ตอนที่ 3 ล่าสัตว์
ต้นไม้ในภูเขาด้านหลังเจริญเติบโตอย่างหนาแน่น บดบังแสงแดดเกือบทั้งหมด ทำให้อุณหภูมิค่อนข้างเย็นสบาย
โจวหรูอันแบกจอบเดินไป พลางมองสำรวจบริเวณโดยรอบไปเรื่อยๆ เมื่อเดินเข้าป่าลึกไปสักพัก ในที่สุดก็เห็นกระต่ายป่าและไก่ป่าหลายตัว
เธอวางจอบลง หยิบก้อนหินขนาดพอดีมือจากพื้น หรี่ตาลงและขว้างไปที่กระต่ายป่าในพุ่มหญ้าที่ไม่ไกลนัก
ตุบ!
โชคดีที่ทักษะการใช้อาวุธของเธอยังมีความแม่นยำเหมือนกับชาติก่อน จึงทำให้ขว้างไปถูกกระต่ายป่าพอดี
โจวหรูอันเดินไปเก็บกระต่ายป่า หาหญ้ามาปั้นเป็นเชือกอย่างง่ายๆ มัดกระต่ายไว้ จากนั้นก็ทำซ้ำวิธีเดิม ล่ากระต่ายป่าได้อีกหลายตัว และไก่ป่าได้อีกหนึ่งตัว
เมื่อเงยหน้ามองพระอาทิตย์ก็เห็นว่าเป็นเวลาเกือบเย็นแล้วโจวหรูอันจึงหิ้วซากกระต่ายป่าและไก่ป่าเดินหลบเลี่ยงสายตาคนอื่นจนกลับมาถึงที่บ้าน ก็รีบซ่อนเนื้อสัตว์ป่าไว้ใต้เตียงทันที เพราะใต้เตียงนั้นมืดจนมองไม่เห็นอะไร
ส่วนครอบครัวนี้อย่าหวังเลยว่าเธอจะแบ่งให้กิน!
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วจึงถือจอบกลับไปยังไร่นา
เมื่อนางฉีเห็นลูกสาวก็เริ่มต้นด่าทออีกครั้ง “หายหัวไปไหนมาอีก แกนี่มันทำอะไรชักช้า ไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง”
โจวหรูอันขี้เกียจที่จะเงยหน้าขึ้นมอง จึงปล่อยให้คำด่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
นางฉีด่าทออยู่ครู่หนึ่ง เห็นโจวหรูอันไม่ตอบสนองก็รู้สึกเบื่อ จึงหันไปทำงานของตัวเองต่อ
หลังจากกลับมาจากทุ่งนาและกินอาหารเย็น ทุกคนก็กลับไปพักผ่อนในห้องของตัวเอง
โจวหรูอันไม่ได้นอน แต่รอจนทุกคนหลับสนิทแล้วจึงหยิบมีดในครัวและแอบนำเนื้อสัตว์ป่าใส่ตะกร้าสะพายหลังออกจากบ้าน เธอใช้แสงจันทร์นำทางเดินไปยังลำธารเล็ก ๆ นอกหมู่บ้าน และเริ่มจัดการกับกระต่ายป่าและไก่ป่าเหล่านั้น
ใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงในในที่สุดก็ทำความสะอาดเนื้อกระต่ายป่าและไก่ป่าจนสะอาด เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเธอก็สะพายตะตร้ามุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ
…
ตอนที่เดินมาถึงในตัวเมืองก็เป็นเวลาฟ้าใกล้สาง มีหลายคนตื่นขึ้นมาแล้วโจวหรูอันเลือกสถานที่แถวหอพักของโรงงาน เธอเห็นผู้หญิงหลายคนถือตะกร้าเดินออกมาจากหอพัก เธอจึงเปิดปากถามเสียงเบา "พี่สาวคะ สนใจเนื้อกระต่ายสด ๆ ไหมคะ"
เสียงของโจวหรูอันไม่ดัง แต่เพียงพอที่จะทำให้พวกเธอได้ยิน
"เธอขายเนื้อกระต่ายเหรอ" ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งถาม
โจวหรูอันวางตะกร้าสะพายหลังลงตรงหน้าพวกเธอ และหยิบกระต่ายป่าที่ทำความสะอาดแล้วออกมาตัวหนึ่ง "ใช่ค่ะ! ทุกตัวอ้วนมาก แถมยังราคาถูกด้วย ห้าเหมาต่อตัวเท่านั้นค่ะ!"
โจวหรูอันจงใจเลือกกระต่ายป่าที่อ้วนที่สุด หลังจากถอนขนแล้ว เนื้อก็ยังดูเยอะมาก กระต่ายทั้งตัวมีน้ำหนักไม่น้อย และราคาห้าเหมาก็ไม่แพงจนเกินไป
"ลดราคาลงหน่อยสิ" ผู้หญิงวัยสามสิบอีกคนต่อรอง
โจวหรูอันกล่าวด้วยความลำบากใจ "พี่สาวคะ เนื้อกระต่ายของฉันทั้งนุ่มและอ้วนขนาดนี้ ห้าเหมาก็ถือว่าถูกมากแล้วนะคะ เนื้อหมูราคาชั่งละหนึ่งหยวนห้าเหมา เนื้อกระต่ายของฉันไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่งแน่นอน ถ้าพี่สาวอยากได้ก็เอาไปเลยตัวหนึ่ง กินได้หลายมื้อเลยนะคะว่าไหม"
คำพูดของเธอหมายความว่าจะไม่ลดราคาอีกแล้ว ผู้หญิงหลายคนมองหน้ากัน สุดท้ายก็ยอมจ่ายห้าเหมาซื้อเนื้อกระต่ายไปทั้งตัว
เหลือเนื้อกระต่ายสามตัวและเนื้อไก่ป่าหนึ่งตัวในตะกร้าสะพายหลัง เนื้อไก่ป่ามีน้อยกว่าเนื้อกระต่าย เธอจึงขายไปในราคาสามเหมา สรุปได้ว่าเนื้อกระต่ายสิบตัวและเนื้อไก่ป่าหนึ่งตัว ขายได้รวม ห้าหยวนสามเหมา
โจวหรูอันมองเงินในมือ นับอย่างละเอียดและเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านใน และรีบสะพายตะกร้ากลับไปที่หมู่บ้าน
เมื่อกลับไปถึงท้องฟ้าก็สว่างแล้วโจวหรูอันวางตะกร้าไว้ที่หลังบ้าน ตอนนี้นางฉีและโจวเหวินต้าไปทำงานในไร่แล้ว
ส่วนพี่ใหญ่ก็ขี่จักรยานพาน้องชายทั้งสองไปโรงเรียน
โจวหรูอันไม่ได้คิดจะไปช่วยงานพวกพ่อกับแม่ หญิงสาวเตรียมมีดขนาดเล็กติดตัวไปด้วย อีกทั้งยังใช้เศษยางในรถจักรยานอันเก่าทำหนังสติ๊กอย่างง่าย ๆ ให้ตัวเอง เธอพกหินก้อนเล็ก ๆ ไว้ในกระเป๋า ก่อนจะตรงไปยังภูเขาด้านหลังทันที
ครั้งนี้เมื่อมีอุปกรณ์ช่วยจึงทำให้ยิงกระต่ายได้อย่างแม่นยำมากกว่าเดิม โดยไม่รู้ตัวเธอก็เดินลึกเข้าไปในภูเขา
‘ครืด ๆ….’
โจวหรูอันหยุดการเคลื่อนไหว เธอค่อย ๆ แหวกพุ่มหญ้าสูงหนึ่งเมตรข้างหน้า มองไปยังต้นเสียงก็เห็นหมูป่าตัวใหญ่กำลังก้มหน้ากินอาหาร เขี้ยวสองซี่นั้นดูน่ากลัวเป็นพิเศษ ดวงตาของโจวหรูอันเป็นประกาย
ราคาเนื้อหมูในยุคนี้ไม่ถูกนัก เนื้อหมูหนึ่งชั่งต้องใช้เงินหนึ่งหยวนห้าเหมา หมูป่าตรงหน้าหนักอย่างน้อยหนึ่งร้อยชั่ง แม้จะขายแค่หนึ่งหยวนต่อชั่ง สุดท้ายก็จะได้เงินมากกว่าหนึ่งร้อยหยวน!
โจวหรูอันรู้สึกเห็นเงินมาลอยอยู่ตรงหน้า ตอนนี้เธอจนมาก จะปล่อยหมูป่าตัวนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด!
คนธรรมดาเห็นหมูป่าคงกลัวจนวิ่งหนีไม่ทัน แต่สำหรับโจวหรูอัน เธอไม่กลัวอะไรเลย หญิงหยิบมีดพกขนาดเล็กในมือ วิ่งออกไปอย่างว่องไว กระโดดขึ้นหลังหมูป่า เล็งไปที่ดวงตาและแทงลงไปอย่างแรง!
หมูป่าร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดที่ไม่คาดคิด มันวิ่งหนีไปทั่วโจวหรูอันจับหูหมูป่าไว้แน่น แล้วพลิกตัวแทงดวงตาอีกข้างของมันจนบอด กลิ่นเลือดเข้มข้นแพร่กระจายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
หมูป่าที่ตาบอดวิ่งชนต้นไม้ไปทั่วโจวหรูอันเกือบถูกเหวี่ยงตกหลายครั้ง เธอเกาะอยู่บนหลังหมูป่า ใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย
ผ่านไปกว่าสิบนาที ในที่สุดหมูป่าก็ล้มลง
โจวหรูอันนอนหอบหายใจอยู่บนพื้น ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปเพราะขาดสารอาหาร เธอเกือบถูกเหวี่ยงตกหลายครั้ง แขนทั้งสองข้างชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้วเพราะออกแรงมากเกินไป
นอนอยู่สักพักโจวหรูอันก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างช้า ๆ มองดูซากหมูป่าที่อยู่บนพื้นและเริ่มครุ่นคิด
หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่สามารถลากกลับบ้านได้แน่นอน ถ้าปล่อยทิ้งไว้ในภูเขาด้านหลังก็ไม่รู้ว่าจะถูกสัตว์อื่นคาบไปหรือไม่
โจวหรูอันขมวดคิ้วเล็กน้อย จับเขี้ยวหมูป่าข้างหนึ่ง ลากมันอย่างยากลำบาก หาที่ลับตาซ่อนมันเอาไว้ จากนั้นก็หาใบสาบเสือ ที่มักใช้ดับกลิ่นคาวเลือด มาบดขยี้ทั้งหมดด้วยหินจนกลายเป็นน้ำข้นเขียว แล้วเอาไปโรยรอบบริเวณที่ซ่อนสัตว์ป่าไว้ เพื่อไม่ให้กลิ่นคาวเลือดดึงดูดสัตว์ร้ายหรือคนที่อาจผ่านมาเจอ
หลังจากทำเสร็จโจวหรูอันก็ไปยิงกระต่ายป่ามาอีกสามตัววางไว้ข้างหมูป่า เมื่อถึงเที่ยงวันเธอก็กลับบ้านไปอย่างไม่เร่งรีบ