บท
ตั้งค่า

2

ปลายนิ้วแกร่งเลื่อนภาพที่ปรากฏที่หน้าจอดูทีละรูป ดูเหมือนริมฝีปากแกร่งจะยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากตลอดเวลาที่มองภาพแต่ละภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพของเขาเองกับสาวน้อยคนหนึ่งผู้เป็นเจ้าของรอยยิ้มร่าเริงและดวงตาแสนสดใส คนที่เขาคุ้นเคยกับเธอมาตั้งแต่เธออายุสิบเอ็ดขวบ เป็นเด็กหญิงตัวเปี๊ยกที่ชอบวิ่งตาม ‘คุณอา’ อย่างเขาเสมอๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามาได้” เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบาๆ ปลุกให้ชายหนุ่มที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ อยู่วางมือถือลงกับโต๊ะทำงานตรงหน้า แล้วปรับท่านั่งมาเป็นหลังเหยียดตรง แล้วเอ่ยปากอนุญาตคนที่เคาะประตูอยู่ข้างนอกให้เขามา รอเพียงชั่วอึดใจ ประตูห้องทำงานของเขาก็เปิดออก ก่อนที่ร่างกำยำของเลขานุการวัยไล่เลี่ยกันกับเขาจะเดินแทรกผ่านประตูเข้ามา

“ที่ประชุมพร้อมแล้วครับ” สิทธิชัย... เลขานุการผู้มากความสามารถซึ่งทำงานกับเขามาหลายปีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“เดี๋ยวผมจะตามไป” อีกฝ่ายโค้งศีรษะรับคำสั่งนั้น ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องทำงาน เปิดโอกาสให้เจ้านายได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างเต็มที่ก่อนที่จะต้องเข้าประชุมประจำไตรมาส

ผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ทรงคุณค่านั้นคือ อาชา เกรียงไกรสกุล ประธานหนุ่มวัยสามสิบสี่ปีของบริษัท K Enterprise Constructions จำกัดมหาชน ผู้กุมบังเหียนบริหารบริษัทรับเหมาและขายอุปกรณ์ก่อสร้างรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนุ่มหล่อไฟแรงหลานชายคนโตของปฏิวัติ เกรียงไกรสกุล เจ้าของนามสกุลตระกูลไฮโซเก่าแก่ของไทยที่ยังคงร่ำรวยเพราะมีทักษะด้านการทำธุรกิจ และเหมือนว่าอาชาจะเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นจากผู้เป็นตามากนัก

ชายหนุ่มผู้มีความสง่าผ่าเผยสมกับเป็นผู้นำของบริษัทใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ลุกขึ้นยืน จัดเครื่องแต่งกายของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนก้าวเดินออกไปด้วยจากห้องด้วยจังหวะเท้าที่มั่นคง สายตามองตรงไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นอันเป็นบุคลิกลักษณะของผู้บริหารใหญ่

ทันทีที่อาชาก้าวพ้นธรณีประตูห้องประชุมเข้าไป เสียงคุยกันเบาๆ ของผู้ร่วมประชุมก่อนหน้าก็ค่อยๆ เงียบลงอย่างยำเกรงคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่

“เอาล่ะครับ เริ่มประชุมได้เลย” ประธานหนุ่มผายมือบอกเป็นการเชิญ ก่อนที่การประชุมประจำไตรมาสจะเริ่มขึ้นและกินเวลาไปร่วมชั่วโมงกว่าๆ

หลังเลิกงานอาชาต้องไปรับคู่หมั้นที่เพิ่งบินกลับมาจากการพักผ่อนที่ฝรั่งเศส หญิงสาวบอกเล่าเรื่องราวความสนุกที่ได้ไปพบเจอมาไม่หยุดปาก หากทว่าคนที่ทำหน้าที่สารถีกลับไม่ทันได้ฟังเลยสักนิดเพราะในสมองกำลังคิดถึงเรื่องราวบางอย่างอยู่

“น่าเสียดายนะคะที่พี่เจตน์ไม่ยอมไปด้วย ทริปนี้สนุกมากเลยค่ะ” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงสดใส แต่แอบเสียดายนิดๆ ที่คู่หมั้นหนุ่มไม่ยอมไปด้วย ทริปที่เพิ่งผ่านมาจึงกลายเป็นว่าเธอต้องนั่งมองเพื่อนสนิททำหวานกับแฟนด้วยอารมณ์หมั่นไส้นิดๆ ทว่าเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมาจากคนที่เอาแต่มุ่งมั่นจ้องมองไปยังถนนเบื้องหน้า “พี่เจตน์คะ พี่เจตน์”

ดูเหมือนชายหนุ่มเจ้าของชื่อจะยังไม่ได้ยินเสียงเรียกจากคนที่นั่งอยู่ข้างกาย และนั่นทำให้คนที่เจื้อยแจ้วมาตั้งแต่ขึ้นรถชักจะเกิดอาการไม่พอใจ อาชาเป็นคู่หมั้นของเธอนะ! เขาไม่มีสิทธิทำเหมือนไม่สนใจในสิ่งที่เธอพูดกับเขา เธอต้องสำคัญที่สุดสำหรับเขาตลอดเวลาสิ!

“พี่เจตน์!” หญิงสาวตะคอกเรียกชื่อเขาอย่างไม่พอใจ เธอนั่งอยู่ตรงนี้ แล้วเขากำลังคิดถึงใครกันแน่!? และน้ำเสียงไม่พอใจนั้นทำให้อาชาสะดุ้ง แล้วหันกลับไปมองคู่หมั้นทันที

“ครับ? หงส์ว่าไงนะครับ?”

“นี่พี่เจตน์ไม่ได้ฟังที่หงส์พูดเลยใช่ไหมคะ?” หญิงสาวกระชากเสียงถามอย่างเริ่มจะมีน้ำโห อาชากล้าดียังไงมาทำเมินใส่เธอ!?

“พี่ขอโทษจ้ะ พอดีพี่คิดเรื่องงานอยู่น่ะ” ชายหนุ่มพูดเสียงนุ่มอย่างพยายามจะเอาอกเอาใจคู่หมั้นสาวที่มีแผนจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

“อยู่กับหงส์แล้วยังจะคิดเรื่องงานอีกเหรอคะ? หงส์ไม่สำคัญกับพี่เจตน์แล้วใช่ไหมถึงได้ไม่ใส่ใจกัน?” คราวนี้แขนเรียวยกขึ้นก่อนอกพร้อมทำหน้ามุ่ยอย่างแง่งอนเต็มที่ และอาชารู้ดีว่าหากเขาไม่แก้ไขสถานการณ์นี้โดยด่วน มันจะต้องยุ่งยากกว่าเดิมเป็นแน่

“พี่ขอโทษจริงๆ นะครับคนดี พอดีช่วงนี้มีโปรเจกต์ใหม่ พี่เลยค่อนข้างเครียด หงส์ไม่งอนพี่นะครับ ถ้าหงส์งอนพี่คงไม่มีกะจิตกะใจทำงานแน่ๆ” คำหวานนั้นทำให้คุณหนูผู้แสนเย่อหยิ่งอารมณ์ดีขึ้นมาอีกหน่อย สรุปกับตัวเองว่าเธอมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของชายหนุ่มอยู่มาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เสียสมาธิในการทำงานหากว่าเธอเกิดโกรธเขาขึ้นมาจริงๆ หรอก

“ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าครั้งหน้าพี่เจตน์ใจลอยคิดถึงเรื่องอื่นตอนที่อยู่กับหงส์อย่างนี้อีกล่ะก็ หงส์จะงอนจริงๆ ด้วย” ถึงกระนั้นเธอก็ไม่วายคาดโทษอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนอยู่ดี และนั่นทำให้ชายหนุ่มค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกจากปอดอย่างต้องการระบายความอึดอัดใจ

หงส์ หรือญาณิน ภัทรเกียรติ สาววัยยี่สิบเจ็ดปีที่มีอาการเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจคนนี้ คือคู่หมั้นของอาชา หญิงสาวเป็นลูกคนเล็กของทรงศักดิ์ ภัทรเกียรติ ชายผู้ร่ำรวยซึ่งสร้างฐานะและถีบตัวเองเข้าสู่วงสังคมชั้นสูงได้ภายในเวลาไม่กี่ปี อีกทั้งยังมีพรรคพวกและญาติพี่น้องซึ่งเป็นนักการเมืองใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลกว้างขวางคนหนึ่งในไทย และที่อาชาตัดสินใจที่จะคบหาและขอหมั้นกับญาณินก็เพื่อเสริมสร้างบริษัทเคเอนเตอร์ไพรส์คอนสตรักชันส์ให้ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ทว่า... อำนาจและความยิ่งใหญ่นั้นกลับต้องแลกมาด้วยการที่เขาต้องอดทนต่อความเอาแต่ใจและหัวแข็งของหญิงสาวไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่... อาชาก็คิดว่าตนเองทำได้ดีนะ เพราะตอนนี้ก็เกือบสองปีแล้วที่เขาใช้ชีวิตในฐานะคู่หมั้นของอีกฝ่ายมาได้อย่างอดทน และอีกไม่นาน... เขาจะต้องกลายเป็นชายหนุ่มที่มีเจ้าของอย่างเต็มตัว เพราะตอนนี้งานแต่งงานระหว่างเขาและญาณินกำลังถูกจัดเตรียมขึ้นแล้ว

“พี่เจตน์คะ หงส์ว่าแวะทานอาหารกันก่อนได้ไหมคะ?” อาชารู้ดีว่านั่นไม่ใช่การขอความเห็น แต่เป็นคำสั่งกลายๆ และเขาต้องทำตามต่างหาก

“หงส์ยังไม่ทานอะไรมาเหรอครับ?” ชายหนุ่มถามพางเหลือบตามองนาฬิกาดิจิตอลที่หน้าปัดเหนือเครื่องเล่นวิทยุที่ติดอยู่หน้าคอนโซลรถ แล้วเกิดอาการเครียดขึ้นมาเป็นริ้วๆ นี่มันก็เกือบทุ่มหนึ่งแล้วสินะ

“ยังค่ะ หงส์อยากกินอาหารฝรั่งเศส” หญิงสาวยื่นความประสงค์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แต่หงส์เพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศสนี่ครับ” อาชากล่าว

“ก็หงส์คิดถึงฝรั่งเศสแล้วนี่คะ ที่นั่นอากาศดี บรรยากาศก็โรแมนติก ไม่เหมือนที่ไทย” เมื่อชายหนุ่มทำท่าจะขัดใจเธอ ญาณินก็ทำหน้ามุ่ยใส่ทันที และนั่นทำให้อาชาจำต้องยอม

“เอาเป็นว่าพี่จะพาหงส์ไปทานที่ภัตตาคารของเพื่อนพี่แล้วกันนะครับ รับรองว่าร้านนี้อร่อยไม่แพ้ต้นตำรับแน่ๆ”

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง ก่อนยื่นหน้าไปหอมแก้มสากที่มีกลิ่นอาฟเตอร์เชฟหอมกรุ่นอย่างประเหลาะเอาใจ เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่สุดที่ได้เป็นคู่หมั้นของอาชา นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ทายาทของตระกูลดัง แถมยังมีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา เป็นที่หมายปองของสาวๆ ครึ่งค่อนประเทศ และยังช่างเอาอกเอาใจอีกต่างหาก

อาชาพาญาณินแวะที่ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านของเพื่อนในกลุ่มของชายหนุ่มเอง หญิงสาวดูจะพอใจกับรสชาติของอาหารที่ภัตตาคารแห่งนั้นไม่น้อย เพราะที่ร้านจากมีเชฟจากฝรั่งเศสมาเป็นผู้ทำอาหารไว้บริการแขกโดยเฉพาะ ส่วนชายหนุ่มดูจะฝืนกินอาหารอย่างฝืดคอเต็มที เพราะตอนนี้สมาธิของเขาไปอยู่อีกที่มากกว่าจะเป็นการรับประทานอาหารกับคู่หมั้นของตัวเอง กว่ามื้ออาหารนั้นจะจบลงก็กินเวลาไปเกือบสองชั่วโมง อาชารีบพาคู่หมั้นเดินมาขึ้นรถที่พนักงานนำมาจากจอดรอท่าอยู่ที่หน้าภัตตาคารทันที

“พี่เจตน์คะ หงส์อยากไปฟังเพลงต่อน่ะค่ะ” ญาณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนนิดๆ

“พี่ว่าไว้วันหลังดีกว่าไหมครับ วันนี้หงส์เพิ่งกลับมาถึงเหนื่อยๆ พักผ่อนก่อนดีกว่านะ” ชายหนุ่มพยายามปฏิเสธ เพราะคิดถึงธุระที่เขาต้องไปต่อ นี่ก็เลยเวลานัดมาเกือบชั่วโมงแล้วด้วย

“ไม่เอาค่ะ! หงส์จะไปวันนี้!” หญิงสาวขัดด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะนึกได้ว่าการเอาแต่ใจตัวเองบ่อยๆ อาจทำให้อีกฝ่ายระอา เลยเปลี่ยน้ำเสียงมาเป็นออดอ้อนเล็กน้อยให้พอน่ารัก “ก็ช่วงนี้พี่เจตน์ทำงานหนักทุกวัน กว่าจะได้เจอกันทีก็ตั้งหลายวัน พอมีโอกาสหงส์เลยอยากใช้เวลากับพี่เจตน์นานๆ ไงคะ”

“ก็ได้ครับ เอาร้านประจำหงส์แล้วกันนะครับ” อาชาสรุป ก่อนค่อยๆ ตีไฟเลี้ยวเพื่อเตรียมจะยูเทิร์นไปทางร้านประจำที่ญาณินมักจะชวนเขาไปนั่งฟังเพลงกันบ่อยๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel