บท
ตั้งค่า

บทที่ 2: สามีที่กลับมาก่อนกำหนด

เสียงลมหวีดหวิวพัดกรรโชกผ่านช่องหน้าต่างกระดาษที่ขาดวิ่นเข้ามาในห้องนอน แม้หลินหว่านจะพยายามข่มตาหลับเพื่อพักผ่อนร่างกายที่อ่อนล้า แต่เสียงเอะอะโวยวายที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จากลานบ้านก็ปลุกสัญชาตญาณการต่อสู้ของเธอให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากที่หายตกตะลึงกับการลุกฮือของลูกสะใภ้รอง แม่เฒ่าโจวไม่ได้สำนึกผิดแม้แต่น้อย แต่นางกลับเลือกใช้วิธีสกปรกที่สุดของผู้หญิงปากตลาดในยุคนี้ นั่นคือการ "ตบตีโพยตีพายเรียกร้องความสนใจ"

"สวรรค์ช่วยด้วย! ใครก็ได้มาดูหน่อย! สะใภ้บ้านนี้มันจะฆ่าแม่ผัวแล้ว! อกตัญญูจริงๆ เลี้ยงเสียข้าวสุก!"

เสียงร้องโหยหวนของแม่เฒ่าโจวดังลั่นไปทั่วหมู่บ้านซิ่งฮวาที่เงียบสงบในยามเย็น ชาวบ้านร้านตลาดที่กำลังเลิกงานหรือเตรียมตัวกินข้าวเย็นต่างพากันชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้างก็เดินมายืนมุงที่หน้ารั้วบ้านตระกูลโจว

หลินหว่านถอนหายใจยาว เธอลุกขึ้นจากเตียงเตาเย็นชืด เดินไปหยิบไม้กวาดด้ามแข็งที่มุมห้องมากระชับในมือแน่น แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น

ในชาติก่อน เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เธอจะรีบวิ่งออกไปคุกเข่าขอโทษ ยอมรับผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร เพื่อรักษาหน้าตาของตระกูลโจวและชื่อเสียงของสามี แต่ผลลัพธ์คือชาวบ้านต่างตราหน้าว่าเธอเป็น "สะใภ้ที่ไม่ได้เรื่อง" จริงๆ ตามคำใส่ร้าย

แต่ชาตินี้ หน้าตาเหรอ? ชื่อเสียงเหรอ? กินได้ไหม? ถ้าจะต้องฉีกหน้ากากตระกูลโจวให้คนทั้งหมู่บ้านเห็นธาตุแท้ เธอก็พร้อมจะทำ!

หลินหว่านกระชากประตูห้องเปิดออก แล้วเดินดุ่มๆ ออกไปที่ลานบ้าน

ภาพที่เห็นคือแม่เฒ่าโจวนั่งแปะอยู่กับพื้นหิมะ เอามือตบขาตัวเองพลางร้องไห้ฟูมฟาย โดยมีสะใภ้ใหญ่ยืนทำหน้าเศร้าคอยประคองอยู่ข้างๆ และมีชาวบ้านมุงดูอยู่เต็มรั้ว

"ดูสิคะทุกคน! ดูมันเดินออกมา! หน้าตามันเหมือนคนสำนึกผิดไหม? มันถือไม้กวาดจะมาตีแม่ผัวอีกแล้ว!" สะใภ้ใหญ่ชี้นิ้วมาที่หลินหว่าน พยายามใส่ไฟ

ชาวบ้านเริ่มซุบซิบ "สะใภ้รองปกติดูหัวอ่อนนี่นา ทำไมวันนี้ดูดุจัง?" "หรือแม่เฒ่าโจวจะรังแกหนักเกินไป? ได้ข่าวว่าใช้งานเยี่ยงทาส" "แต่จะถือไม้กวาดขู่แม่ผัวมันก็เกินไปนะ นั่นมันอกตัญญูนะ"

หลินหว่านไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เธอยืนปักหลักอยู่กลางลานบ้าน ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาเกาะบนผมสีดำขลับ ร่างกายผอมบางในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ดูน่าทะนุถนอมแต่กลับแผ่รังสีเด็ดเดี่ยวออกมา

"ร้องพอหรือยังคะ?" หลินหว่านถามเสียงเรียบ "ถ้ายังไม่พอ ก็ร้องให้ดังกว่านี้อีก ให้ชาวบ้านเขารู้กันให้หมดว่า ลูกชายคนโตของแม่ที่เป็นทหารส่งเงินมาให้เดือนละเท่าไหร่ และแม่เอาไปทำอะไรหมด ส่วนสะใภ้อย่างฉันได้กินอะไรบ้าง!"

เสียงของเธอไม่ได้ตะโกน แต่มันกังวานและเฉียบขาดจนแม่เฒ่าโจวชะงักเสียงร้องไห้

"แก แกกล้าประจานฉันเหรอ!" แม่เฒ่าโจวลุกพรวดขึ้นมาชี้หน้าด่า "ฉันเป็นแม่สามีแกนะ! ฉันจะจัดการเงินยังไงมันก็เรื่องของฉัน!"

"เรื่องของแม่งั้นเหรอ? เงินนั่นคือเลือดเนื้อของโจวเฉิง! เขาเสี่ยงชีวิตอยู่ชายแดนเพื่อให้ครอบครัวอยู่ดีกินดี แต่แม่กลับเอาไปปรนเปรอน้องสามีกับหลานชายคนโต ปล่อยให้เมียเขาอดตาย!"

หลินหว่านก้าวเข้าไปหาหนึ่งก้าว สายตาคมกริบจ้องมองไปที่พี่สะใภ้ใหญ่ "แล้วพี่สะใภ้ใหญ่ เสื้อนวมตัวใหม่ที่ลูกชายพี่ใส่อยู่ เอาเงินมาจากไหน? ไม่ใช่เงินเดือนเดือนล่าสุดของสามีฉันเหรอ? แล้วดูเสื้อฉันสิ!"

เธอกางแขนออก เผยให้เห็นเสื้อนวมตัวเก่าที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือเนื้อผ้าเดิม นุ่นข้างในลีบแบนจนกันหนาวแทบไม่ได้

ชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนท่าที สายตาที่มองมาทางแม่เฒ่าโจวเริ่มมีความเคลือบแคลงสงสัย

"นังแพศยา! วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึก!" แม่เฒ่าโจวทนความอับอายไม่ไหว คว้าไม้ฟืนท่อนหนึ่งพุ่งเข้ามาจะฟาดหลินหว่าน

หลินหว่านกระชับไม้กวาดในมือแน่น เตรียมจะสวนกลับ เธอจะไม่ยอมเจ็บตัวฟรีๆ อีกแล้ว ถ้าแม่เฒ่าโจวกล้าตี เธอจะฟาดคืนให้เจ็บกว่า!

บรื้นนนนน!

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขัดจังหวะความวุ่นวาย แสงไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามาที่ลานบ้านจนแสบตา ทุกคนชะงักค้างและหันไปมองที่หน้าประตูรั้วเป็นตาเดียว

รถจี๊ปทหารสีเขียวขี้ม้าคันใหญ่แล่นมาจอดที่หน้าบ้านตระกูลโจวอย่างสง่างาม บนตัวถังรถมีตัวอักษรสีขาวพ่นไว้ บ่งบอกว่าเป็นรถของหน่วยงานกองทัพ

ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก รองเท้าบูทหนังสีดำมันวับเหยียบลงบนพื้นหิมะ ตามด้วยร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ททหารตัวยาวสีเขียวเข้ม

ชายหนุ่มผู้มาเยือนมีรูปร่างสูงโปร่งแต่บึกบึน ไหล่กว้างตั้งตรงราวกับภูผา ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาดำขรึมลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง บนบ่ามีดาวประดับยศบ่งบอกสถานะที่ไม่ธรรมดา

บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบและกดดันยิ่งกว่าพายุหิมะ ทำให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต้องแหวกทางให้อัตโนมัติด้วยความเกรงขาม

โจวเฉิง!

หลินหว่านเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ เขากลับมาแล้ว? ทำไมถึงกลับมาตอนนี้? ในความทรงจำของเธอ เขาควรจะกลับมาในอีก 3 เดือนข้างหน้าตอนที่เธอเริ่มป่วยหนักและแท้งลูกของเขาไปแล้ว หลังจากนั้นเธอก็ถูกกล่าวหาว่าคบชู้ เขาไม่แม้แต่จะฟังเธออธิบายก็หันหลังจากไปทันที ทิ้งให้เธออยู่กับตระกูลหน้าเลือดนี้จนตายอย่างอนารถ แม้แต่ตอนเธอตายไปเขาก็คงยังไม่รู้เรื่องนี้กระมัง

การปรากฏตัวของโจวเฉิงทำให้สถานการณ์พลิกผันทันที

แม่เฒ่าโจวที่เมื่อครู่ยังถือไม้ฟืนจะตีนางเอก พอเห็นลูกชายคนรองที่มียศมีตำแหน่งกลับมา นางก็ทิ้งไม้ฟืนลงพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยท่าทางน่าสงสารที่สุด เปลี่ยนสีหน้าจากนางยักษ์เป็นแม่พระผู้ถูกรังแกได้ในพริบตา

"อาเฉิง! ลูกแม่! ในที่สุดแกก็กลับมา!" แม่เฒ่าโจวโผเข้าไปเกาะแขนลูกชาย น้ำตาไหลพราก "แกต้องให้ความเป็นธรรมกับแม่นะ! ดูเมียแกสิ ดูนังหลินหว่านมันทำกับแม่! มันด่าแม่ มันจะเอาไม้กวาดตีแม่! ฮืออออ แม่ไม่อยากอยู่แล้ว!"

พี่สะใภ้ใหญ่รีบเสริมทันควัน "ใช่ค่ะน้องรอง น้องสะใภ้เธอก้าวร้าวมาก พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เธอก็อาละวาดจะพังบ้าน"

ชาวบ้านต่างกลั้นหายใจรอชม โจวเฉิงขึ้นชื่อว่าเป็นคนกตัญญูและเคร่งขรึม เขาคงไม่ปล่อยให้เมียตัวเองรังแกแม่แน่ๆ งานนี้หลินหว่านคงโดนหนัก

หลินหว่านยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือที่กำไม้กวาดชื้นเหงื่อ เธอเม้มริมฝีปากแน่น เตรียมใจรับคำด่าทอ หรือแม้กระทั่งการขอหย่า เพราะในชาติก่อนเขาไม่เคยพูดอะไรเพื่อเธอเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่เธอโดนเอาเปรียบเขาก็แค่ทำสีหน้ารำคาญ แล้วก็ลากเธอเข้าห้อง แทนที่จะต่อว่าคนที่หาเรื่อง เอาสิ.. ชาตินี้ ถ้าเขาจะเชื่อแม่เขาเหมือนชาติก่อน ก็ให้มันจบกันตรงนี้เลย!

โจวเฉิงยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นหิน ใบหน้าเรียบเฉยอ่านอารมณ์ไม่ออก เขาปล่อยให้แม่เกาะแขนร้องไห้อยู่ครู่หนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ลานบ้าน มองไม้ฟืนที่ตกอยู่พื้น มองชาวบ้านที่มุงดู และสุดท้าย

สายตาของเขามาหยุดอยู่ที่ร่างผอมบางกลางลานหิมะ

หญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ภรรยาของเขา

เธอดูผอมกว่าในความทรงจำมาก ใบหน้าซีดเซียว เสื้อผ้านั่นก็บางจนน่าใจหาย มือเล็กๆ ที่กำด้ามไม้กวาดนั้นแดงช้ำและมีแผลแตกจากความเย็น

ความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วหัวใจของชายหนุ่มราวกับถูกมีดกรีด เขาจำได้แม่นว่าในชาติก่อน ตอนที่เขากลับมา เธอป่วยหนักจนแทบจำเขาไม่ได้ และจากเขาไปตลอดกาล ภาพความตายของเธอยังตามหลอกหลอนเขาทุกคืนแม้กระทั่งตายไปแล้วภาพการถูกรังแกจากครอบครัวนี้ก็ยังปรากฏให้เขาเห็นจนฝั่งใจ มือหนากำแน่น..แล้วหันมองมารดา

"อาเฉิง! แกต้องจัดการมันนะ! ไล่มันออกจากบ้านไปเลย!" แม่เฒ่าโจวยุแยงเมื่อเห็นลูกชายเงียบไป

แต่แล้ว... สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น

โจวเฉิงแกะมือแม่ออกจากการเกาะกุมแขนเสื้อของเขาอย่างสุภาพแต่หนักแน่น เขาไม่ได้พูดอะไรกับแม่แม้แต่คำเดียว แต่กลับก้าวเท้าเดินฝ่าหิมะตรงดิ่งไปหาหลินหว่าน

ตึก ตึก ตึก

เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดังเป็นจังหวะที่บีบหัวใจ หลินหว่านเงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เธอกระชับไม้กวาดแน่นขึ้น ตั้งท่าป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ

"อย่าเข้ามานะ" เธอขู่เสียงเบา แต่เสียงนั้นสั่นเครือ

โจวเฉิงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างกายสูงใหญ่ของเขาบดบังลมหนาวและหิมะให้เธอจนหมดสิ้น เขาก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ แปลกไป มันไม่ใช่สายตาเย็นชาหรือตำหนิ แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความรู้สึกผิด และความเจ็บปวดที่ลึกซึ้งจนหลินหว่านอ่านไม่ออก

"คุณ" หลินหว่านกำลังจะเอ่ยปากถาม

แต่โจวเฉิงกลับยื่นมือใหญ่ที่หยาบกร้านจากการจับปืนมาคว้าด้ามไม้กวาดออกจากมือเธอ แล้วโยนมันทิ้งไปด้านข้างเบาๆ

จากนั้น มือหนาคู่นั้นก็กอบกุมมือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยบาดแผลของเธอขึ้นมาประคองไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับเธอมิใช่หญิงสาวก้าวร้าวที่กำลังอาละวาด แต่เป็นแก้วตาดวงใจที่เปราะบางที่สุด

ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดมาสู่มือที่หนาวเหน็บของเธอ

"มือ" เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้นเป็นคำแรก มันแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "มือคุณแตกหมดแล้ว เจ็บไหม?"

คำถามนั้นดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัดของลานบ้าน

หลินหว่านเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ เธอคาดหวังคำด่า คำต่อว่า หรือสายตาผิดหวัง แต่เขากลับถามว่า เจ็บไหม?

แม่เฒ่าโจวและพี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนรอดูฉากลูกชายตบเมีย ถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้ ชาวบ้านที่มุงดูก็ต่างพากันขยี้ตาว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า

"โจวเฉิง คุณ" หลินหว่านพูดไม่ออก ความเข้มแข็งที่สร้างมาเป็นเกราะป้องกันเริ่มสั่นคลอน

โจวเฉิงไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น เขาถอดถุงมือหนังของตัวเองออก แล้วสวมมันให้กับมือที่แดงช้ำของหลินหว่านอย่างบรรจง นิ้วมือของเขาสัมผัสรอยแผลแตกบนหลังมือเธอแผ่วเบา นัยน์ตาคมเข้มวูบไหวด้วยความเจ็บปวด

"ผมกลับมาแล้ว" เขาพูดเสียงหนักแน่น แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่วางตา "ขอโทษที่มาช้า ต่อไปนี้ใครหน้าไหนก็รังแกคุณไม่ได้อีก"

ประโยคท้ายเขาจงใจพูดเสียงดังฟังชัด ให้ได้ยินไปถึงหูของทุกคนที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น

บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที จากสมรภูมิรบแม่ผัวลูกสะใภ้ กลายเป็นฉากรักที่ทำเอาคนดูงงเป็นไก่ตาแตก

แม่เฒ่าโจวหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ "อาเฉิง! นี่แก แกเห็นเมียดีกว่าแม่เหรอ! มันจะตีแม่นะ!"

โจวเฉิงหันกลับไปมองแม่ของตน คราวนี้สายตาของเขาเย็นเยียบจนแม่เฒ่าโจวรู้สึกหนาวสันหลังวาบ "แม่ครับ" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง "หลินหว่านเป็นภรรยาผม เป็นคนที่ผมแต่งงานด้วยเกียรติของชายชาติทหาร การที่เธอถือไม้กวาดสู้คนเดียวท่ามกลางคนรุมล้อมแบบนี้ แม่คิดว่าเธอทำเพราะความก้าวร้าว หรือเพราะเธอถูกบีบคั้นจนไม่มีทางเลือกกันแน่?"

คำพูดนั้นตบหน้าคนทั้งบ้านฉาดใหญ่

หลินหว่านมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังหน้าเธอไว้ด้วยความรู้สึกสับสนและมึนงง นี่ไม่ใช่โจวเฉิงคนที่เธอรู้จัก สามีใบ้ที่วันๆ เอาแต่พยักหน้าและเชื่อฟังแม่คนนั้นหายไปไหน? หรือว่า สวรรค์ไม่ได้ส่งแค่เธอคนเดียวที่ย้อนเวลากลับมา?

ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ ร่างสูงก็หันกลับมา แล้วช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นต่อหน้าทุกคน!

"ว้าย! คุณจะทำอะไร!" หลินหว่านร้องเสียงหลง รีบยกมือคล้องคอเขาเพราะกลัวตก

"เข้าบ้าน" โจวเฉิงตอบสั้นๆ "ข้างนอกมันหนาว คุณยืนนานไม่ได้"

เขาอุ้มเธอเดินผ่านหน้าแม่และพี่สะใภ้ที่ยืนตัวแข็งทื่อ ตรงดิ่งเข้าสู่ห้องนอนของพวกเขา โดยไม่ชายตามองใครอีกเลย ทิ้งให้เสียงซุบซิบและสายตาอิจฉาริษยาทำงานของมันต่อไป

ในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งและอบอุ่นนั้น หลินหว่านได้กลิ่นสบู่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา หัวใจที่เคยด้านชากลับมาเต้นระรัวอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่

ในขณะที่ด้านนอกยังมีเสียงด่าไม่หยุด...เพราะผิดแผนที่ตัวเองวางไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel