บทที่ 2 ยวนยีแฝดสามพราวเสน่ห์_วางแผนให้รัดกุม
“ไม่จำเป็น พวกเธอกลับไปเถอะ” สิ้นเสียงคำพูดนั้น ภาคีนัยก็ลุกขึ้นพร้อมจะเดินจากไป พั่บ! แต่เขายังไม่ทันจะหันไป หนึ่งในแฝดสามก็คอพับเป็นลมไปแล้ว
ภาคีนัยมองแฝดที่ผมตรงสลวยถูกแฝดผมตรงประบ่าประคองไว้ เด็กพวกนี้แผนการณ์ตลบตะแลงไม่เบาเลย “เป็นอะไรไป”
“พี่เอรู้สึกไม่ค่อยสบายตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะ พวกเราสามคนนั่งรถไฟเดินทางมาทั้งคืนไม่ได้พักผ่อนดีๆ เลย” แฝดผมยาวประบ่าตอบกลับด้วยความร้อนรน แฝดผมยาวเป็นลอนรีบถลาดึงยาดมไปอังที่จมูกคนที่เป็นลมไปแล้ว
“เอาเถอะๆ วันนี้ก็พักที่นี่ก่อนแล้วกัน อาการดีขึ้นพรุ่งนี้ก็ไปซะ” เขาพูดจบก็เอ่ยเสียงดังเรียกสาวใช้ในบ้านให้เข้ามา “ให้สามคนนี้ไปนอนห้องว่างข้างห้องของเนียน”
“เอ่อ ห้องเดียวหรือเจ้าค่ะ”
“จะเปิดหลายห้องทำไม พรุ่งนี้พวกเธอก็ไปแล้ว” ภาคีนัยพูดจบก็เดินจากไปทันที
เฮ่ยยยย และในตอนนั้นเมื่อลับหลังภาคีนัย เอ ที่เมื่อครู่ยังสลบไสลอยู่ก็ผงกหัวขึ้นมาและถอนหายใจอย่างเอือมระอา
“ดีนะเนี่ยที่พวกเราเตรียมตัวรองรับสถานการณ์ไว้หลายรูปแบบ” แฝดผมยาวสลวยไปกระซิบเบาๆ ให้แค่พี่ๆ น้องๆ ได้ยิน
“แค่นี้ก็ถือว่าก้าวหน้าแล้วค่ะ เราไปห้องนอนที่ว่านั่นกันก่อน” แฝดผมยาวประบ่าเอ่ยอย่างตักเตือน เมื่อตอนนี้ทั้งสามกำลังถูกจับจ้องจากพี่สาวแม่บ้าน
“พวกคุณมาจากที่ไหนกันเหรอเจ้าคะ” ขณะที่เดินไป เนียน เอ่ยถามแขกทั้งสาม
“เรามาจากจันทบุรีค่ะ”
“มากรุงเทพครั้งแรกเหรอ”
“ค่ะ” ยังคงเป็นแฝดผมประบ่าเป็นผู้ตอบ
“พวกคุณเป็นแฝดที่เหมือนและไม่เหมือน...เฮอะ เฮอะ” เนียนพูดไปและจู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองพูดแปลกๆ และรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทจึงหัวเราะอย่างเขินๆ “ขอโทษนะคะ”
“อ่อ พี่ใจดีจังเลย ไม่ต้องขอโทษพวกเราหรอกค่ะ เพราะทุกคนที่เห็นพวกเราพร้อมกันก็มักจะพูดแบบพี่นี้แหละ พวกเราไม่ถือสาหรอกค่ะ ขนาดแม่ยังพูดเลย” แฝดที่ผมยาสลวยเอ่ยขึ้น
เนียนยิ้ม “พวกคุณชื่ออะไรกันเหรอคะ”
“เอค่ะ” แฝดผมยาวสลวยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มทะเล้น ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอ
“บีค่ะ” แฝดผมเป็นลอนยาว เอ่ยพร้อมยิ้มเล็กๆ อย่างเป็นพิธี
“ซีค่ะ” แฝดผมยาวประบ่าเอ่ยเสียงบางเบาเรียบนิ่ง
“เรียกพี่ว่าเนียนนะคะ พวกคุณสวยจริงๆ นะคะ สวยไปคนละแบบ ไม่เหมือนกันจริงๆ” และทั้งสี่คนก็เดินไปจนถึงหน้าประตูห้องที่เจ้าของบ้านแจ้งไว้ เนียนลังเลอย่างมากที่จะเปิดประตูห้อง แต่อย่างไรก็เลี่ยงไม่ได้
“นี่เรียกว่าห้องนอนเหรอ” เอเอ่ยอย่างช้าๆ เมื่อเห็นว่าในห้องที่ว่านั้นมีสภาพอย่างไร
“ห้องนี้ไม่มีใครอยู่มานานหลายปีแล้วค่ะ เราช่วยกันทำความสะอาดกัน ก็น่าจะพอนอนได้ เดี๋ยวพี่โทรเรียกช่างแอร์มาเช็คและล้างแอร์ให้”
เอ กับ บี ที่ตั้งท่าจะโอดครวญ จำต้องหยุดเมื่อบีรั้งกระตุกมือคนทั้งสองไว้ “เราช่วยกันทำความสะอาด ก็อยู่ได้แล้ว
และตลอดทั้งเช้าสามพี่น้องกับหนึ่งแม่บ้านก็ช่วยกันจัดการห้องที่พวกเธอจะได้ซุกหัวนอนกันแค่คืนนี้คืนเดียวจนเสร็จ ช่างแอร์ก็มาจัดการทำให้แอร์ใช้งานได้
“อ่อ นี่ลุงบัญ แกเป็นคนขับรถและดูแลสวนของที่นี่” เมื่อแนะนำให้รู้จักกันเรียบร้อย ทั้งห้าคนก็ช่วยกันยกของที่ไม่ใช้แล้วในห้องนอนนั่นออกไปข้างนอก ซึ่งเนียนเรียกรถซาเล้งมาจอดรออยู่แล้ว
“คงหิวกันแล้ว เดี๋ยวพี่ไปทำอะไรให้กิน”
“ให้ซีช่วยนะคะ” เนียนทำท่าจะปฏิเสธเพราะเกรงใจ
“ให้ซีไปช่วยเถอะค่ะ ซีทำอาหารเก่งมาก” เอ เป็นผู้เอ่ย และเธอกับบีก็แยกเดินกลับไปรอที่ห้องนอน
“นี่เดี๋ยวตอนที่พี่เนียนพาไปเอาเครื่องนอนที่ตึกใหญ่ ต้องช่วยกันจดจำสถานที่ให้ได้มากๆ นะ” เอย้ำกับบีเมื่อได้อยู่กันเพียงลำพัง เมื่อเช้าตอนที่ได้เข้าไปพวกเธอถูกจำกัดพื้นที่แค่ห้องรับแขกที่อยู่ตรงประตูทางเข้า ยังไม่ทันจะได้ขอตัวไปห้องน้ำเจ้าของบ้านก็มาเสียแล้ว
