาชาประคองชามบะหมี่หอมกรุ่นนั่นมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวตรงหน้าคนเป็นหลาน พร้อมทั้งหยิบตะเกียบและช้อนมาบริการให้ถึงที่
“กินด้วยกันสิคะ” หญิงสาวเชิญชวน
“ไม่เป็นไรครับ ป่านรีบทานเถอะเดี๋ยวจะอืดซะก่อน” ชายหนุ่มปฏิเสธเพราะอยากให้เธอกินให้อิ่มหนำ และอีกอย่างเขาก็ทานอะไรรองท้องมาบ้างแล้ว
“ไม่เอาค่ะ ชามตั้งใหญ่ใครจะกินหมด กระเพาะป่านไม่ได้ใหญ่เหมือนกะละมังนะคะ” ว่าเสร็จคนตัวเล็กก็ลุกไปหยิบช้อนและตะเกียบมายื่นให้เขา ซึ่งชายหนุ่มก็รับมาถือไว้แต่โดยดี “ถ้าอาเจตน์ไม่กินป่านก็ไม่กิน”
ไม้เด็ดนั้นทำให้ชายหนุ่มจำยอม รีบหย่อนกายนั่งที่เก้าอี้เยื้องๆ กันขณะที่เจ้าของบ้านเดินไปหยิบจานมาสองใบสำหรับตัวเธอเองและพ่อครัวหัวป่าก์ที่วันนี้มาทำอาหารง่ายแสนง่ายให้เธอกิน
หญิงสาวไม่ปฏิเสธเลยว่ากลิ่นหอมฉุยของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดาๆ ในชามใบนั้นมันยั่วน้ำลายของเธอดีเหลือเกิน ก็เธอน่ะรอกินอาหารฝีมือเขามาตั้งแต่เย็นแล้ว หิ้วท้องรอมาตั้งหลายชั่วโมงและหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว พอได้กลิ่นอาหารหอมๆ อาการหิวก็เริ่มมาเยือนอีกครั้ง ดังนั้นจึงรีบจัดการกับบะหมี่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และลืมสังเกตไปว่าอาชาไม่ได้กินบะหมี่ชามนั้นพร้อมกันกับเธอ หากทว่าเขากลับนั่งมองเธอกินอย่างเงียบๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน พลางครุ่นคิด
เด็กหญิงแก้มยุ้ยที่ชอบร้องวิ่งตามคุณอาของเขาโตเป็นสาวสะพรั่งตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ? อาชาเฝ้าถามคำถามนั้นกับตัวเองมาสักระยะแล้ว หลังจากที่ในที่สุดก็สังเกตว่าเด็กในปกครองของตัวเองโตขึ้นแถมมีหนุ่มๆ มาตามจีบหลายคนเหมือนกัน แต่หนุ่มๆ เหล่านั้นก็มีอันต้องล่าถอยเพราะถูกเขาเองนี่แหละสกัดดาวรุ่งก่อนจะทันได้ล่วงเกินหลานสาวของเขาไปมากกว่าจับมือ
ที่จริงแล้ว... เขาไม่ใช่อาแท้ๆ ของหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างเอร็ดอร่อยหรอก คนตัวเล็กตรงหน้าเขามีชื่อว่า ชายา รุ่งรัตน์ หรือป่าน สาวน้อยที่เพิ่งจบปริญญาตรีมาหมาดๆ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของอดีตลูกน้องคนสนิทนามว่าอธิวัฒน์ ที่จริงแล้วทั้งอาชาและอธิวัฒน์สนิทกันจนเกือบเรียกได้ว่า ‘พี่น้อง’ มากกว่าจะเป็นเจ้านายกับลูกน้อง
อธิวัฒน์เป็นคนที่อาชาชื่นชมเป็นอย่างมาก นั่นเพราะอีกฝ่ายพลาดมีลูกตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลยต้องยอมลาออกเพื่อมาดูแลลูกสาวเพียงคนเดียว จนกระทั่งมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเปิด ซึ่งตอนนั้นอาชาถูกเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษช่วยบรรยายในรายวิชาหนึ่ง เพราะเป็นบุคคลที่มีความสามารถเรียนจบปริญญาโทได้ด้วยวัยเพียงยี่สิบสองปี อาชาได้พบและพูดคุยกับอธิวัฒน์จนได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเลี้ยงดูลูกสาวให้มีชีวิตที่ดีและมีคุณภาพ ทำให้ชายหนุ่มชักชวนอธิวัฒน์มาทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัวหลังจากที่เรียนจบซึ่งอธิวัฒน์ใช้เวลาเพียงสามปีครึ่งเท่านั้น
หลังจากนั้นมาอาชาก็ให้ความสนิทสนมกับอธิวัฒน์เหมือนเป็นพี่น้องกันมากกว่าจะเป็นเจ้านายกับลูกน้อง เพราะต้องออกไปตรวจงานที่ไซด์งานด้วยกันบ่อยๆ เรียกได้ว่าทำงานด้วยกันวันหนึ่งเกินสิบชั่วโมง อาชาได้รู้จักกับสาวน้อยนามว่าชายาเมื่อตอนที่เธออายุสิบขวบ แล้ว เขาก็กลายเป็น ‘อาเจตน์’ ของชายามาโดยตลอด และอาชาเองก็เอ็นดูสาวน้อยเป็นที่สุด แถมยังใจปล้ำพอที่จะควักเงินให้อธิวัฒน์หยิบยื่นเพื่อซื้อบ้านหลังที่ชายาใช้อาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้
กระทั่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว... ในวันนั้นอธิวัฒน์ติดตามอาชาไปตรวจไซด์งานแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น! ในระหว่างที่กำลังตรวจงานอยู่นั้น ปรากฏว่าเครนที่กำลังเคลื่อนย้ายท่อเหล็กขึ้นไปด้านบนตึกเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องจนท่อนเหล็กเหล่านั้นร่วงลงมาในจุดที่อาชายืนอยู่ ทว่าผู้ช่วยส่วนตัวอย่างอธิวัฒน์กลับตาไวพอที่จะสังเกตเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า เขารีบผลักคนที่เป็นทั้งเจ้านายออกให้พ้นวิถีท่อนเหล็กนั้น แต่ช่างโชคร้ายนักที่ตัวเองต้องมารับเคราะห์แทน
อาชารีบส่งตัวอธิวัฒน์ไปโรงพยาบาลทันที และอาสาดูแลทุกค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น แต่ทว่า... อธิวัฒน์นอนเจ็บที่โรงพยาบาลได้เพียงสามวันก็เสียชีวิตเพราะบอบช้ำภายในอย่างหนัก จากนั้นมา... อาชาก็รับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของชายา ส่งเสียให้หญิงสาวได้เรียนในมหาวิทยาลัยดีๆ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ทำให้ผู้เป็นอาผิดหวัง เพราะเธอสามารถสอบเข้าเรียนได้ด้วยคะแนนสูงอีกเสียด้วย นอกจากเรื่องการศึกษาแล้ว อาชาก็ช่วยสอดส่องดูแลทุกเรื่องในชีวิตของหญิงสาว ราวกับว่าต้องการจะชดเชยและทำหน้าที่พ่อแทนอธิวัฒน์ซึ่งต้องมาเสียชีวิตแทนเขา ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องผู้ชายที่เข้ามาเกาะแกะหลานสาวตัวเอง
“อาเจตน์คะ” เสียงหวานดังขึ้น ทำให้อาชารู้ตัวว่าชักจะเหม่อลอยคิดถึงอดีตไปไกลเกินไปแล้ว ดวงตาคู่คมเลื่อนมาจับที่ใบหน้างามทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก แววตาสงสัยของเขาทำให้เธอถามขึ้น “ทำไมไม่กินล่ะคะ? คิดจะขี้โกงให้ป่านกินคนเดียวหรือไง?”
“เปล่าครับ อาเห็นว่าป่านกินน่าอร่อยดี เลยไม่อยากแย่ง” ชายหนุ่มตอบพลางอมยิ้มกับท่าทีน่ารักนั่น
“เอ่อ... ป่านมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยน่ะค่ะ” พอท้องเริ่มอิ่ม ชายาก็อารมณ์ดีพอที่จะขอคำปรึกษาจากคนที่เป็นเหมือนผู้ปกครองและครอบครัวคนเดียวที่เธอเหลืออยู่
“ว่ามาสิครับ”
