บท
ตั้งค่า

5.สนอง

ตงหลี่ขมวดคิ้วพรางมองมารดาเลี้ยงอย่างเป็นกังวล เมื่อเห็นนางส่งเสียงครวญครางออกมา “เสด็จแม่เป็นอันใดหรือ”

“มะ…มดกัดเพคะ แค่มดกัด” นางเอ่ยแล้วก็ยิ้มแหย พรางยกแขนขึ้นมาทำท่าทางเกาให้อีกฝ่ายเห็นเพื่อตบตา

ทว่าด้านล่างนั้นเสียวแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ยิ่งมีคนนั่งอยู่ตรงกันข้าม ร่างกายมันก็ยิ่งกระตุ้นกำหนัดให้เพิ่มพูน จนความอายหรือความกลัวมันแทบมลายหายไปสิ้น นางเสียวมากจนอยากให้อีกฝ่ายใช้อย่างอื่นที่ใหญ่กว่าลิ้นสอดแทรกเข้ามาให้มันจบ ๆ ไปเสีย ความสุขที่กำลังจะล้นนี้ จะได้ทะลักออกมาเสียที

“เช่นนั้นลูกว่า เราเข้าด้านในกันดีกว่า ประเดี๋ยวค่อยให้คนมาเก็บกวาดทำความสะอาดแถวนี้เสีย มาเถิดเสด็จแม่เข้าตำหนักกัน” ตงหลี่เอ่ยอย่างหวังดี ทว่ามารดากลับปฏิเสธทันควัน

“มะ…ไม่ แม่อยากนั่งเล่นตรงนี้” ถิงเฟยไม่อยากลุก เพราะความสุขมันใกล้จะทะลักออกมาแล้ว นางไม่อยากให้มันค้างคา และที่สำคัญ นางอยากรู้ว่าใครกันที่กล้ามุดเข้าใต้โต๊ะ มามอบความสุขให้ร่องรูของนางอย่างไม่กลัวเกรง

ค่ำคืนนี้นางจะได้เรียกให้เขามาปรนเปรออีก

“ทว่านั่งนานมันจะเจ็บป่วยเอาได้นะพ่ะย่ะค่ะ” ตงลี่เอ่ยบอกอย่างเป็นห่วง พรางยิ้มอ่อนให้มารดาเลี้ยงของตน

“มะ…แม่แข็งแรง มะ…ไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก เจ้าอย่าได้กังวล” ไทเฮาวัยยี่สิบสี่ตอบอาย ๆ เพราะสายตาบุตรเลี้ยงมันแฝงนัยยะบางอย่างไว้ด้วย ยามนี้แก้มนางจึงเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาแล้ว ซ้ำยังมีความเสียวที่กำลังแล่นพร่านไปทั่วร่าง ไหนจะสายตาคมที่กำลังจ้องมาอีก นำพาให้นางเผลอคิดจินตนาการไปไกล

“ข้ารู้ว่าเสด็จแม่แข็งแรงมาก ถึงอย่างนั้นข้าก็ห่วงอยู่ดี” ฮ่องเต้ตรัสออกมาด้วยสุรเสียงอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “ลูกว่าเสด็จแม่เข้าด้านในเถิดนะ ลูกให้ห้องเครื่องทำอาหารโปรดมาให้เสด็จแม่ด้วย ควรเสวยตอนร้อน ๆ มันจึงจะได้รสชาติ”

“จะ…เจ้าช่างเป็นบุตรที่กตัญญูนัก” ถิงเฟยตอบกลับเสียงติดขัด หากเป็นยามปกติ นางคงกล่าวมากกว่านี้ เพราะฮ่องเต้องค์ใหม่ ดีกับนางเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่านางต้องการอะไร เขาจะหาให้โดยไม่มีข้อแม้เลย ทว่ามันขาดอยู่เพียงสิ่งเดียวที่นางไม่อาจเอื้อนเอ่ยขอเขาได้ และสิ่งนี้คือสิ่งที่นางอยากได้มากที่สุด แต่ ณ ตอนนี้นางก็กำลังได้มันมา

เสียก็แต่บุตรเลี้ยงดันมาขัดจังหวะเสียนี่

“ดูสิเสด็จแม่ใบหน้าพระองค์แดงเรื่อมากขึ้นทุกทีแล้วนะ ลูกว่ากลับเข้าตำหนักเถิด ขีนนั่งต่อไป ท่านจะต้องล้มป่วยลงแน่” ใบหน้าคมคายของบุตรเลี้ยงยื่นเข้าใกล้ จนกลิ่นลมหายใจลอยเข้าจมูก ถิงเฟยชะงักนิ่งงัน เมื่อได้กลิ่นกายบุรุษที่โชยเข้ามา นำพาให้ร่องรูที่ถูกดูดกินเต้นตุบตับอย่างเสียวซ่าน

นางเผลอส่งเสียงครางเพราะอั้นไม่อยู่ “อื้อ…ฮืม…”

“เสด็จแม่ พระพักตร์แดงเรื่อเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ รีบเข้าด้านในกันเถิด” ตงหลี่ไม่ว่าเปล่า เขายังเดินวนมาประคองนางให้ลุก

ถิงเฟยจึงรีบขยับกายเบี่ยงตัวออกมา แม้จะเสียดายมาก แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อบุตรเลี้ยงนั้นเดินอ้อมมาหาแล้ว

ตงหลี่ยิ้มอ่อน พรางประคองนางเข้าด้านใน ซึ่งปกติเขาไม่เคยทำเช่นนี้ เพราะช่วงวัยของทั้งคู่มันไม่เหมาะที่จะใกล้ชิดกัน ทว่าวันนี้เขากลับโอบประคองมารดาเลี้ยงเข้าด้านในโดยไม่เกรงใครจะวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าพูดแน่

และก่อนที่เขาจะเข้าด้านในนั้น ตงลี่ยังหันไปหาองครักษ์คนสนิท ส่งสัญญาณบางอย่าง หนานฟู่จึงถอยออกมาและปิดประตูให้ด้วย ถิงเฟยแหงนหน้ามองบุตรเลี้ยงตนอย่างไม่เข้าใจ ทั้งยังรู้สึกหงุดหงิดกับกำหนัดที่มันค้างคา

ถึงกระนั้นนางก็ยังแสร้งยิ้มแย้ม กลบเกลื่อนความต้องการของตน เพื่อไม่ให้บุตรเลี้ยงจับสังเกตได้

“เสด็จแม่ ลูกเคยบอกแล้วมิใช่หรือ หากท่านต้องการสิ่งใดให้บอก แล้วเหตุใดท่านถึง” น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลกลับแปรเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมกันนั้นด้านนอกก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมา ทำให้ร่างอรชรที่ถูกประคอง ต้องรีบหันกลับไปมองที่ประตู

“อยากรู้หรือว่าเสียงอะไร มาเถิดลูกจะให้ดู” ฮ่องเต้หนุ่มกล่าวพร้อมกับรั้งไหล่นางให้หันกลับมาที่ประตู ก่อนจะเจาะรูให้นางดู ซึ่งเหตุการณ์ด้านนอกได้ทำให้ถิงเฟยยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ

องครักษ์ที่นางคุ้นหน้า กำลังถูกโบยอยู่บนโต๊ะตัวที่นางนั่งเมื่อครู่ และคาดว่าในเช้าวันนี้เขาคงถูกโบยจนตายเป็นแน่

และยังไม่ทันได้หายตกใจ ร่างอรชรก็ต้องสะดุ้งกับเสียงเย็นที่ดังอยู่ข้างหู “เสด็จแม่เสียดายมันหรือ”

“ฝะ…ฝ่าบาททำเช่นนี้ทำไมเพคะ”

“ก็เพราะเสด็จแม่ไม่รักดีน่ะสิ ต้องการสิ่งใด ไยไม่บอกลูก”

‘บอกเขาหรือ? นี่เขาจะให้ข้าบอกความต้องการ ว่าอยากได้เอ็นเนื้อใหญ่ ๆ กระแทกเข้ารูกระนั้นหรือ ข้าจะเอ่ยได้เยี่ยงไร’

“ไม่พูด เช่นนั้นก็รับบทลงโทษไปเถิดเสด็จแม่” สุรเสียงแผ่วเบาดังที่ข้างขู่ ราวกับกำลังข่มขู่ผู้ที่เขาใช้ตัวดันจนติดประตู

จากนั้นฮ่องเต้วัยยี่สิบสอง ก็ตรัสสั่งคนของตนที่ยืนอยู่ด้านนอก “หนานฟู่ จงเหลียนเอานางกำนัลคนสนิทของไทเฮาเข้ามา”

“พ่ะย่ะค่ะ” เสียงรับคำหนักแน่นดังขึ้น ไม่กี่อึดใจองครักษ์คนสนิทก็เข้ามาพร้อมกับนางกำนัลข้างกายของไทเฮา ตามด้วยเสียงประตูที่ปิดลงทันที ไทเฮาคนงามถึงกับหน้าซีดเผือด

“ฝะ…ฝ่าบาทคิดจะทำอันใดเพคะ” ถิงเฟยเอ่ยถามผู้ที่รั้งนางมายืนที่ข้างโต๊ะ ทว่าคำตอบมิใช่เสียงแต่เป็นการกระทำอันอุกอาจขององครักษ์หนุ่มทั้งสอง ซึ่งมีท่าทางหื่นกระหายนัก

“ไทเฮาเพคะ ช่วยหม่อมฉันด้วย ฝ่าบาทหม่อมฉันทำผิดอันใด โปรดละเว้นด้วยเพคะ” เสี่ยวจินร้องเรียกนายของตนอย่างตื่นกลัว เพราะไม่รู้ว่าตนเองจะโดนอะไรถึงได้ถูกจับเข้ามาเช่นนี้

“จัดการนาง ทำตรงนี้เลย” ตงหลี่ร้องสั่งเสียงเหี้ยม

ต่อมาองครักษ์ทั้งสองก็จับนางเปลื้องอาภรณ์ ไม่นานร่างกายของเสี่ยวจินก็เปลือยเปล่า เผยร่างขาวให้เห็นทุกสัดส่วน

“รีบจัดการ เสด็จแม่อยากดูเต็มทีแล้ว” ฮ่องเต้เอ่ยพรางจับตรึงใบหน้าไทเฮาให้มองตรงไปที่กลางห้อง เพื่อให้ดูองครักษ์ทั้งสองเปลื้องผ้า ไม่นานร่างกายกำยำก็เผยเอ็นเนื้อแข็งขืนให้เห็น มันตั้งโด่เตรียมพร้อมราวกับกำลังรอเวลานี้มานาน

ถิงเฟยในยามนี้มองร่างเปลือยตาไม่กะพริบเลย

ด้านองครักษ์ทั้งสองก็ไม่รอช้าที่จะปรนเปรอร่างนวลเนียนตรงหน้า ซึ่งคราแรกเสี่ยวจินร้องเสียงหลงด้วยความตื่นกลัว แต่เมื่อถูกแท่งเอ็นใหญ่สอดเข้าร่องรู เสียงร้องขอให้ช่วยกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเส่าที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ

นำพาให้คนที่นั่งมองถึงกับตัวสั่นเทา เพราะภาพตรงหน้าปลุกกำหนัดได้ดียิ่งนัก ในยามนี้นางอยากเป็นเสี่ยวจินเหลือเกิน

ตงหลี่มองมารดาเลี้ยงพรางยิ้มร้าย เขาหันไปดึงเก้าอี้มาก่อนจะนั่งซ้อนร่างอรชรของสตรีที่ตนแอบรักมาเนิ่นนาน

“เสด็จแม่ ตั้งใจดูเหลือเกินนะพ่ะย่ะค่ะ ชอบหรือ” ฮ่องเต้ไม่เอ่ยเปล่า เขายังยื่นหน้ามาคลอเคลียที่แก้มนางด้วย

“ฮะ…ฮ่องเต้ นะ…นี่เจ้าคิดจะทำอันใด” ถิงเฟยถามกลับเสียงพร่ากระเส่า เพราะบัดนี้มือเรียวของบุตรชาย มันกำลังเคลื่อนเข้ามาในชุดของนาง ผ่านช่องที่ถูกทำเอาไว้

“ทำในสิ่งที่เสด็จแม่ไม่ยอมเอ่ยบอกลูกอย่างไรล่ะ เสด็จแม่ไม่ชอบหรือ ทว่าร่องรูของพระองค์แฉะแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”

“อื้อ…ฮะ…ฮ่องเต้ ทำเช่นนี้มันไม่เหมาะ”

“เสด็จแม่อย่าลืมสิ เรามิใช่สายเลือดเดียวกัน ลูกสามารถเอาพระองค์ได้ และจะเอายามนี้ด้วย” ตงหลี่ไม่เอ่ยเปล่า หลังจากมองภาพตรงหน้าแล้ว กำหนัดมันก็เพิ่มพูนจนเขาไม่คิดรอ

ตงหลี่กล่าวพร้อมกับจับนางหันมาเผชิญหน้ากัน และยังไม่ทันที่มารดาจะได้กล่าวอันใด ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอก็ถูกปิดด้วยปากหนาของบุตรเลี้ยง ตามด้วยลิ้นอุ่นที่สอดเข้ามาทันที

“อื้อ…” ถิงเฟยครางกระเส่า ด้วยกำหนัดที่ค้างคายังไม่ทันได้ปลดปล่อย จึงทำให้นางไม่แยแสว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ในเมื่อเขาเป็นคนเริ่ม นางก็ยินดีจะช่วยเขาสานต่อตามเจตนารมณ์

เพราะยามนี้กำหนัดที่อยู่ในตัว มันมีมากเกินที่จะยับยั้งความต้องการได้แล้ว มีแต่ต้องคล้อยตามความอึดอัดจึงจะคล้าย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel