บท
ตั้งค่า

6.ลุ่มหลง

ตงหลี่ใช้นิ้วเขี่ยบทขยี้รอยแยกที่นางถูกล้วงล้ำไปเมื่อครู่ เขาชักนิ้วกลางเข้าออกช้า ๆ เนิบนาบ มืออีกข้างบีบขย้ำเต้าใหญ่ที่ยังอยู่ใต้ร่มผ้า พลางซุกใบหน้าดูดเม้มซอกคอนางไปด้วย

“อ่า…แฉะเชียว เสด็จแม่อยากหรือ” ตงหลี่กล่าวพร้อมกับขยับนิ้วกลางเข้าออกในรอยแยก มารดาที่มีอายุห่างเพียงแค่สามปีถึงกับเผยอปาก ส่งเสียงครางกระเส่าออกมาทันที

“อื้อ…ฝ่าบาท” มือขาวขยับไปบีบขาอีกฝ่ายแน่น พรางหลับตาพริ้มปล่อยให้บุตรเลี้ยงตนใช้นิ้วปรนเปรอให้

ความอายอะไรนั้นไม่มีเหลือในหัวอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเขากล้าทำ นางก็กล้าตอบสนอง เพราะวังหลังแห่งนี้ ไม่มีใครมีอำนาจเกินกว่านางและเขาอีกแล้ว ต่อให้มีอันใดกันตรงนี้ ก็ไม่มีใครกล้าเอาออกไปเล่าต่ออย่างแน่นอน

“ชอบหรือไม่เสด็จแม่”

“ชะ…ชอบเพคะ อื้อ…ฝ่าบาท อ่า…แรงอีกได้หรือไม่” นางร้องขออย่างไม่อาย อีกฝ่ายก็สนองให้อย่างไม่ปรานี

จากหนึ่งนิ้วก็กลายเป็นสอง ราวกับต้องการเปิดทางให้มันใหญ่มากขึ้น นำพาให้เสียงเฉอะแฉะที่ถูกเสียดสีดังขึ้นเรื่อย ๆ

ห้องบรรทมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมจาง ๆ บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งราคะ เสียงครางระงมของนางกำนัลเสี่ยวจินที่กำลังถูกองครักษ์ทั้งสองผลัดเปลี่ยนกันรุกรานอย่างหนักหน่วง กลายเป็นเสียงดนตรีเร้าอารมณ์ที่ขับกล่อมให้ไทเฮาสาวลุ่มหลงอยู่ในวังวนแห่งกามารมณ์จนถอนตัวไม่ขึ้น

ตงหลี่ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า น้ำใสเชื่อมโยงระหว่างเรียวลิ้นของทั้งคู่ ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่บัดนี้ดูเย้ายวนจนเกินห้ามใจ มือหนาเลื่อนลงไปบีบเค้นทรวงอกอวบหยัดสู้มือผ่านเนื้อผ้าบางเบา เขาออกแรงกระชากเพียงนิด อาภรณ์ชั้นสูงก็หลุดลุ่ยเผยให้เห็นปทุมถันคู่สวยที่ชูชันท้าทาย

“อา... เสด็จแม่... ท่านช่างงดงามเหลือเกิน” เขาพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาถวิลหามานานแสนนาน

นิ้วนั้นก็ยังขยับชักเข้าออกในร่องรูของนางไม่มีหยุด

ถิงเฟยบิดเร่าเนือนกาย พราะความเสียวซ่านที่ค้างคาจากใต้โต๊ะ ซึ่งบัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยสัมผัสที่รุ่มร้อนกว่าเดิม นางเผลอไผลยกมือขึ้นโอบกอดบุตรเลี้ยงไม่ต่างจากคู่รักทั่วไป

เล็บยาวขูดขีดลงบนฉลองพระองค์ของเขาเพื่อระบายความรัญจวน “ฝ่าบาท... อื้อ... ได้โปรด...” นางครางแผ่ว เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าเสียที นิ้วเรียวยาวยังคงกรีดกรายหยอกเย้ากับจุดอ่อนไหว จนร่างอรชรกระตุกเกร็งด้วยความเสียวจนแทบสำลัก “ฝ่าบาท อื้อ…ใส่มันเข้ามาเถิดเพคะ” นางร้องขออย่างไม่อาย ยิ่งได้ยินเสียงและได้เห็นภาพของสาวใช้ถูกรุมเอา นางยิ่งเกิดกำหนัดจนยากจะหักห้ามใจ

“ลูกจะปรนเปรอท่าน ให้ดียิ่งกว่าองครักษ์ชั้นต่ำพวกนั้น”

ฮ่องเต้หนุ่มไม่รอช้า เขาจัดการเปลื้องฉลองพระองค์ออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลัง และท่อนเอ็นใหญ่โตที่บัดนี้ขยายตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโปน

จากนั้นเขาก็หันมาประคองร่างของไทเฮาให้เอนกายลงบนโต๊ะกลางห้อง ท่ามกลางสายตาขององครักษ์และนางกำนัลที่ยังคงบรรเลงบทรักกันอย่างมัวเมา ราวกับไม่เคยพบพานมาก่อน

ตงหลี่แยกเรียวขาสวยออกจากกัน ก่อนจะแทรกกายเข้าสู่ความคับแน่นที่แสนหวานเยิ้ม ที่ชวนให้อยากใช้ลิ้นเลียนัก

“อ๊ะ! ฝ่าบาท ของพระองค์ช่างใหญ่เหลือเกิน” ถิงเฟยอุทานออกมาด้วยความตกใจ ผสมปนเปไปกับความสุขสมที่มากล้น ร่องรูของนางบีบรัดสิ่งแปลกปลอมที่ใหญ่โตเกินคาดทันที

จนตงหลี่ต้องครางต่ำออกมาอย่างพึงพอใจ “อ่า…แน่นเหลือเกิน... เสด็จแม่... ในที่สุดข้าก็ได้เอาเอ็นนี้ยัดใส่รูท่าน”

เขาเริ่มขยับกายอย่างเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่เมื่อกำหนัดมากขึ้นเขาก็ไม่อาจขยับกายเชื่องช้าได้อีก มันเริ่มหนักแน่นและรุนแรงตามแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานปี เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานไปกับเสียงครางกระเส่าของคนในห้อง

ถิงเฟยแหงนหน้าขึ้น ปล่อยให้บุตรเลี้ยงมอบบทเรียนรักที่นางมิอาจลืมเลือนได้ชั่วชีวิต ความสุขสมพวยพุ่งขึ้นมาเป็นระลอกจนนางเริ่มมองเห็นภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน ในใจของไทเฮาสาวบัดนี้ไม่มีความละอายเหลืออยู่

มีเพียงความต้องการที่ถูกเติมเต็มด้วยไฟรักที่ร้อนแรงของฮ่องเต้หนุ่มผู้กระหายในตัวนางอย่างไม่รู้จักพอ

ภายในห้องบรรทมกว้างขวางที่เคยเงียบสงบ

บัดนี้กลับกลายเป็นแดนสุขาวดีที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวกามและเสียงประสานของความต้องการที่บ้าคลั่ง แสงเทียนสลัวส่องกระทบเงาร่างของบุรุษทั้งสามและสตรีสองนางที่กำลังพัวพันกันอย่างนัวเนีย เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานกับเสียงคราง หาได้มีใครยอมใครไม่ มีแต่จะเพิ่มเสียงให้ดังยิ่งกว่าเดิมเสียมากกว่า

ฮ่องเต้หนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะและความปรารถนา กระชากร่างอรชรของถิงเฟยให้ลุกขึ้นจากโต๊ะ ก่อนจะบังคับให้นางคว่ำกายลง สองมือเรียวของไทเฮาวัยยี่สิบสี่ต้องยันขอบโต๊ะไว้เพื่อพยุงตัว ในขณะที่สะโพกผายถูกยกสูงขึ้นท้าทายสายตา ฮ่องเต้หนุ่มยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง สายตาคมกริบมองร่องรอยสีกุหลาบที่เขาเพิ่งฝากไว้บนผิวเนียนละเอียด

“เสด็จแม่... ดูสิว่าร่างกายท่านมันซื่อสัตย์เพียงใด” เขาเอ่ยกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูเบาๆ ก่อนจะจับแกนกายใหญ่โตที่ปวดหนึบถูไถไปตามร่องก้นงอนงามที่อาบชุ่มไปด้วยน้ำหวาน

“อื้อ... ฝ่าบาท... อย่าแกล้งหม่อมฉัน...” ถิงเฟยครางเสียงสั่นพร่า ร่างกายของนางบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่ทวีคูณ

ในขณะเดียวกัน ที่กลางพื้นพรมหรูหรา

องครักษ์หนุ่มทั้งสองอย่างหนานฟู่และจงเหลียน ก็ยังคงรุมล้อมนางกำนัลเสี่ยวจินอย่างตะกรุมตะกราม หนานฟู่ที่อยู่ด้านบนกำลังซุกไซ้ทรวงอกอวบพยายามตักตวงความหวานจากยอดปทุมถัน ส่วนจงเหลียนที่อยู่ด้านหลังกำลังสอดประสานแกนกายเข้าออกร่องรูของนาอย่างหนักหน่วง เสี่ยวจินหลับตาพริ้ม ใบหน้าแดงซ่านด้วยพิษรัก นางไม่เหลือแม้แต่ความขัดขืน มีเพียงเสียงครางชื่อขององครักษ์หนุ่มสลับไปมาอย่างไม่ขาดสาย

“อา... ท่านองครักษ์... แรงอีกเพคะ... เสี่ยวจินไม่ไหวแล้ว”

เสียงครางของเสี่ยวจินยิ่งกระตุ้นกำหนัดในตัวฮ่องเต้ให้พุ่งสูง เขากดสะโพกสอบส่งแกนกายที่แข็งขืนราวกับเหล็กกล้าเข้าสู่ร่องรูที่เปียกชุ่มของไทเฮาสาวในคราเดียวสุดลำโคน

“อ๊ายยยย!” ถิงเฟยแหงนหน้าขึ้นจนคอตั้งบ่า ความใหญ่โตที่สอดแทรกเข้ามาอย่างรุนแรงทำให้ความเสียวซ่านพุ่งจี๊ดขึ้นถึงสมอง ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ร่องรูบีบรัดตัวตนของเขาแน่นจนตงหลี่ต้องกัดฟันกรอด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel