บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 บีบบังคับ

“มะ... ไม่... ไม่ค่ะ!”

“ถ้าไม่ก็ทำตามที่ฉันบอก!”

“แล้วระหว่างนี้หนูจะไปพักที่ไหนคะ” เธอถามเสียงสั่นเครือ

“พักที่บ้านฉันนี่แหละ”

“แต่...”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นแหละ เรื่องมากชะมัดเลยว่ะ” รพีเริ่มออกลายเกรี้ยวกราด ทำให้เพียงขวัญต้องหุบปากลง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงอ้าปากขึ้นมาใหม่เพื่อจะพูด

“หุบปากลงเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เธอไม่มีสิทธิมาเรียกร้องอะไรจากฉันทั้งนั้น!” รพีดักคอ เริ่มหมั่นไส้ยายแว่นเข้าไปทุกที

“ก็ได้ค่ะ แต่วันนี้หนูต้องขอตัวก่อนได้ไหมคะ หนูจะต้องรีบไปทำธุระ…” เพียงขวัญอ้อมแอ้ม

“ธุระอะไรอีกวะ!” รพีจับหมับเข้าไปให้ที่ปลายคาง

“หนูต้องทำงาน ตอนนี้จะสายแล้ว” เพียงขวัญทำใจดีสู้เสือ รพีจึงผ่อนความเกรี้ยวกราดลง

“เออ! ก็ได้ จะไปไหนก็รีบๆ ไปซะ น่ารำคาญ เรื่องเยอะฉิบหายเลยว่ะ!” ชายหนุ่มดันตัวเพียงขวัญออก แต่เธอไม่ทันได้ตั้งหลักเลยเซไปด้านหลัง ด้วยความไวเขาจึงเอาแขนโอบรัดเอวบางไว้ทันที ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันแบบไม่ได้ตั้งใจ ดวงหน้านวลขาวใสของหญิงสาวขึ้นสีแดงระเรื่อ หัวใจเต้นตึกตักรุนแรง ขณะที่ชายหนุ่มเองรับรู้ได้ถึงแรงเต้นของหัวใจและความนุ่มอวบอัดของหน้าอกคู่โตภายใต้เสื้อพื้นเมืองตัวโคร่ง มองไกลๆ ไม่คิดว่าจะมีเต้านมใหญ่ขนาดนี้…

รพีสะดุ้งหลุดจากภวังค์ทันทีที่เธอเอาสองมือดันหน้าอกเขาเต็มแรง เธอขยับเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง รู้สึกประดักประเดิดเหลือเกิน

“หนูขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบรุดออกไปทันที รพีพยายามข่มหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำรุนแรงให้สงบลง ก่อนที่มันจะเตลิดไปมากกว่านี้

“ไปแกล้งน้องเค้าทำไมล่ะลูก” มารดาลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยถามลูกชายเสียงนุ่มอ่อนโยน รพีเกาท้ายทอยตัวเองแกรกๆ

“แม่ตื่นแล้ว?”

“ตื่นตั้งแต่ลูกเดินเข้ามาในห้องนี้แล้วล่ะ”

“แล้วทำไมแม่ถึงแกล้งหลับล่ะครับ” รพีเดินไปหาหญิงวัยกลางคนที่มากเล่ห์รู้ทันเขามากที่สุด

“แม่อยากรู้ว่าลูกจะทำอะไรน้อง” นภัสวรรณเอ่ย เล่นเอารพีไปไม่เป็น

“ผมจะทำอะไร้! ก็แค่สั่งสอนเด็กกระโหลกที่ไร้ความรับผิดชอบก็แค่นั้น!” รพีเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตา

“เค้าไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”

“แม่อย่าไปเข้าข้างยายเด็กบ้านั่นสิครับ ยายเด็กนั่นเกือบชนแม่ตายแล้วนะ ยังดีที่แม่แค่ขาหัก แต่ภายในก็ยังช้ำ ยายนั่นขับรถไม่มีใบขับขี่ แถมยังไม่มีเงินมารับผิดชอบค่าซ่อมรถอีก” รพีพูดอย่างมีอารมณ์

“ก็เค้าไม่มีเงิน อีกอย่างบ้านเราก็ไม่ได้จน”

“แม่จะปล่อยให้ยายนั่นลอยนวลน่ะหรือ ผมบอกไว้ก่อนเลยนะว่าผมไม่ปล่อยให้ยายนั่นลอยนวลหรอก ถึงไม่มีเงินจ่ายยังไงก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม!”

รพีเดินออกไปหาอะไรกินที่โรงอาหารของโรงพยาบาล แม่เขาฝากซื้อพายข้าวโพดและผลไม้อีกหลายอย่าง เขาเลยเดินเลือกซื้อของให้แม่ แต่แล้วสายตาของเขาต้องไปหยุดที่พยาบาลสาวคนหนึ่ง แม้จะเห็นเพียงด้านหลังแต่ก็พอจะจินตนาการออกว่าเธอต้องสวยมากแน่ๆ เนื่องจากรูปร่างของเธอเป็นสัดส่วน เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน แม้จะมีรูปร่างเล็ก เอวคอด แขนขาเรียวเล็ก แต่สะโพกเธอนั้นใหญ่น่าฟัดเต็มไม้เต็มมือ พอเห็นเธอหันข้าง หัวคิ้วเข้มเริ่มมุ่นขึ้นนิดหน่อย แต่พอเธอหันมาเท่านั้นแหละของในมือแทบร่วงหลุดหล่นพื้น

ยายเด็กบ้าปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมและตีนผีขับรถไม่รู้ตาม้าตาแมว!

“พี่รพี” เธอเอ่ยปากพึมพำเบาๆ แต่เขาพอรู้อยู่หรอกว่าเรียกชื่อเขา รพีเบือนหน้าหนีกระแอมแก้เก้อ ใครจะไปคิดล่ะว่ายายเด็กนี่นมใหญ่ตูดใหญ่ขนาดนี้ ความคิดพิเรนทร์ๆ แล่นเข้ามาในหัวไม่หยุดไม่หย่อน สารภาพเลยก็ได้ว่าเขาก็เป็นผู้ชายห่ามๆ คนหนึ่งที่ทะลึ่งตึงตังไปตามประสาคนโสด มันก็มีบ้างล่ะว้าที่จะต้องคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปถึงเรื่องอย่างว่า แต่สาบานได้เลยว่าเขาจะไม่มีทางคิดเรื่องอย่างว่ากับยายเด็กตีนผีนี่เด็ดขาด ถึงหุ่นจะดีแต่หน้าตาก็จืดชืด ใส่แว่นกลมๆ ไร้รสนิยมสิ้นดี

“พี่รพี!” เพียงขวัญเรียกเขาเสียงดังขึ้นจนเขาสะดุ้ง

“ยายบ้า จะตะโกนเสียงดังทำไม หูตึงเหรอ”

“ก็หนูเรียกพี่หลายรอบแล้ว แต่พี่ก็ไม่หือไม่อือ เลยเป็นห่วงว่าพักผ่อนน้อยหรือเปล่า” เธอเดินเข้ามาหาเขาใกล้ๆ รพีถอนหายใจ

“ขอบใจในความหวังดี แต่ฉันสบายดี”

“แน่ใจนะคะ”

“เออสิวะ!” ด้วยความหงุดหงิดเขาเลยขึ้นเสียงใส่แถมยังทำหน้าตาหาเรื่องอีกด้วย เพียงขวัญถอยหลังไปสองก้าว

“อ่า… ถ้างั้นก็ดีแล้วค่ะ อีกสองชั่วโมงหนูก็จะออกเวรแล้ว หนูจะรีบไปดูแลคุณป้าทันที พี่รพีจะได้พักผ่อน” เพียงขวัญพูดอย่างมีความรับผิดชอบ ทำให้รพีคลายความหงุดหงิดลงได้บ้าง

“ดี ฉันจะรอเธอมาเปลี่ยนเวร” เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินออกไปทันที พอพ้นระยะห่างทางสายตา เขาก็ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองแกรกๆ นี่เขาเป็นบ้าอะไรไปวะ! ทำไมเสี้ยวนาทีที่ยืนคุยกับแม่เด็กนั่นหัวใจเขาถึงได้เต้นผิดจังหวะด้วย

รพีนั่งๆ นอนๆ ทั้งเล่นเกม ดูทีวี นอนอ่านหนังสือก็แล้ว แต่แม่เจ้าประคุณก็ยังไม่มาตามนัดสักที จนเขาเริ่มพะว้าพะวงจนนภัสวรรณสังเกตได้

“เป็นอะไรหรือเปล่ารพี ทำไมดูหงุดหงิดงุ่นง่านพิกล”

“แม่เด็กนั่นน่ะสิ บอกว่าออกเวรแล้วจะรีบมา ป่านนี้ยังไม่มาเลย” เขาบ่น นภัสวรรณมองลูกชายแล้วก็ยิ้ม

“เค้าคงไปธุระแหละมั้ง ลูกเหนื่อย อยากพักผ่อนหรือเปล่า กลับบ้านไปก่อนก็ได้นะ แม่อยู่คนเดียวได้ นี่ก็หัวค่ำแล้ว อีกแป้บแม่ก็หลับ ไม่ต้องเฝ้าแม่หรอก”

“ไม่ได้หรอกครับ ถ้าแม่จะไปห้องน้ำจะทำยังไง” รพีบอก สายตาเป็นห่วงเป็นใย เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของแม่ หากไม่มีเขาแล้วใครจะดูแลแม่ ครั้นเอ่ยถึงคนเป็นพ่อก็ต้องถอนหายใจ

พ่อของเขาถูกย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ด้วยความที่เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ต้องโยกย้ายบ่อย ไม่ค่อยได้เจอหน้าเท่าไหร่นัก ปีหนึ่งจะเจอกันสักสองสามที จนบางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าพ่อไปมีเมียเล็กเมียน้อยที่ไหนหรือเปล่า

“ถ้าแม่อยากจะเข้าห้องน้ำ แม่จะกดออดเรียกพยาบาล ลูกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” นภัสวรรณบอกลูกชาย รพีนิ่วหน้า ท่าทางดื้อรั้นแบบนั้นทำให้นภัสวรรณถอนหายใจ เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเต็มแรง

“ไม่เอาหรอกครับ ผมจะอยู่กับแม่จนกว่ายายเด๋อนั่นจะมา!”

“ใครเด๋อเหรอคะ” เพียงขวัญเดินเข้ามาในห้อง ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้พอดี เธอจ้องหน้ารพีอย่างไม่พอใจ ขณะที่ชายหนุ่มได้แต่แค่นหัวเราะออกมา แม้จะแอบพอใจไม่น้อยที่เธอไม่เบี้ยวก็ตาม

“ก็ว่าเธอน่ะสิ่ ถ้าไม่ว่าเธอแล้วจะว่าแมวที่ไหน” รพีพูดอย่างยียวนกวนอารมณ์ที่สุด นภัสวรรณถอนหายใจแรง

“รพี อย่าไปว่าน้องเค้าสิลูก น้องเค้าเป็นผู้หญิงนะ เพียงขวัญ ลูกอย่าไปถือสาเจ้ารพีเลยนะ”

“ค่ะ” เพียงขวัญเอ่ยไปทั้งอย่างนั้น ทั้งที่ในใจจะเต้นแรงด้วยความโมโหก็ตาม นอกจากความกตัญญูแล้ว เธอยังไม่เห็นว่ารพีจะมีข้อดีตรงไหนเลย

“แล้วนี่หนูเพียงขวัญกินข้าวกินปลามาหรือยัง เพิ่งเลิกงานเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนก็ได้นะลูก” นภัสวรรณบอกตามสไตล์ผู้ใหญ่ใจดี เลยทำให้เพียงขวัญใจชื้นขึ้นมาบ้าง

“ยังไม่ได้กินเลยค่ะ พอเลิกงานหนูก็กลับหอไปเปลี่ยนชุดแล้วก็เอาของใช้ส่วนตัวมานี่เลย”

“ถ้าอย่างนั้น… รพี ลงไปซื้อข้าวให้น้องหน่อยสิ” นภัสวรรณหันไปบอกลูกชาย รพีชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“ผม?”

“ก็ในห้องนี้มีคนชื่อรพีกี่คนกันล่ะ” นภัสวรรณย้อนเข้าให้

“เรื่องอะไร หิวก็ไปซื้อเองสิ” รพีเอนตัวนอนเอกเขนก

“แต่รพีเป็นผู้ชายนะ เป็นผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ แล้ว…”

“แล้วสุภาพบุรุษก็ต้องคอยดูแลผู้หญิง คอยดูแลผู้ที่อ่อนแอกว่า… ผมฟังจนเบื่อแล้วนะแม่ ถ้าไม่ติดว่าแม่ขอ ผมก็ไม่อยากจะเป็นนักหรอกไอ้สุภาพบุรุษเนี่ย เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอ” คนเป็นลูกบ่นอุบ นภัสวรรณถอนหายใจ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่ เดี๋ยวหนูโทรสั่งให้เขาขึ้นมาส่งข้างบนนี้ก็ได้”

“ใครใช้ให้เธอเรียกแม่ฉันว่าแม่มิทราบ ฉันเป็นลูกชายคนเดียว ไม่ได้อยากมีน้องสาว” รพีผู้ขวางโลกถามอย่างกวนประสาทสุดๆ นภัสวรรณถอนหายใจ ก่อนตอบคำถามแทนเพียงขวัญ

“แม่เอง จบไหมรพี!” หล่อนตอบคำถามและย้อนถามกลับ รพีเลยนิ่งไป ไม่กล้าหืออือด้วยเกรงใจคนเป็นแม่ เขาลอบมองเพียงขวัญด้วยสายตาคาดโทษ ทั้งๆ ที่เธอเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้หมั่นไส้เธอนัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel