10
“สวัสดีค่ะอาเจตน์ คุณญาณิน” เมื่อรู้ตัวว่าไม่มีทางเลี่ยงได้แล้ว ชายาจึงทำได้เพียงยกมือไหว้ทักทายสองหนุ่มสาวที่วางแผนจะแต่งงานกันในไม่กี่เดือนข้างหน้า
“แหม! ไม่น่าเชื่อนะว่าคนอย่างเธอจะมีคนรู้จักในสังคมไฮโซเหมือนกัน” ญาณินพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน คิดดูถูกว่าคนธรรมดาๆ อย่างชายามารู้จักกับทายาทนักธุรกิจดังอย่างธนดลได้ คงไม่ใช่คบหากันแค่ในฐานะคนรู้จักกันธรรมดาๆ หรอกน่ะ
“สวัสดีครับคุณญาณิน ไม่คิดเลยนะครับว่าจะบังเอิญเจอกัน” ธนดลเอ่ยขึ้น พอรู้จักกับญาณินอยู่บ้างเพราะอีกฝ่ายก็เคยออกงานสังคมกับพ่อหรือไม่ก็คู่หมั้นของตัวเองอยู่บ่อยๆ
“จะไม่แนะนำ ‘เพื่อน’ ให้อารู้จักหน่อยเหรอป่าน?” อาชาที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง หลังจากที่เด็กในปกครองทำท่าทางเหมือนมองเขาเป็นหัวหลักหัวตอ
“อาเจตน์คะ นี่พี่ดลเป็นรุ่นพี่ของป่านค่ะ” แม้จะไม่พอใจกับน้ำเสียงและท่าทีวางอำนาจของอาชา แต่ชายาก็จำใจต้องรักษามารยาทด้วยการแนะนำให้สองหนุ่มได้รู้จักกัน “พี่ดลคะ นี่อาเจตน์ เป็นเจ้านายของพ่อป่านค่ะ”
“แล้วก็ยังเป็นผู้ปกครองของป่านด้วย... จริงไหม?” อาชาต้องการที่ย้ำให้คนตัวเล็กตระหนักว่าเธออยู่ใต้การปกครองของเขา และจะต้องเชื่อฟังในสิ่งที่เขาพูด โดยเฉพาะการเลือกคบผู้ชาย “และอาก็จำได้ว่าเคยพูดหลายครั้งแล้วว่าหากป่านจะคบหาใคร ต้องพามาให้อารู้จักก่อน ไม่ใช่หรือ?”
“ป่านไม่ใช่เด็กแล้วนะคะอาเจตน์ การที่ป่านจะคบหาใครมันไม่ใช่เรื่องที่อาเจตน์จะต้องรับรู้หรอกนะคะ อาเจตน์ไม่ใช่พ่อป่านสักหน่อย!” ชายาชักจะทนไม่ไหวกับท่าทีวางอำนาจที่อาชาใช้ ปกติเขาออกจะเป็นคุณอาที่แสนอบอุ่น แต่วันนี้ไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมานักหนา ถึงได้มาลงที่เธออย่างนี้ และเธอไม่ชอบท่าทีอย่างนี้ของเขาเลย
“หน็อย! ปากดีนักนะนังเด็กนี่ พูดกับผู้มีพระคุณอย่างนี้ได้ยังไง!? ไม่รู้จักบุญคุณคนเลยจริงๆ ก็อย่างว่า... ตมยังไงมันก็เป็นตมอยู่วันยันค่ำ!” เหมือนเห็นว่าอีกฝ่ายดูท่าจะมีความสำคัญกับคู่หมั้นของตัวเอง แถมยังทำปากกล้ามาต่อปากต่อคำกับผู้ที่ถือได้ว่ามีบุญคุณ ญาณินจึงรีบออกโรงตำหนิทั้งยังดูถูกชายาให้ได้รู้สำนึก
“ก็นั่นสินะคะ ตมอย่างป่านคงไม่กล้าพาตัวไปเกลือกกลั้วกับเพชรอย่างพวกคุณหรอก” ชายารู้สึกเจ็บหนึบไปทั้งใจ ทั้งที่อาชาก็เห็นว่าคู่หมั้นของเขากำลังดูถูกเธอ... คนที่เขาเรียกว่าเป็น ‘หลานสาว’ แต่เขากลับไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง ไม่ได้พยายามปกป้องเธอเลยสักนิดเดียว นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าอาชาเห็นญาณินสำคัญมากกว่าเธอ และตอนนี้หญิงสาวต้องการจะทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและหัวใจของตัวเอง “ว่าแต่พี่ดลล่ะคะ พร้อมที่จะเล่นกับ ‘ตม’ อย่างป่านรึเปล่า?”
“บังเอิญพี่เป็นคนลุยๆ น่ะค่ะ ไม่ค่อยซีเรียสเรื่องที่มือจะเปื้อน ในเมื่อตมมันน่าเล่น” ดูเหมือนธนดลจะรู้ดีว่ารุ่นน้องสาวสวยคนนี้กำลังตั้งใจจะทำอะไร ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ลังเลที่จะรับสมอ้าง เขาเองก็ไม่พอใจเหมือนกันที่ญาณินตั้งแง่ดูถูกชายาอย่างนั้น
“งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ” ชายาบอกพลางสอดมือเข้ามาควงแขนรุ่นพี่เอาไว้ ก่อนที่จะกล่าวต่อแต่ดวงตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอาชาทั้งที่กำลังพูดกับธนดล “ป่านหิวแล้ว พอเรากินอิ่มป่านจะพาพี่ดลไปเล่นตมให้สมใจ!”
กล่าวจบชายาก็รีบดึงให้ธนดลเดินตาม เธอแค่อยากจะไปจากจุดนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ไม่อยากเห็นอาชาใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่น ไม่อยากเห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าเธอ ไม่อยากรับรู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะเอาใจคู่หมั้นมากกว่าจะปกป้องเธอที่กำลังโดยญาณินดูถูก!
“ป่าน! หยุดนะ! อย่ามาเดินหนีอานะ!” อาชาที่นิ่งเงียบฟังการประชดประชันของชายาอยู่นานร้องและตั้งใจจะก้าวเดินตามเพื่อรั้งหลานสาวเอาไว้ให้มาคุยกันให้รู้เรื่อง แต่กลับกลายเป็นแขนของเขาถูกมือเรียวของคู่หมั้นเหนี่ยวเอาไว้
“หยุดนะคะพี่เจตน์! คิดจะทำอะไร!? ตามยัยเด็กจองหองนั่นไปหรือไง!?” ญาณินตวาดกร้าวอย่างไม่สบอารมณ์ เธอยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แท้ๆ เขายังจะกล้าเดินตามผู้หญิงคนอื่นอีกเหรอ!?
“แต่หงส์ก็รู้ดีนี่ว่าผู้ชายคนนั้นน่ะเสือผู้หญิงดี ๆ นี่เองนะ พี่เป็นห่วงป่าน” อาชาหลุดปากไปตามความรู้สึก ไม่ทันได้คิดว่ามันจะเป็นการจุดความไม่พอใจให้คู่หมั้นสาว
“ก็แค่เด็กใจแตกคนนึง พี่เจตน์จะใส่ใจอะไรนักหนา ยิ่งยัยเด็กนั่นมีแฟนเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสิคะ จะได้เลิกมาเป็นภาระของพี่เจตน์สักที” หญิงสาวสะบัดเสียงตอบ รู้สึกไม่พอใจเหมือนกันที่อีกฝ่ายต้องมารับผิดชอบชีวิตของใครก็ไม่รู้ทั้งที่ไม่เห็นจะจำเป็นเลยสักนิด และใครคนนั้นที่ว่ายังเป็นผู้หญิงที่จัดได้ว่าหน้าตาสะสวยคนหนึ่งอีกด้วย
เธอไม่ได้กลัวว่าจะแพ้ยัยเด็กนั่นหรอกนะ เพราะถ้าวัดกันดี ๆ คุณหนูอย่างเธอน่ะมีภาษีดีกว่าเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างชายาเป็นไหน ๆ ก็แค่ไม่พอใจที่อาชาดูจะเป็นห่วงอีกฝ่ายมากก็แค่นั้นเอง!
“ป่านไม่ใช่ภาระ!” ชายหนุ่มขัดขึ้นทันทีที่ได้ยินว่าคู่หมั้นเรียกชายาว่าเป็น ‘ภาระ’ ของเขา ทั้งที่เขาเต็มใจที่จะดูแลเธอแทนอธิวัฒน์... พ่อผู้ล่วงลับ
“ว่าไงนะคะ!?” ญาณินถามซ้ำอย่างกรุ่นโกรธ นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าอาชาให้ความสำคัญกับชายามากแค่ไหน และเธอไม่ชอบให้เขามองใครอื่นว่าสำคัญ นอกจากเธอคนเดียว!
“พี่หมายถึงป่านเป็นลูกของคนที่ช่วยชีวิตพี่ พี่ต้องตอบแทนบุญคุณของพี่วัฒน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าเขาไม่ช่วยชีวิตพี่จนตายเอง พี่คงไม่ได้มีโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้ ในเวลานี้หรอก” เมื่ออาชาสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ และรับรู้ว่าคู่หมั้นสาวกำลังไม่พอใจอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบแก้สถานการณ์
“เด็กนั่นโตแล้วนะคะ ดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นที่เจตน์จะต้องไปตามดูแลทุกฝีก้าวหรอก”
“แต่ว่า...” ชายหนุ่มลังเล เพราะรู้กิตติศัพท์ของธนดลดีว่าเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า ดังนั้นจึงไม่อยากให้ชายาต้องเอาตัวและหัวใจไปเสี่ยงกับคนพรรค์นั้น ชายาต้องได้ดีกว่านั้น! ไม่ใช่แค่ผู้ชายเจ้าชู้เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น!
“ไม่มีแต่ค่ะ! ถ้าพี่ตามยัยเด็กจองหองนั่นไป หงส์จะถือว่าพี่ไม่ให้เกียรติหงส์ แล้วเราก็ขาดกันเพียงเท่านี้!” นั่นคือคำขาด และญาณินตั้งใจจะทำเช่นนั้น เพราะหากเธอเลือกที่จะเดินตามชายาไป ก็เหมือนกับว่าเขาหักหน้าเธอซึ่งเป็นคู่หมั้น และถือว่ามีศักดิ์ศรีเหนือกว่าอีกฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอยอมให้เกิดขึ้นไมได้!
“ก็ได้ครับ เราไปกินข้าวกันเถอะ พี่ว่าตอนนี้หงส์คงโมโหหิวแล้วแน่ๆ” สุดท้าย... อาชาก็จำใจต้องปล่อยชายาไป แล้วหันมาเอาใจคู่หมั้นผู้แสนเอาแต่ใจของตัวเอง ก่อนที่จะวาดแขนโอบไหล่บางของญาณินเอาไว้อย่างประจบเอาใจ แล้วพาหญิงสาวเดินไปยังร้านอาหารที่ตั้งใจว่าจะไปตั้งแต่แรก
