บท
ตั้งค่า

4. ใต้โต๊ะ

สองร่างเปลือยยังคงกอดก่ายกันไม่มีใครยอมใคร ราวกับค่ำคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของทั้งคู่เสียอย่างนั้น

คนหนึ่งกระดกสะโพกขึ้นลง อีกคนก็กางหว่างขารอรับ ไม่มีผู้ใดเหน็ดเหนื่อยกับบทรักอันเร่าร้อนนี้เลย

โดยเฉพาะเจ้าของห้อง บัดนี้นางครวญครางอย่างถึงใจ เพราะบุรุษผู้นี้ ปรนเปรอให้นางได้เต็มอิ่มยิ่งนัก

ท่อนเอ็นหรือก็ใหญ่คับรู

เขาซอยเข้าออกคราใด ท่อนเอ็นนี้มักจะทิ่มแทงเข้าไปจนสุดโคนทุกครา ทั่วทั้งแผ่นดิน คงไม่มีใครเอาดี เอาเก่งเท่ากับเขาแล้วกระมัง ร่างกายหรือก็กำยำ จับไปที่ใดก็แน่นเต็มมือนัก

“อ่า…ข้ามีความสุขเหลือเกิน อื้อ…กระแทกเอ็นของเจ้าเข้ามาแรง ๆ อูวว…เสียวยิ่งนัก โอวว…แรงอีก กระแทกลงอีก”

ถิงเฟย ร้องขออย่างไม่อาย

ชายร่างกำยำก็ไม่คิดจะปฏิเสธ เพราะความจริงเขามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แล้วจะไม่ทำตามได้อย่างไรเล่า

อีกฝ่ายจึงเร่งเอวสอบกดเน้นลงที่หว่างขาตอบสนองให้นางอย่างสาสม ถิงเฟยครางลั่นห้อง พรางใช้มือกดสะโพกเขา ราวกับกลัวคนตัวโตจะไม่กระหน่ำกระแทกลงมา

ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!

เสียงเนื้ออัดกระทบกันดังไปทั่ว พอ ๆ กับเสียงครางด้วยความเสียวของทั้งคู่ พอมันดังมากไป ชายผู้นี้ก็แนบปากมาปิดประกบ มิให้สตรีใต้ร่างเขาส่งเสียงดังขึ้นไปอีก

ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ เพราะความเสียวจากการเสียดสีของท่อนเอ็นใหญ่ในร่องรูมีมากขึ้นทุกที

สะโพกหนา กดเน้นย้ำลงทุกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าบนหว่างขานี้ เงามืดยังคงขยับกายโดยไม่พักแม้แต่น้อย

มิรู้เขาไปเอาแรงมาจากไหน หรืออดอยากมาจากไหน ถึงได้มีพละกำลัง มีแรงเอาไทเฮาคนงามถึงเพียงนี้

ยิ่งใกล้ถึงจุดหมาย เอวสอบยิ่งกระหน่ำกระแทกเข้าใส่

ในที่สุดทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งใส่กัน ปลดปล่อยน้ำรักออกมาอีกหน ทว่ามันมิได้จบเพียงเท่านี้ เสียงของเนื้อกระทบกันยังคงดังต่อ ราวกับวันหน้าพวกเขาจะไม่ได้ทำมันอีก ฉะนั้น…ค่ำคืนนี้ทั้งคู่ต้องกินให้ให้อิ่มหนำ ความเสียวที่กำลังก่อตัวจึงเริ่มปะทุขึ้นมาอีกหน และยาวนานจนค่อนคืนเลยก็ว่าได้

สายของวันใหม่

ถิงเฟยยืนอยู่ในศาลาที่แมกไม้งดงามห้อมล้อม พร้อมกับหวนนึกถึงความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พลันน้ำหวานก็ไหลเยิ้มออกมาจากร่องรู จนนางรู้สึกฉ่ำแฉะ นางจึงต้องรีบนั่งลงหันหน้าเข้าหาโต๊ะ สอดขาเข้าไปใต้ผ้าคลุมผืนยาวที่ตกลงมาจนถึงพื้น

“อื้อ…อยากให้ถึงยามค่ำคืนไวไวเหลือเกิน คนผู้นั้นจะกลับมาอีกไหมนะ” นางพึมพำเสียงกระเส่า พรางสอดมือเข้าไปใต้ชุดที่ตนสวมใส่ ซึ่งมีรอยแยกที่นางมักให้ฝ่ายอาภรณ์ทำไว้

นิ้วขาวกำลังกรีดกรายไปตามร่องอันชื้นแฉะของตน พรางนึกถึงเรื่องเสียวไปด้วย จนบางครานางก็เผลอครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ยังดีที่ไม่มีนางกำนัลอยู่แถวนี้

เนื่องจากนางขับไล่ออกไปจนหมด ส่วนเสี่ยวจินก็ไปเรือนครัว เพื่อหาวัตถุดิบสำหรับค่ำคืนนี้ หากชายผู้นั้นไม่มาเยือน นางก็ยังมีตัวช่วยให้เสร็จสมเหมือนดั่งเช่นทุกคืน

“อื้อ…อ่า…ข้าอยากได้สิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วเหลือเกิน” ถิงเฟยรำพันเสียวซ่าน พร้อมกับหลับตาพริ้มชักนิ้วเข้าออกร่องรูตนรัวเร็ว จนไม่ได้สังเกตว่ายามนี้มีใครเดินตรงมายังศาลาที่นางนั่งอยู่ และเขาก็ยืนมองการกระทำของนางอย่างหื่นกระหาย เขามองซ้ายแลขวา เมื่อไม่เห็นคนเขาก็มุดลงใต้โต๊ะอย่างอุกอาจ

เพราะกลิ่นหอมกรุ่นที่โชยขึ้นมา มันชวนให้เขาลืมสิ้นความกลัวแม้แต่โทษประหารก็ไม่หวั่นเกรง

เมื่อมุดเข้ามาได้ เขาก็เผยยิ้มกับภาพเย้ายวนตรงหน้า

ใต้โต๊ะนี้มีขาเรียวขาวของไทเฮาคนงาม กำลังเปิดอ้าออกกว้าง เผยกลีบบัวชมพู แย้มบานจนเห็นรอยแยกสีแดงด้านใน

ยามเมื่อนางใช้นิ้วน้อย ๆ ชักเข้าออกนั้น นำพาให้เขาอยากเปลี่ยนมันเป็นลำเอ็นของตนเองเหลือเกิน

อึดใจต่อมา เขาเริ่มขยับใกล้ขึ้น พรางยื่นนิ้วเข้าไปแตะร่องรูของนาง ที่กำลังปล่อยกลิ่นเย้ายวนออกมาเชิญชวน

ถิงเฟยชะงักในทันที ทว่านางกลับไม่ได้ร้องเอะอะโวยวายออกมา เพราะทันทีที่มีสิ่งแปลกปลอมอื่นสอดแทรกเข้ามา ความเสียวซ่านก็ปะทุมากขึ้นกว่าเดิม จนนางเผลอกำอาภรณ์ตนแน่น

“อื้อ…อ่า…” ไทเฮาครางเสียงกระเส่า พรางขยับกายเข้าใกล้โต๊ะอีก และยังรั้งผ้าปูขึ้นมาคลุมช่วงขาตนเองไว้ เพื่อปิดบังการกระทำของคนด้านล่างไปด้วย และยามนี้เขากำลังฝังใบหน้าลงที่ร่องรูนาง ใช้ลิ้นดุนดันสอดแทรกเข้ามาอย่างมัวเมา

ถิงเฟยถึงกับยกขาขึ้นมาตั้งชัน เพื่อเปิดทางให้คนใต้โต๊ะดูดกินน้ำหวานให้ตน ไม่สนแม้ว่ายามนี้นางกำลังนั่งอยู่ในสวน ทว่าต่อให้มีคนมองมา ก็มิมีใครรู้ว่านางทำอันใดอยู่

ยามนี้ ไทเฮาคนงามจึงมัวเมาเป็นอย่างมาก ถึงกับขยับกายเข้าหาอีก จนช่วงอกนางติดกับขอบโต๊ะ

ทว่าด้านล่างกลับอ้าออกกว้าง สองขานั้นถูกจับพาดอยู่บนบ่าของชายที่อยู่ใต้โต๊ะแล้ว ซึ่งบัดนี้มัวเมากับร่องรูของนางนัก

แผล่บ! แผล่บ!

ลิ้นสากปาดตวัดชอนไชจนร่องรูนี้เปียกแฉะ มันดุนเข้าลึกจนเจ้าของร่างถึงกับเกรงตัว ยามเมื่อเขาชักลิ้นเข้าออก นางแทบจะหวีดร้องออกมา ทว่าสุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่เม้มปากกลั้นเอาไว้ ยิ่งมองไปเห็นร่างสูงของบุตรชายเดินมา นางยิ่งเสียวซ่านเกร็งตัว จนต้องยกมือขึ้นมาบีบขอบโต๊ะแน่น

“อื้อ…พอก่อน ฝะ…ฝ่าบาทเสด็จ” นางเอ่ยบอกคนใต้โต๊ะเสียงพร่าเบา ทว่าอีกฝ่ายกลับมิได้ทำตามคำขอนาง

คนผู้นี้ยังคงมัวเมาดูดกินร่องรูของนางอย่างไม่ปรานี

“เสด็จแม่ ทำสิ่งใดอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝะ…ฝ่าบาท มาได้อย่างไรเพคะ”

“ข้าเกรงว่าท่านจะเหงา จึงแวะมาเยี่ยมเยียนดูเสียหน่อย เสด็จแม่ทำสิ่งใดอยู่หรือ ลูกเห็นหลับตาพลิ้มเชียว คิดเรื่องที่มีความสุขอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ” หานหลี่ตงกล่าวพร้อมกับเดินมานั่งลงตรงข้ามกัน เพื่อไม่ให้น่าเกลียดจนเกินไป

อย่างไรมารดาเลี้ยงเขาก็ยังสาว เขาไม่ควรเข้าใกล้นางจนเกินงาม แม้ว่าวังหลังแห่งนี้ ไม่มีใครกล้าเอาเรื่องภายในไปพูด ก็ตาม ถึงกระนั้นเขาก็ควรต้องสงวนท่าที และรู้จักกาลเทศะ

ถิงเฟยมองบุตรเลี้ยงของตนพรางยิ้มแหย ยามนี้นางกำลังพยายามควบคุมตนเองไม่ให้ออกอาการมากไปกว่านี้

ทว่าร่างกายที่ถูกล่วงล้ำ หาได้เชื่อฟังคำสั่งนางไม่ ดวงตาคู่สวยกำลังปรือเยิ้ม เพราะความเสียวมีมากเหลือเกิน

“ไยท่านแม่ถึงหน้าแดงนัก ไม่สบายหรือ” หลี่ตงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เพราะมารดาดูเหมือนจะไม่สบายมาก

“คะ…คงเป็นเพราะอากาศร้อนกระมัง หน้าแม่จึงแดง” นางปดไปเรื่อย เพราะความจริงนั้นไม่อาจเอ่ยออกมาได้

โชคดีที่อีกฝ่ายนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม จึงไม่เห็นว่าขณะนี้มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนาง นางกำลังถูกใครก็ไม่รู้เล่นเสียว ดูดกินร่องรูอย่างมัวเมา แม้มีผู้อื่นนั่งอยู่ด้วยคนผู้นี้ก็ไม่หยุด

ทว่าฮ่องเต้หนุ่ม กลับยังคงพูดจากับนางอย่างเป็นปกติ

“วันนี้อากาศร้อนมากจริง ๆ เสด็จแม่ก็อย่าได้ตากแดดมากนักนะพ่ะย่ะค่ะ ประเดี๋ยวพระวรกายจะเจ็บป่วยเอาได้”

“ขะ…ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ อ๊ะ…อ่า…” ถิงเฟยเผลอครางออกมา เมื่อคนใต้โต๊ะดุนลิ้นเข้าลึกเกินไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel