3
กว่าญาณินจะยอมให้อาชาไปส่งที่บ้านก็เกือบห้าทุ่ม เพราะชายหนุ่มอ้างว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปทำงานแต่เช้า ตอนแรกคู่หมั้นของเขาก็อิดออด แต่อาชาก็ใช้วิธีออดอ้อนจนอีกฝ่ายยอมตกลงที่จะกลับบ้านจนได้
ทว่า... หลังจากที่ส่งญาณินที่บ้านและเข้าไปทักทายว่าที่พ่อตาเล็กๆ น้อยๆ ชายหนุ่มกลับไม่ได้ตรงกลับบ้านของตัวเองอย่างที่บอกกับใครๆ ก่อนขอตัวกลับ หากแต่ตรงไปยังบ้านหลังกะทัดรัดซึ่งตั้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่งแทน ชายหนุ่มจอดรถเทียบที่รั้วบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้นนั้น มองเข้าไปในบ้านผ่านหน้าต่างกระจกก็พบว่าไฟยังสว่างอยู่ เจ้าของบ้านคงยังไม่นอนแน่ๆ จึงได้ดับเครื่องยนต์แล้วใช้กุญแจอีกชุดที่ตัวเองมีไขประตูรั้วเข้าไป
ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจที่ประตูหน้าบ้านซึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อนสองบ้าน แล้วพบว่ามันไม่ได้ล็อกอย่างที่ควรจะเป็นทั้งที่ก็ดึกดื่นแล้ว ทว่าเขาก็เลือกที่จะเลื่อนประตูออกอย่างเบามือ ก่อนก้าวเข้าไปในบ้าน โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้สนิทด้วย พอก้าวเดินตรงไปยังส่วนที่เป็นห้องโถงรับแขกซึ่งตั้งอยู่ข้างบันไดที่ทอดตัวขึ้นไปสู่ชั้นบน ก็พบกับร่างบอบบางของเจ้าของบ้านที่นอนหลับอยู่ตรงโซฟายาวตัวที่ตั้งอยู่หน้าทีวีจอแบนซึ่งติดอยู่ที่ผนัง
“แอบหลับอยู่ตรงนี้นี่เอง แล้วก็ไม่ยอมล็อกประตูอีกต่างหาก” อาชาบ่นคนที่หลับสนิทพลางย่อกายลงนั่งที่ข้างโซฟา แล้วใช้ข้อนิ้วเกลี่ยไล้ที่แก้มเนียนเบาๆ อย่างเกรงว่าจะรบกวนนิทรารมย์ของหญิงสาว ยังจำได้ว่าพวงแก้มเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาดที่เขากำลังชื่นชมความเนียนละเอียดคู่นี้ มันเคยเป็นแก้มยุ้ยๆ ของเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดขวบมาก่อน
เวลาผ่านไปเกือบสิบสามปี เด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลมที่เขานึกเอ็นดูราวกับหลานแท้ๆ ก็กลับกลายเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัวอย่างนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็สุดรู้ รู้เพียงแต่ว่า... เวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เร็วจนเขาคิดว่ามันเพิ่งเมื่อวานนี้เองที่เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นหลังแล้วพาวิ่งไปรอบๆ สนามจนเรียกเสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขยามที่ได้ยิน หลังจากที่ชีวิตต้องเคร่งเครียดกับการเริ่มเรียนรู้การบริหารตั้งแต่ยังเรียนไม่ทันจบปริญญาตรี
“ฮื่อ!!” คนที่หลับอยู่เมื่อครู่ส่ายใบหน้าหนีอย่างรำคาญที่ถูกรบกวนนิทรารมย์ นั่นทำให้อาชารีบดึงมือออกห่าง แล้วถอยไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวตัวที่ตั้งอยู่ติดกันทันที ก่อนที่เปลือกตาบางจะขยุกขยิกไปมาแล้วค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ ดูเหมือนว่าเธอต้องใช้เวลาอยู่สักครู่เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสง
หญิงสาวกวาดตามองไปรอบๆ บริเวณห้องโถงนั้น ก่อนที่สายตาจะไปปะทะเข้ากับร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โซฟาทางปลายเท้าของเธอ นั่นทำให้รีบผวาลุกขึ้นนั่ง แล้วเช็ดคราบชื้นของน้ำลายที่ข้างแก้ม และใช้มือสางผมให้เข้าที่อย่างลวกๆ รู้สึกประหม่าไม่ชอบเลยที่อีกฝ่ายมาเห็นสภาพกระเซอะกระเซิงของเธออย่างนี้
“อาเจตน์” เธอเรียกชื่อเขาอย่างง่วงงุน ก่อนกลั้นหาวแล้วถามต่อ “มานานแล้วหรือคะ?”
“ก็นานพอที่จะได้เห็นว่าเรานอนน้ำลายยืดนั่นแหละ” คำพูดล้อเลียนของเขาทำให้คนที่เพิ่งตื่นจากนิทรายกมือขึ้นแตะข้างแก้มของตัวเอง หมายจะเช็ดคราบน้ำลายที่อาจจะติดอยู่ตรงบริเวณนั้นทันที
“ป่านไม่ได้นอนน้ำลายยืดสักหน่อย” หญิงสาวขว้างค้อนเล็กๆ ผ่านทางดวงตาให้กับคนที่มาแอบมองเธอหลับแล้วยังมีหน้ามานั่งแซ็วให้เธอได้อายอีก
“ไม่ได้น้ำลายยืดแล้วทำไมต้องรีบเช็ดล่ะ?” ทว่าอาชาก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะแกล้งอีกฝ่ายให้ได้อาย เวลาเธอเขินอย่างนี้ดูน่ารักเหมือนเด็กเล็กๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อนเลย
“ไม่ต้องมาแซวป่านเลย!” คนตัวเล็กเริ่มออกอาการแง่งอน ทำแก้มป่องใส่เขาราวกับตัวเองเป็นปลาปักเป้าก็ไม่ปาน และอาการอย่างนั้นทำให้อาชาเปิดยิ้มกว้างก่อนเดินตรงมาหาคนขี้งอน แล้ววางมือลงบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มลื่น ก่อนโยกศีรษะเธอไปมาอย่างเอ็นดู
“อะไรกัน? งอนอาเหรอ... หืม?” ชายหนุ่มทอดเสียงถามอย่างอ่อนโยน อาการงอนของอีกฝ่ายกระตุกต่อมยิ้มของเขาได้ไม่ยาก และมันก็ช่างน่าง้องอนยิ่งนัก มันรู้สึกไม่เหมือนตอนที่ญาณินงอนเขาสักนิด ตอนที่คู่หมั้นเขางอน ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดและต้องง้อเพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้น แต่กับคนที่เขาบอกว่าเป็นหลานสาว เขากลับอยากง้อเพราะไม่อยากให้เธอมองเขาอย่างโกรธๆ เช่นที่เป็นอยู่
“อย่ามาเล่นหัวป่านนะ! ป่านไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ” เธอบอกพลางปัดมือใหญ่ออกจากศีรษะ ก่อนผุดลุกขึ้นยืน เชิดหน้าขึ้นสบตาเขา เพราะไม่อยากรู้สึกเหมือนเด็กอย่างที่เขาปฏิบัติต่อเธอ
“ทำไมล่ะ? เดี๋ยวนี้หวงเหรอ? อาก็เล่นหัวป่านอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรนี่นา” คนเป็นอาขยิบตาใส่ และนั่นยิ่งทำให้ใบหน้างามงอง้ำหนักเข้าไปอีก ทำให้ชายหนุ่มพอจะตระหนักรู้ว่าหญิงสาวคงไม่ได้งอนที่ถูกเขาแซ็วอย่างเดียวแน่ๆ อาจมีสาเหตุอื่นซุกซ่อนอยู่ก็เป็นได้ “งอนอาเรื่องอะไรกันครับ... หืม?”
“เปล่างอนค่ะ” ปากบอกว่าไม่งอน แต่อาการทำปากยื่นกับแก้มป่องๆ และทำเป็นเมินเขาทำให้อาชารู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังทำเป็นปากไม่ตรงกับใจ
