บทที่ 5 ยวนยีแฝดสามพราวเสน่ห์_2 รุม 1
“ถ้างั้นเดี๋ยวลุงค่อยๆ ขับนะครับ หากรู้สึกอาการไม่ค่อยดีก็บอกเลยนะครับ” ลุงบัญกล่าวอย่างเป็นห่วง จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าเขาคนนี้แพ้เหล้า ไม่ได้แพ้แอลกอฮอล์ ดื่มเบียร์ ดื่มไวน์ได้ แต่ดื่มเหล้าไม่ได้ แค่นิดเดียวก็สามารถล้มช้างได้เลย ผลที่มีต่อร่างกายชายวัยย่าง 40 คนนี้
ขามาไม่เหมือนขากลับ ภาคีนัยเลือกที่จะมีบ้านอยู่นอกเมืองเพราะเขาชอบความสงบ แต่ฐานะทางสังคมของเขาทำให้เขามีเวลาอยู่บ้านน้อยมาก ลุงบัญติดตามเขามากกว่า 10 ปี จะว่าไปตั้งแต่ที่เขาเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ข้างกายเขาก็มีลุงบัญที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ ให้มาโดยตลอด
“คุณนัย แน่ใจนะครับว่าเดินไหว”
“ครับ ลุงกลับไปพักได้เลย” ภาคีนัยเอ่ยจบ ก็เดินเข้าบ้านไป แม้ไม่มั่นคงนัก ภาคีนัยแวะดื่มน้ำที่บาร์ไวน์ เขารู้ว่าอาการแพ้เหล้าของตนไม่ได้เกิดเพราะปัญหาของร่างกาย สาเหตุเพราะแผลเก่าทางจิตใจ เขาถูกแฟนกับเพื่อนรักมอมเหล้า จนกลายเป็นแผลใจทุกครั้งที่ดื่มเหล้าเขาจะเห็นภาพหลอน แต่มันไม่ใช่ภาพหลอนมันคือภาพเก่าที่ติดตาเขาจนถึงทุกวันนี้
แต่ทว่าเวลาที่ผ่านไป ทำให้เขาแข็งแกร่งมากขึ้น จะว่าไปเขาเองก็ไม่ได้ดื่มเหล้ามานานแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้มีแต่เรื่องให้นึกถึงเรื่องราวเมื่อ 20 ปีก่อน ลูกสาวทั้งสามของเพื่อนเลวกับผู้หญิงเลวมาปรากฎตัวเพื่อต้องการไถ่โทษแทนแม่ของพวกเธอ บัดซบสิ้นดี
ภาคีนัยเดินขึ้นชั้นสองเพื่อไปห้องนอน แค่หลับหนึ่งตื่นพรุ่งนี้เช้าชีวิตปกติของเขาก็จะกลับมา เขาจะถือว่าวันนี้เป็นวันอโหสิกรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวร อย่างไรคนทั้งสองก็ตายจากกันไปแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกันมานาน 20 ปี ชาติหน้าก็คงไม่ได้พานพบกันอีก
เฮ่ย! แต่ในวินาทีที่ภาคีนัยเข้ามาในห้องนอนของตน ที่ที่ซึ่งปลอดภัยที่สุดบนโลกใบนี้ จู่ๆ เขาก็ถูกจู่โจม โจรหรืออย่างไร “อะไรกันละเนี่ย” ถ้าเป็นยามปกติเขาคงจะช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ยาก แต่ว่าตอนนี้เขามึนหัวจนแทบจะสลบ ร่างกายแค่จะยืนให้ตรงยังลำบากเลย
“พี่เอ เขาเมามา” เสียงผู้หญิง ภาคีนัยถูกลากไปยังเตียง ข้อมือทั้งสองถูกมัดด้วยเนคไทและตรึงไว้กับหัวเตียง
“นี่มันอะไร” ภาคีนัยคำรามออกมา เขาพยายามรั้งข้อมือ แต่กลับถูกกดไว้ด้วยมือทั้งซ้ายขวา
“ง่ายกว่าที่คิดไว้เสียอีก” เสียงผู้หญิงอีกแล้ว
เฮ่อ เฮ่อ ลมหายใจกระหืดกระหอบของคนทั้งสามดังก้องคับห้องกว้าง “พี่เอ...” หนึ่งในแฝดเอ่ยเรียกแฝดผู้พี่ที่อยู่อีกฟากของเตียงทันทีที่ตนมัดเนคไทกับขาเตียงไว้แล้ว
ภาคีนัยที่หัวใจเต้นแรงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขาหยุดการเคลื่อนไหว แต่ดวงตายังไม่อาจโฟกัสอะไรได้มากนัก แม้ในห้องนอนไม่ได้มืดมิด แต่ร่างกายที่ต้องการพักจากอาการแพ้ ไม่ได้พักอย่างที่คาดไว้ ทำให้เขายังไร้เรี่ยวแรง ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระทำจากผู้หญิงสองคน กำลังจะทำอะไรกับเขาต่อไป
“บีถอดเสื้อ...” ภาคีนัยได้ยินทุกเสียงและรับรู้ถึงการกระทำนั้น ซึ่งไม่เพียงแค่นั้น เข็มขัดก็กำลังถูกปลดออกพร้อมๆ กับกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เหลือ
เฮ่อ เฮ่อ เขาทำได้เพียงหอบหายใจ ร่างกายถูกตรึงไว้ทั้งจากการถูกพันธนาการและกดทับจากสองร่างที่คร่อมนั่งทับเขาไว้
“บี มาช่วยยกสะโพกเขาหน่อย” คำสั่งนั้นทำให้บริเวณหน้าท้องแกร่งเบาขึ้น และความเย็นก็กระทบผิวเปลือยไปทั่วร่างกาย “เอาเสื้อเขาออกไปให้หมดสิ” ยังคงเป็นเสียงเดิม จะใช่คนเดิมหรือเปล่านั้นภาคีนัยไม่สนใจ เพราะพวกเธอมีโทนเสียงที่แทบจะแยกไม่ออกหาความแตกต่างไม่ได้เลยว่ามาจากคนไหน
แต่เขาก็พอจับกระแสเสียงที่สั่นๆ นิดๆ ของคนที่พูดได้ ไม่เว้นแม้แต่มือที่พยายามจะดึงเสื้อเขาออกจากแขนที่ถูกมัดไว้
อ้าร์ส!!! ช่วยไม่ได้ที่จู่ๆ เสียงครางจากคอแกร่งจะดังออกมา เมื่อเอ็นเนื้อของเขาถูกความเปียกชื้นจากโพรงปากครอบครองไว้ได้เกือบครึ่ง แม้สติจะพร่าเลือนแต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขาบ่งบอกว่าโพรงปากที่พยายามรูดเอ็นเนื้อเขาตอนนี้จังหวะยังไม่ดีนัก เพราะหล่อนกะความลึกจังหวะเข้าไปไม่มั่นคง ทำให้ส่วนปลายแทงคอหอยเธอจนเธอสำลักน้ำลายหลายครั้งในเวลาสั้นๆ ของการรูดไม่กี่ครั้ง แต่ก็ทำให้เขาเสียวซ่านขึ้นมาได้เช่นกัน
