ตอนที่ 2 หวนคืน
ร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มกะพริบตาสองสามทีเพื่อทบทวนความทรงจำ มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นมากอบกุมหน้าท้องกลมของตนอย่างแผ่วเบา พลันน้ำตาก็ไหลพรากราวเขื่อนแตก
นางกลับมาแล้ว!
ย้อนเวลากลับมาตอนที่ตนเองกำลังตั้งครรภ์ได้แปดเดือน เป็นช่วงเวลาก่อนที่หญิงสาวจะถูกเมียรักของสามีวางยาเพียงไม่กี่วัน ยังพอมีเวลาเตรียมรับมืออยู่ ตอนนี้เฉิงเออร์ของนางยังไม่ถูกพิษเย็นร่างกายของลูกน้อยในครรภ์ยังแข็งแรงดี
หญิงสาวก้มหน้ามองร่างกายที่ผ่ายผอมเพราะความตรอมตรม แล้วส่ายหน้าเบาๆ
ไม่ได้การ! นางต้องรีบบำรุงร่างกายโดยด่วน อีกแค่เดือนเดียวเฉิงเออร์ก็จะลืมตาดูโลกแล้ว เกรงว่าหากนางยังผอมบางเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเช่นนี้ คงไม่มีน้ำนมเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งเป็นแน่
"เสี่ยวเหยาเข้ามาหน่อย!" หญิงสาวไม่รีรอรีบตะโกนเรียกสาวใช้ทันที
"ฮูหยินใหญ่ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?" เด็กสาวเข้ามาช่วยพยุงนายหญิงให้ลุกขึ้น
"ข้าอยากกินซุบขาหมูตังกุย เจ้าไปต้มมาให้ข้าที เอาขาหมูสองขาเลยนะ ใส่ตังกุย หวงฉี ทงเฉ่า ขิงสด แล้วก็หัวหอมด้วยล่ะ รีบไปเลย ข้าหิวจะแย่แล้ว" เอ่ยเสร็จนางก็ใช้มือดันหลังสาวใช้ทันที
"จะ เจ้าค่ะ" เสี่ยวเหยารับคำอย่างงุนงง วันนี้ฮูหยินมาแปลก เกิดอยากกินซุปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เด็กสาวเกาหัวแกลกๆเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ขาหมูมีไขมันช่วยเสริมสร้างน้ำนม ร่วมกับสมุนไพรหวงฉี (黄芪) บำรุงพลัง ตังกุย (当归) บำรุงเลือด และทงเฉ่า (通草) กระตุ้นน้ำนม หลิวลู่หลินลูบท้องเป็นวงกลม เฉิงเออร์จะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การศึกษา รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
ครานี้หญิงสาวจะใช้อำนาจฮูหยินใหญ่ที่มีอยู่ในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด แม้นถานจินหรงจะมารยาสาไถยเก่งกาจเพียงใด นางจะกระชากหน้ากากของสตรีนางนั้นออกมาให้จงได้ จะมิให้บุตรชายของนางต้องมือป้อนเลือดอีก
หลิวลู่หลินลุกขึ้นแต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว เดิมทีตอนที่ยังไม่ออกเรือน นางก็มักทำอะไรด้วยตัวเองเสมอ หญิงสาวแต่งกายด้วยชุดสีกลีบเหมยสดใส ผมสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ปักด้วยปิ่นที่ทำเลียนแบบกิ่งเหมยงดงามอีกที
ร่างอุ้ยอ้ายค่อยๆย่างเท้าออกมาสูดอากาศหน้าเรือนเหมยฮวาของนางอย่างอารมณ์ดี บรรยากาศด้านนอกเริ่มสว่างแล้ว เสียงนกน้อยที่เกาะอยู่บนกิ่งเหมยส่งเสียงร้องรื่นหู หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนสีขาวพลางฮัมเพลงแข่งกับหมู่นก รอยยิ้มแห่งความสุขค่อยๆฉายชัดออกมาทางสีหน้ามากขึ้น
ภาพสตรีในชุดสีชมพูอ่อนกำลังนั่งลูบหน้าท้องกลมนูนอยู่ภายใต้ต้นเหมยที่ออกดอกบานสะพรั่ง ส่งผลให้ร่างสูงในชุดสีเข้มถึงกับประหลาดใจ ปกติยามนี้เรือนเหมยฮวายังมิเปิดประตูเรือนด้วยซ้ำ เหตุใดวันนี้เจ้าของเรือนจึงได้ลุกขึ้นมาแต่เช้าตรู่กันเล่า ขาแข็งแรงค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้นางโดยไม่รู้ตัว
"ท่านแม่ทัพ" เสียงกังวานใสเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม แม้นางกับสามีจะมิได้มีใจให้กัน แต่การตั้งตนเป็นศัตรูกับชายหนุ่มนั้นย่อมไม่เกิดผลดี
หลี่จวิ้นเฉินถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะ นางยิ้มให้เขาเช่นนั้นหรือ แต่ไยรอยยิ้มงดงามนั่นกลับชวนขนหัวลุกพิกล
"นึกอย่างไร วันนี้ถึงได้ตื่นแต่เช้า" เสียงทุ้มเอ่ยถามราบเรียบระคนแปลกใจ
"ข้าอยากพาเจ้าก้อนแป้งออกมาดูพระอาทิตย์ขึ้นเจ้าค่ะ" เอ่ยอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยหลุบมองหน้าท้องของตนเองอย่างรักใคร่
"เจ้าสบายดีหรือไม่?" ชายหนุ่มรู้สึกละอายใจที่ไม่ได้ดูแลนางให้ดีเท่าที่ควร
"สบายดีเจ้าค่ะ ข้ามีความสุขที่ได้เป็นมารดาของเจ้าก้อนแป้ง" ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข ใบหน้างามยังคงยกยิ้มอย่างต่อเนื่องเมื่อกล่าวถึงบุตรในครรภ์
แม่ทัพหนุ่มไม่เคยได้เห็นมุมน่ารัก น่าเอ็นดูเช่นนี้ของหลิวลู่หลินเลยสักครั้ง นางช่างแตกแต่งไปจากที่เขาได้ยินมาจากถานจินหรง ชายหนุ่มรับรู้เพียงว่าฮูหยินเอกผู้นี้เกลียดชังเขาและบุตรในครรภ์ยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน ดวงตาคู่คมมองภรรยาสาวด้วยแววตาที่ต่างไปจากเดิม
"ขาดเหลือสิ่งใดก็ให้คนไปแจ้งพ่อบ้านหูได้เลย อย่าได้เกรงใจ" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจดี
"ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ที่เมตตาพวกเราแม่ลูก" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
"เมตตาอะไรกันเล่า เจ้าเป็นภรรยาข้า จวนของข้าก็เหมือนของเจ้า บุตรในครรภ์ของเจ้า ก็เป็นบุตรของข้า อย่าเอ่ยเช่นนั้นอีก ผู้ใดได้ยินเข้าจะหาว่าข้าใจไม้ไส้ระกำ ละเลยภรรยาท้องแก่ใกล้คลอดได้ลงคอ" หลี่จวิ้นเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ทราบแล้วเจ้าค่ะ" หญิงสาวก้มหน้ารับคำ พลันมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
"ท่านพี่ หรงเออร์เอาถุงหอมมาให้เจ้าค่ะ ตามหาอยู่ตั้งนานที่แท้ท่านมาเยี่ยมพี่หญิงนี่เอง" เสียงเล็กสดใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับคล้องแขนแข็งแรงของผู้เป็นสามี
"ไปเถิด อีกเดี๋ยวข้าต้องรีบเข้าวัง ชักช้าจะไม่ทันการ" ร่างใหญ่ตัดบทก่อนจะขืนตัวออกห่างแล้วเดินจากไป
ถานจินหรงถึงกับหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ สามีของนางไม่เคยทำท่าทีเย็นชาเช่นนี้เลยสักครั้ง หญิงสาวรีบหันขวับไปทางหลิวลู่หลินอย่างเอาเรื่อง
เจ้าของร่างในชุดสีชมพูอ่อนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา หญิงสาวยักไหล่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินเข้าเรือน
สาสมใจยิ่งนัก!
ชอบแสดงงิ้วนักใช่หรือไม่?
ได้เลย! ข้าจะร่วมแสดงด้วย
แต่ครั้งนี้ผู้ชนะจะต้องมีเพียง'หลิวลู่หลิน' คนเดียวเท่านั้น
