7.ยังไม่พอ
“แน่น... แน่นเหลือเกินถิงเฟย! เจ้าอย่าแอบไปให้ใครกินเข้าใจหรือไม่ ต้องเก็บไว้ให้ดุ้นเนื้อของข้าผู้เดียวเท่านั่น” ตงหลี่คำรามออกมาอย่างหึงหวงพลางเริ่มขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าใส่นางอย่างไม่ยั้งแรง ทุกครั้งที่เขาส่งแรงเข้าไป ร่างของไทเฮาก็โยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ สรวงอกอวบไหวกระเพื่อมตามการกระแทกจนเสียดสีกับพื้นโต๊ะชวนให้สยิวราวกับมีคนดูด
ทางด้านขององครักษ์หนานฟู่ เมื่อเห็นนายเหนือหัวกำลังเสพสุขอย่างบ้าคลั่ง เขาก็ยิ่งคึกคะนอง ผละออกจากสรวงอกของเสี่ยวจิน ก่อนจะจับร่างของนางพลิกมาให้นอนหงาย
แล้วยกเรียวขาขาวผ่องขึ้นพาดบ่า เขาแลกเปลี่ยนหน้าที่กับจงเหลียน โดยให้จงเหลียนมาคอยปรนเปรอริมฝีปากและยอดอก ส่วนเขาเป็นฝ่ายส่งทวนเข้าสู้รบที่กึ่งกลางกายสาว
“อ๊ะ... อ๊าาา... ท่านหนานฟู่...” เสี่ยวจินร้องระงมเมื่อถูกกระแทกเข้าจุดกระสันครั้งแล้วครั้งเล่า นิ้วเท้าของนางจิกเกร็งลงบนพรม แผ่นหลังบางแอ่นขึ้นสู้สัมผัสที่รุนแรง
ทางด้านถิงเฟยที่ถูกบุตรเลี้ยงกระแทกจากด้านหลังเริ่มเข้าสู่ภวังค์แห่งกามเทพ นางหลับตาพริ้ม มือหนึ่งเอื้อมไปด้านหลังเพื่อลูบไล้หน้าขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของตงหลี่ อีกมือหนึ่งกุมขอบโต๊ะไว้แน่น เสียงเนื้อกระทบกัน “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสนั่นไปทั่วห้อง ผสมกับเสียงครางอื้ออึงในลำคอของนาง
“ฝ่าบาท... แรงอีกเพคะ... เข้ามาลึก ๆ อื้อ... ตรงนั้น...” ไทเฮาสาวร้องขออย่างลืมตัว ความยับยั้งชั่งใจมลายหายไปสิ้น
บัดนี้นางไม่ใช่ไทเฮาผู้สูงศักดิ์ แต่เป็นเพียงสตรีที่มีความต้องการอย่างแรงกล้า ขอเพียงมีเอ็นใหญ่สอดใส่ในรู ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร นางก็ยินดีอ้าขาให้หมด
ตงหลี่แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาเอื้อมมือไปกระชากผมยาวสลวยของนางให้แหงนหน้าขึ้นมารับจุมพิตที่เร่าร้อนขณะที่ด้านล่างยังคงทำหน้าที่อย่างดุดัน ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน คนทั้งห้าในห้องต่างตกอยู่ในนรกแห่งราคะ หาได้มีใครเตือนใครไม่ มีแต่ครางระงมแข่งกันเสียมากกว่า
“ดูองครักษ์ของข้าสิเสด็จแม่... พวกเขากำลังทำให้คนสนิทของพระองค์มีความสุข แล้วข้าล่ะ ข้าทำให้เสด็จแม่มีความสุขหรือไม่!” ตงหลี่ถามเสียงพร่าพลางกระแทกเน้นย้ำเข้าไปที่จุดอ่อนไหวข้างในร่องรูของนางอย่างจัง
“อ๊าา! สุข... สุขยิ่งกว่าสิ่งใดเพคะ... ฝ่าบาท... ฮือ... แรงอีก... แรงอีกเพคะ กระแทกเข้ามาให้มันเสียดสีร่องรูแม่”
ได้ยินเช่นนั้น ตงหลี่ก็ตะบี้ตะบันอัดเอวสอบกระเด้าใส่ไม่ยั้งจังหวะรักของทุกคู่เริ่มทวีความเร็วและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ด้านองครักษ์ต่างก็ส่งแรงกระแทกเข้าใส่เสี่ยวจินจนนางครางไม่ออก ได้แต่หอบหายใจรวยรินแต่ในดวงตากลับพราวระยับไปด้วยความสุขสม ส่วนตงหลี่บัดนี้เขากระแทกสะโพกเข้าใส่ถิงเฟยด้วยความเร็วถี่รัว ร่างกายของไทเฮาสาวกระตุกเกร็งเป็นระยะ ๆ น้ำหวานไหลนองเต็มหน้าขาและหยดลงสู่พื้นห้อง
“ข้า... ข้าจะออกแล้ว... ถิงเฟย!” ตงหลี่คำรามลั่นห้อง พลางกอดรัดเอวบางไว้แน่นก่อนจะส่งแรงกระแทกสามสี่ครั้งสุดท้ายอย่างหนักหน่วงที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้
“อ๊ายยยยยย!” ถิงเฟยหวีดร้องออกมาจนสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อถึงจุดยอดฝันไปพร้อม ๆ กับฮ่องเต้หนุ่ม ความร้อนฉีดพล่านเข้าสู่ร่องรักนางจนอุ่นวาบ
ในจังหวะเดียวกัน หนานฟู่และจงเหลียนก็ถึงจุดสุดยอดไปพร้อมๆ กันเช่นกัน พวกเขาปลดปล่อยหยาดธารแห่งอารมณ์ใส่เสี่ยวจินจนเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างขาวผ่อง ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ของคนทั้งห้าแว่วมา
ตงหลี่ค่อย ๆ ถอนแกนกายออกอย่างแช่มช้า เขามองร่างที่อ่อนระทวยของไทเฮาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ ก่อนจะก้มลงจูบซับเหงื่อที่หน้าผากของนาง
“นี่เป็นเพียงบทลงโทษเริ่มต้นเท่านั้นเสด็จแม่ นับจากนี้ไป ท่านจะต้องอ้าขาให้ข้ามาอุ่นเตียงทุกคืนวัน...”
“ฝ่าบาท มารดาผู้นี้เต็มใจมากเพคะ” ถิงเฟยตอบรับเสียงพร่ากระเส่า ก่อนจะหลับตาและพยักหน้าอย่างโอนอ่อน นางรู้ดีว่านับแต่นี้ ชีวิตในวังหลังของนางจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่นางกลับไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย... เพราะไฟรักที่ตงหลี่มอบให้นั้น มันช่างร้อนแรงและตราตรึงใจยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า
ตงหลี่ยังคงมองร่างที่อ่อนระทวยของถิงเฟยด้วยสายตาหื่นกระหาย เขามิได้หยุดเพียงแค่บนโต๊ะไม้ตัวนั้น
เมื่อหายเหนื่อยเขาก็จับนางหันมาเผชิญหน้ากัน ยกนางขึ้นนั่งบนโต๊ะแล้วสอดใส่ตัวตนเข้าไปอีก จากนั้นก็เกี่ยวขาทั้งสองข้างของนางขึ้น ช้อนร่างอรชรของไทเฮาสาวขึ้นในท่าอุ้มกระเตง
โดยที่จุดเชื่อมต่อกลางกายยังมิได้ถอดถอนออก ทุกก้าวที่เขาเดินมุ่งหน้าไปยังเตียงกว้าง แกนกายใหญ่ยักษ์ก็ครูดครัดอยู่ภายในร่องรูที่เปียกชุ่ม สร้างความเสียวซ่านจนถิงเฟยต้องซุกหน้าลงกับไหล่หนา ครางอื้ออึงไม่เป็นภาษา
“อ๊ะ… ฝ่าบาท… จะไปไหนเพคะ… มะ… มันยังคาอยู่…” นางครางท้วงเสียงพร่า ขณะที่สองขาเรียวเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของบุตรเลี้ยงไว้แน่น ซึ่งอันที่จริงนางก็ชอบนัก
“ไปที่เตียงอย่างไรเล่าเสด็จแม่ บนโต๊ะข้ากระแทกท่านได้ไม่ถนัดเลย ลูกอยากกระแทกท่านให้จมเตียง อยากดูว่าร่องร่าน ของท่านมันจะรับลูกได้สักกี่น้ำ” ตงหลี่เอ่ยอย่างท้าท้าย ก่อนจะวางร่างนางลงบนฟูกนุ่มโดยที่ส่วนนั้นยังคากันอยู่
หนานฟู่และจงเหลียนจึงกระเตงเอาร่างของเสี่ยวจินตามมาอัดกระแทกที่ข้างเตียง ต่อหน้าต่อตาไทเฮา เพิ่มกำหนัดให้นางมากขึ้นไปอีก ซึ่งบางครั้งใบหน้าของเสี่ยวจินก็อยู่ใกล้แค่คืบ
ทำให้ถิงเฟยอดที่จะรั้งนางลงมาบดจูบไม่ได้
ภาพเบื้องหน้าทำเอาฮ่องเต้หนุ่มแทบบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากองครักษ์ทั้งสอง ที่พากันมัวเมาอย่างหนัก
“อ่า…เสด็จแม่ ไยท่านร่านเช่นนี้ อ่า…ซี้ด…ดียิ่งนัก”
ฮ่องเต้คำรามลั่น พร้อมกับกระหน่ำกระแทกดุ้นเอ็นเข้าใส่ร่องรูมารดาเลี้ยงจนเสียงเฉอะแฉะดังลั่นห้อง และไม่นานพวกเขาก็เกร็งกระตุก ทว่าตงหลี่หาได้พอเพียงเท่านั้นไม่
“เสด็จแม่… ขึ้นมาขย่มให้ลูกดูหน่อยเถิดลูกอยากรู้นักว่าเวลาท่านอยากได้จนตัวสั่น ท่านจะร่อนเอวได้เก่งกาจเพียงใด”
ตงหลี่พลิกกายนอนหงาย แล้วรั้งร่างของถิงเฟยให้ขึ้นมานั่งทับอยู่บนหน้าขา ถิงเฟยในยามนี้ไร้ซึ่งความอาย ไม่เหลือเค้าไทเฮาผู้สง่างามสักนิด นางมองแท่งเอ็นยักษ์ที่ชูชันตรงหน้าด้วยความหลงใหล มือเรียวคว้าจับมันไว้ก่อนจะค่อยๆ กดสะโพกลงไปให้ร่องรูสีกุหลาบกลืนกินความใหญ่โตเข้าไปทีละน้อย
