ตอนที่ 4 ขายเนื้อ
ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้าน ก็มีวัตถุบางอย่างพุ่งเข้ามาใส่โจวหรูอันรีบหลบไปด้านข้าง สิ่งนั้นตกลงบนพื้นถึงได้เห็นว่ามันเป็นหินก้อนใหญ่ทีเดียว ถ้าโดนใบหน้าคงหัวแตกเลือดออกแน่นอน
"แกยังรู้ว่าต้องกลับมาอีกเหรอไปตายที่ไหนมาไม่รู้เหรอว่าที่บ้านงานยุ่ง แกยังเที่ยววิ่งไปทั่ว คราวนี้ฉันจะตีขาของแกให้หักเลย!" นางฉีถือท่อนไม้เดินเข้ามาหาโจวหรูอันด้วยความโกรธ
โจวหรูอันไม่พูดอะไรสักคำ หันหลังเดินออกไปทันที
นางฉีไล่ตามไปที่ประตู และพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน"วันนี้ถ้าแกกล้าออกไปก็ไม่ต้องกลับมาอีก! ฉันจะถือว่าไม่เคยมีคนอย่างแกเป็นลูก นางคนอกตัญญู!"
เพราะเป็นเวลาอาหารกลางวัน เพื่อนบ้านรอบข้างจึงอยู่บ้าน เมื่อได้ยินเสียงดังของนางฉีก็รีบวิ่งออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพวกเขาก็เห็นนางฉีถือท่อนไม้ด้วยสีหน้าโกรธแค้น
"แม่เหิงเอ๋อร์ เป็นอะไรไปทำไมถึงโกรธขนาดนี้"
นางฉีหอบหายใจด้วยความโกรธ"จะเป็นอะไรไปได้! ก็นางลูกทรพีที่ไม่เชื่อฟังนั่นแหละ! หายไปตั้งแต่เช้า ไม่เห็นเงาหัวเลย จนเที่ยงวันถึงจะกลับมาฉันกับพ่อของมันทำงานในไร่เหนื่อยแทบตาย แต่มันกลับหนีไปเที่ยว!"
เพื่อนบ้านได้ยินก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อม "เป็นไปไม่ได้หรอก นางหนูหรูอันคนนั้นไม่ใช่เด็กที่เชื่อฟังที่สุดเหรอหน้าหนาวก็ช่วยซักเสื้อผ้า จนมือแข็ง หน้าร้อนเธอกับเหวินต้าไปนอนพักผ่อนก็มีแต่เด็กคนนั้นที่ยังคงทำงานในนา..."
"นั่นไม่ใช่สิ่งที่มันควรทำเหรอฉันเลี้ยงดูมันมาจนโต ให้มันมีข้าวกินมีเสื้อใส่ แค่ช่วยทำงานนิดหน่อยแค่นี้มันไม่ตายหรอก!" นางฉีตะโกนเสียงดัง
พวกเขาที่เป็นเพื่อนบ้านก็เห็นว่า นางฉีปฏิบัติต่อโจวหรูอันอย่างไร นางฉีสั่งให้โจวหรูอันทำอะไร เด็กสาวก็ทำตาม กินน้อยที่สุด แต่ทำงานไม่น้อยกว่านางฉีเลยด้วยซ้ำ
หลายวันก่อนเธอไปยืมของที่บ้านตระกูลโจวก็ยังเห็นโจวหรูอันดื่มน้ำแกงใส ๆข้าวก็แทบไม่มี ให้ลูกสาวทำงานหนักขนาดนี้ อย่างน้อยก็ควรให้กินเยอะหน่อยสิ
น่าสงสารโจวหรูอันตอนนี้อายุสิบเจ็ดใกล้จะสิบแปดปี แต่ดูเหมือนอายุแค่สิบห้าปีเท่านั้น ช่าง บาปกรรมจริง ๆ!
"แต่โจวหรูอันบ้านเธอ ฉันเห็นว่ามันกตัญญูและเชื่อฟังดีนะ...ไม่เห็นเป็นลูกทรพีอย่างที่เธอบอกเลย" ผู้หญิงข้าง ๆ กล่าว
นางฉีถ่มน้ำลายใส่"กตัญญูอะไร! ทำให้แม่มันโกรธขนาดนี้ยังจะกตัญญูอีกเหรอถ้ามันกล้าไปวันนี้ แล้วมันกลับมาอีก ฉันจะตีขาของมันให้หัก!"
ผู้หญิงคนนั้นฟังแล้วก็ส่ายหัวเล็กน้อย ไม่พูดอะไรอีก หันหลังกลับเข้าบ้านตัวเองไป
นางฉีฮึดฮัดเดินกลับเข้าลานบ้าน ปิดประตูเสียงดัง ตั้งใจเอาไว้ว่า ตอนที่นางลูกทรพีหิวจนทนไม่ไหวแล้วกลับมา เธอจะต้องสั่งสอนมันอย่างหนัก!
นางฉีมั่นใจว่าโจวหรูอันจะต้องกลับมาแน่นอน!
…..
โจวหรูอันออกจากบ้านโจวก็ตรงไปที่ภูเขาด้านหลังทันที เธอเก็บฟืนได้จำนวนมาก และแหวกหญ้าที่ปกคลุมหมูป่าออก เลือกกระต่ายป่าตัวหนึ่งจัดการทำความสะอาด ก่อกองไฟและย่างกระต่ายป่า ไม่นานกลิ่นหอมของเนื้อย่างก็ลอยออกมา เนื้อกระต่ายเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง ดูน่ากินมาก เสียดายที่ไม่มีเครื่องปรุงรส ไม่อย่างนั้นรสชาติคงจะดีกว่านี้
โจวหรูอันคิดอย่างเสียดาย ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปขายเนื้อที่ตัวเมือง แล้วซื้อเครื่องปรุงรสกลับมาเก็บไว้
หลังจากกินอาหารกลางวันแล้วโจวหรูอันก็เดินสำรวจภูเขาด้านหลังต่อ ภายในภูเขามีของมากมาย นอกจากสัตว์ป่าแล้ว ยังมีผลไม้ป่าและสมุนไพรป่าอีกด้วย
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดโจวหรูอันก็ย่างไก่ป่าอีกตัวเป็นอาหารเย็น เมื่อค่ำมืดลงแล้ว เธอก็ลากหมูป่าไปที่ลำธารจัดการทำความสะอาด ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการทำความสะอาดอย่างหมดจด ไส้หมู เครื่องในหมู ตีนหมู และของอื่น ๆ ถูกแยกเก็บไว้ต่างหาก
หลังจากทำเสร็จโจวหรูอันปีนกำแพงกลับไปที่บ้าน หยิบตะกร้าสะพายหลังที่วางอยู่ในลานบ้านออกมา เนื้อหมูป่ามีมากเกินไปใส่ไม่หมดโจวหรูอันจึงใส่เนื้อหมูประมาณแปดชั่ง และเนื้อกระต่ายป่าห้าตัว จากนั้นก็สะพายตะกร้ามุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ
โจวหรูอันตั้งราคาเนื้อหมูป่าหนึ่งหยวนต่อหนึ่งชั่ง เนื้อกระต่ายป่า ห้าเหมาต่อตัว เธอขายหมดอย่างง่ายดาย วันนี้ทำเงินได้ประมาณ สิบหยวน รวมกับที่ได้เมื่อวานก็มีเกือบสิบหกหยวนแล้ว
หลังจากขายเนื้อเสร็จโจวหรูอันไม่รีบกลับ แต่ถือเงินเดินสำรวจในตัวอำเภอ ร้านอาหารของรัฐและห้างสรรพสินค้ายังไม่เปิด
หลังเดินสำรวจรอบหนึ่ง พบว่าคนในตัวอำเภอยังไม่มีใครคิดที่จะขายของเพื่อทำเงินเลย
คงเป็นเพราะว่านโยบายเพิ่งเปลี่ยนแปลง จึงไม่มีใครกล้าเป็นคนแรกที่ลองทำ
โจวหรูอันอยู่ในตัวอำเภอจนกระทั่งร้านอาหารของรัฐเปิด กินอาหารเช้าหนึ่งมื้อ ใช้เงินไปหนึ่งหยวนในทันที
กินข้าวไปพลางถอนหายใจ เงินนั้นช่างหายาก แต่ใช้กลับง่ายกว่า ตอนนี้ยังไม่มีเงินมากพอที่จะเช่าห้อง ดังนั้นช่วงนี้คงต้องนอนในป่าไปก่อน
โจวหรูอันกินอาหารเสร็จก็ไปซื้อเครื่องปรุงรสจำพวก เกลือ น้ำส้มสายชู และยังซื้อน้ำผึ้งขวดเล็กอีกหนึ่งขวด ใช้เงินไปอีกสามหยวน เธอเก็บของไว้เป็นอย่างดี แบกตะกร้าสะพายหลังกลับไปที่หมู่บ้าน