8.เท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม
“อ๊าาา… แน่น… แน่นเหลือเกินเสด็จแม่… ดูสิ รูของท่านมันตอดรัดลำเอ็นลูกจนจะแตกอีกรอบแล้ว” ตงหลี่สบถคำหยาบออกมาอย่างไม่ถือตัว มือหนาบีบเค้นเต้าอวบขยำจนล้นง่ามนิ้ว
ถิงเฟยจึงเริ่มโยกคลอนกายขย่มลงมาอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบกัน “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังระงมไปทั่วห้องนอนอีกครา นางเชิดหน้าขึ้นระบายความเสียว เอวบางร่อนวนเป็นวงกลมขณะที่กดกระแทกลงมาเน้น ๆ จนตงหลี่ถึงกับครางซี้ดออกมา
“อา… อย่างนั้นแหละ… ร่อนเข้าไป… กระแทกรูร่าน ๆ ของท่านลงมาแรง ๆ” เขาร้องขอพลางช่วยจับเอวคอดกดลงมา
“อ๊ะ… อ๊ะ… ฝ่าบาท… ฝ่าบาทของหม่อมฉัน… อูยยย… เสียวเหลือเกินเพคะ… ของพระองค์ใหญ่โตนัก… มันเข้าไปลึกเหลือเกิน” ไทเฮาสาวรำพันเสียงกระเส่า ยิ่งเห็นสายตาขององครักษ์ทั้งสองที่จ้องมองมา นางยิ่งมีความสุขสมจนแทบสำลักส่วนนางกำนัลของนางก็สลบไสลอยู่ข้างกัน ตงหลี่จึงสั่งให้คนของตนมายืนประกบข้างนาง ถิงเฟยก็ไม่รอช้าที่ใช้มือรูดสาวลำเอ็น
ส่วนด้านล่างนางก็ยกสะโพกกระดกขึ้นลงให้มันกลืนกินดุ้นเนื้อที่ตั้งแข็งรอรับ สองมือก็สาวลำเอ็นทั้งสองซึ่งจ่ออยู่ข้างแก้ม ทำเอานางอดไม่ได้ที่จะอ้าปากดูดอมมัน ทั้งที่อยู่ต่อหน้าบุรุษที่นางกำลังขย่มอยู่ในยามนี้
ทว่าตงหลี่ไม่ได้ตำหนินางเลยสักนิด เขากลับชอบใจและซ่านเสียวกับภาพตรงหน้า จนเป็นฝ่ายตรงเอวคอดไว้ แล้วเด้งสวนขึ้นมาเสียเอง ซึ่งมันหนักหน่วงเป็นอย่างมาก
“อ่า…เสด็จแม่ พระองค์ช่างร่านนัก”
ลำเอ็นใหญ่อัดเสยขึ้นมาถี่รัวจนถิงเฟยไม่อาจดูดอมแท่งหยกขององครักษ์หนุ่มได้อีกต่อไป
“อ๊ายยย ฝ่าบาท เสียวเหลือเกินเพคะ” ไท่เฮาคนงามครางลั่น และส่งเสียงดังมากกว่าเดิมเมื่อมีริมฝีปากดูดดึงที่หัวนม
ความเสียวที่มีมากล้นแล่นพล่านไปทั่วร่างจนนางแทบจะขาดใจตาย ถิงเฟยตาปรือ ภาพเบื้องหน้าในยามนี้พร่าเลือนนัก
“มาแล้วเพคะ อ๊ายยย…ลูกแม่ อูยยย…แม่จะแตกแล้ว”
“ปล่อยออกมา ลูกก็จะแตกแล้ว อ่า…ร่องรูท่านตอดดีเหลือเกิน อ่า…ซี้ด….เสด็จแม่ อ่า…มาแล้ว น้ำลูกแตกแล้ว”
ตงหลี่ครางลั่นก่อนจะส่งลำเอ็นตนกระแทกเน้นย้ำอีกสองสามที จากนั้นร่างอรชรก็ทิ้งตัวลงนอนซบอกเขา
ตงหลี่เห็นนางอ่อนแรง เขาก็พลิกกลับขึ้นมาเป็นฝ่ายอยู่ด้านบนเอง ทว่าครานี้เขาจับนางนอนคว่ำในท่าคลานเข่า
ยกสะโพกงอนงามให้เด่นตระหง่าน ก่อนจะแทรกตัวเข้าทางด้านหลัง กระแทกกระทั้นเข้าใส่เพียงคราวเดียวมิดลำเอ็นที่แข็งขืน จนศีรษะของไทเฮาสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์
“หนานฟู่! จงเหลียน! อย่ามัวแต่ยืนดู เข้ามาปรนเปรอนางช่วยข้า เสด็จแม่ข้านางร่าน ต้องเอานางให้รู้จักหลาบจำ จึงจะไม่กล้าทำตัวมักง่ายอีก” ฮ่องเต้หนุ่มสั่งเสียงเฉียบขาด
หนานฟู่ก็ไม่รอช้า เข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าไทเฮา ส่งแกนกายที่แข็งขืนเข้าไปในปากอิ่มของนาง ไทเฮาสาวก็รับเอาความใหญ่โตขององครักษ์เข้าสู่โพรงปากอย่างเต็มใจ ขณะที่เบื้องล่างถูกฮ่องเต้กระแทกจนตัวโยน ส่วนจงเหลียนก็เข้าไปประกบข้างกาย ลูบไล้และดูดดึงยอดปทุมถันเพื่อปรนเปรออีกจุด
ห้องบรรทมที่เคยเงียบสงัด บัดนี้กลายเป็นแดนสังเวียนกามที่แสนหยาบโลน ไทเฮาถูกรุมล้อมด้วยชายฉกรรจ์สามคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันถูกใจนางอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เสียงครางระงมประสานกับเสียงน้ำคาวกามที่เฉอะแฉะไปทั่วผืนเตียง
“โอ้ววว… เสด็จแม่… ท่านช่างร่านรักถูกใจลูกนัก… น้ำรักและน้ำลายของท่านเจิ่งนองไปหมดแล้ว” ตงหลี่คำราม
พลางเร่งจังหวะช่วงล่างให้เร็วและแรงขึ้นอีก ทุกครั้งที่เขากระแทกเข้าใส่ ร่างอรชรก็สั่นสะท้าน ร้องครางอื้ออึงผ่านลำคอเพราะปากของนางกำลังถูกลำเอ็นของหนานฟู่เด้ากระแทกเข้ามา
ความหฤหรรษ์ดำเนินไปอย่างยาวนานและหนักหน่วง จนกระทั่งความเสียวพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตงหลี่กอดรัดเอวถิงเฟยไว้แน่น กระแทกเน้น ๆ สามสี่ครั้งสุดท้ายจนสุดโคน
“อ๊าาาา! จะออกแล้ว… พร้อมกันนะเสด็จแม่”
“อื้ออออออ!”
หยาดธารสีขาวขุ่นพุ่งฉีดเข้าสู่ร่องรูของไทเฮาสาวอย่างรุนแรง พร้อมกับที่หนานฟู่ปลดปล่อยความใคร่เข้าสู่ลำคอระหงของนาง ถิงเฟยกระตุกเกร็ง ร่างกายอ่อนยวบยาบลงบนเตียงท่ามกลางหยาดเหงื่อและน้ำกามที่เปรอะเปื้อนไปทั่ว
ตงหลี่โบกมือไหลองครักษ์ทั้งสอง ก่อนจะล้มตัวลงนอนพร้อมกับดึงร่างที่หมดแรงของมารดาเลี้ยงเข้ามากอดจูบอย่างแสนรักแกมความใคร่ “เสด็จแม่ วันนี้พระองค์ทรงทำตัวดีมากรู้หรือไม่ หากท่านเป็นเช่นนี้ ข้าสัญญาว่า จะมาเอาท่านทุกวัน ไม่ให้รูรักท่านต้องเหงาเลย” เสียงนั้นกระซิบอยู่ข้างหูนาง
“ฝ่าบาท เจ้าได้สัเจ้าได้สัญญากับแม่แล้ว ห้ามผิดคำพูดรู้หรือไม่” เอ่ยจบถิงเฟยก็รั้งอีกฝ่ายมาบดจูบแลกลิ้นกัน
และพายุราคะก็เริ่มขึ้นอีกครา เน่นนานกว่าจะสงบลงได้
หลังจากพายุแห่งราคะสงบลง ตงหลี่ก็จำต้องเสด็จกลับตำหนักเพื่อไปจัดการราชกิจที่ตนทิ้งมา ฮ่องเต้หนุ่มก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของมารดาเลี้ยงที่นอนหายใจรินรดฟูกอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทิ้งท้ายไว้ว่า
“เสด็จแม่พักผ่อนเสีย วันพรุ่งลูกจะมาหาท่านอีก... จะมาเอาลำเอ็นอุ่น ๆ นี้ยัดใส่รูท่านอีกแน่นอน”
“แม่จะรอเจ้า ตงหลี่” นางเอ่ยพลางมองตามร่างเปลือยของเขา ที่เดินไปสวมชุดที่องครักษ์ทั้งสองช่วยกันสวมให้
คำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้ประหนึ่งหยาดน้ำผึ้งที่ชโลมใจนาง
จากนั้นถิงเฟยก็นอนมองแผ่นหลังกว้างของบุตรเลี้ยงที่เดินออกไปพร้อมองครักษ์ด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้ม
ความสุขสมที่ได้รับมันยังคงตกค้างอยู่ตามผิวเนื้อที่แดงเรื่อ และในร่องรูที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดธารแห่งกำหนัด นางหลับตาลงด้วยความอิ่มเอมใจจนเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
ทว่า... กลางดึกสงัด ยามที่แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านรอยแง้มของบานหน้าต่าง ร่างอรชรที่เปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มแพรเนื้อดีกลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้น เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่ร้อนระอุและความเปียกชื้นที่กำลังจู่โจมเข้าที่กึ่งกลางกาย
“อื้อ... ใครกัน ฝ่าบาทหรือเพคะ...” ถิงเฟยละเมอถามเสียงแผ่ว แต่เมื่อลืมตาขึ้นกลับพบเพียงความมืดสลัว ร่างหนาใหญ่ของบุรุษลึกลับกำลังคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของนาง
เขาแหวกขาเรียวออกกว้าง ก่อนจะก้มหน้าลงซุกไซ้หาความหวานจากร่องรักที่ยังไม่ทันได้แห้งสนิทดี
“แผล็บ... จ๊วบ...”
เสียงลิ้นที่ลากผ่านจุดอ่อนไหวทำเอาไทเฮาสาวสะดุ้งสุดตัว ลิ้นหนาที่สากและร้อนระอุห่อตัวเป็นแท่งแล้วแทงพรวดเข้าไปในรอยแยกที่ฉ่ำแฉะ ตวัดเลียกวาดเอาน้ำกามที่ตกค้างอยู่ภายในออกมาอย่างตะกรุมตะกราม ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกระหายน้ำ
“อ๊าา! ใคร... ใครกัน! อ๊ะ... อย่า... ตรงนั้น... ซี้ดด” ถิงเฟยครางระงม แม้จะตกใจแต่ความเสียวซ่านกลับพุ่งทะยานขึ้นมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ลิ้นของชายลึกลับช่างร้ายกาจนัก เขาเน้นรัวลิ้นที่ติ่งกระสันจนนางบิดส่ายสะโพกไปมาอย่างคุมไม่อยู่
