บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ความจริงอีกด้านหนึ่ง

หญิงสาวนิ่งงันไปเมื่อได้มองเห็นภาพตรงหน้า ยามนี้จวนตระกูลกวนช่างครึกครื้นยิ่งนัก มารดาของนางยังไม่ตาย ท่านแม่ให้กำเนิดนาง ครอบครัวช่างสุขสันต์ ต่อมานางซูก็ได้ให้กำเนิดกวนเสี่ยวถิงอีกคน ท่านพ่อของนางดีใจเป็นอย่างมากที่ภรรยาเอกและอนุคนโปรดให้กำเนิดทายาทแก่ตนในเวลาไล่เลี่ยกันไม่นาน

เหตุใดนางจึงมองเห็นภาพเหล่านี้กันนะ หรือเพราะนางคิดถึงอดีตหนหลังมากเกินไป!

กวนเยวี่ยหลันร้องอุทานในใจเบาๆ ในขณะที่นางกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ภาพก็ตัดสลับไปยังอีกที่หนึ่ง เป็นภาพที่ท่านแม่กำลังสนทนากับนางซูอยู่ในห้องนอนของตน

“จื่อรั่ว ข้าคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไปแล้วเพราะสุขภาพของข้าย่ำแย่ลงทุกปี ท่านพี่มีอนุหลายคนข้าไม่อาจวางใจพวกนางได้ จึงอยากขอร้องเจ้าให้ช่วยข้าเรื่องหนึ่ง แม้เจ้าจะเป็นน้องสาวต่างมารดาของข้า แต่อย่างไรก็นับว่าเป็นท่านน้าแท้ๆ ของเยวี่ยหลัน ข้ารู้ว่าเจ้ารักและเอ็นดูนางจากใจจริง จื่อรั่ว ข้าฝากเจ้าด้วยนะ ฝากดูแลบุตรสาวข้าที หลังจากที่ข้าตายไปแล้ว เจ้าต้องทำทุกทางให้ได้ขึ้นเป็นภรรยาเอกคนใหม่และกำจัดอนุพวกนั้นออกไปจากจวนเสีย อย่าให้เป็นภัยต่อเยวี่ยหลันในภายหลัง เจ้าทำได้หรือไม่?”

“พี่หญิง ฮึก ท่านอย่าเอ่ยวาจาไม่เป็นมงคลเช่นนี้ ข้ากลัวยิ่งนัก”

“ข้าเข้าใจ เดิมทีที่เจ้าต้องเข้ามาเป็นอนุก็เพราะข้า แทนที่จะได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่ดี แต่กลับต้องกลายมาเป็นอนุของผู้อื่นเช่นนี้ หากจะกล่าวตามจริงข้าเองที่เป็นฝ่ายติดค้างหนี้บุญคุณของเจ้า แล้วยังบังคับให้เจ้าต้องมาทำตามคำขอของข้าอีก ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย”

“พี่หญิงอย่าเอ่ยเช่นนี้ สิ่งใดที่ข้าทำเพื่อท่านได้ข้าล้วนยินดี หากไม่ใช่เพราะท่านออกหน้าช่วยเอาไว้ ข้าคงถูกท่านพ่อขายให้กับคหบดีชราและคงถูกทุบตีจนตายไปนานแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นท่านยังช่วยหาท่านหมอที่เก่งๆ มารักษามารดาของข้าจนหายป่วยอีกด้วย ทั้งที่ท่านเป็นบุตรที่เกิดจากฮูหยินใหญ่แต่กลับเมตตาข้าที่เป็นเพียงบุตรอนุแล้วยังดีต่อมารดาข้าและเสี่ยวถิงอย่างจริงใจ บุญคุณนี้ของท่านข้ายินดีตอบแทนด้วยชีวิต”

“จื่อรั่ว”

“พี่หญิงโปรดวางใจข้าจะรักและดูแลเยวี่ยหลันตลอดไป ไม่มีทางให้นางตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด”

“ขอบใจเจ้ามาก”

มารดาของนางยิ้มแย้มให้ซูจื่อรั่วและกอดน้องสาวต่างมารดาอย่างรักใคร่ ภาพนี้นางไม่เคยเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยามพบเจอหน้ากัน ท่านแม่จะพูดคุยสนทนากับนางซูเพียงไม่กี่คำเท่านั้น กับเหล่าอนุคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน ท่านแม่ไม่เคยเล่าให้นางฟังเลยว่าเรื่องราวมันเป็นมาเช่นไรกันแน่

นี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วเหตุใดท่านแม่ต้องปิดบังความจริงนี้กับนางด้วย!

หรือเพราะกลัวว่านางจะถูกอนุคนอื่นทำร้าย ท่านแม่จึงยอมให้นางซูแต่งเข้ามาเป็นอนุคนโปรด ให้นางซูตอบแทนบุญคุณของท่านแม่ด้วยการปกป้องนางให้ดีอย่างนั้นหรือ?

ท่านแม่ไว้ใจนางซูถึงเพียงนั้นเลยหรือ?

กวนเยวี่ยหลันมีท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนตายท่านแม่จับมือนางไปวางบนมือของนางซู และเหมือนจะบอกสิ่งสำคัญกับนาง แต่กลับสิ้นใจไปเสียก่อน บางทีท่านแม่อาจไม่ได้คิดจะปิดบังแต่ไม่ทันได้บอกความจริงกับนางต่างหาก

อยู่ๆ ภาพก็ตัดสลับไปตอนมารดาของนางตาย ตอนนั้นนางอายุสิบขวบเท่านั้น นางจำได้ว่าตนเองร้องไห้อย่างหนักหลังจากทราบว่าท่านแม่ตายจากไปแล้ว

“เยวี่ยหลันเด็กดี เจ้าอย่าร้องเลยนะ ต่อไปน้าซูจะคอยดูแลเจ้าเอง”

“ไสหัวไป นางสารเลว นางอนุชั้นต่ำ!”

นางในวัยเยาว์ด่าทอนางซูอย่างไม่ไว้หน้า อีกทั้งยังผลักนางซูจนล้มกระแทกพื้น ก่อนจะวิ่งหนีไปทันที แต่นางซูกลับไม่ได้โกรธเคืองนางเลยแม้แต่น้อย

“ฮูหยิน ท่านจะสนใจนางไปทำไมกัน ยามนี้ท่านได้เป็นฮูหยินคนใหม่แล้ว จะทำเช่นไรกับนางก็ไม่มีใครสนใจหรอกเจ้าค่ะ”

“หุบปาก! เป็นคนควรมีสัจจะ หากรับปากแล้วไม่ทำตามก็ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน จะชั่วจะดีเยวี่ยหลันก็คือหลานสาวแท้ๆ ของข้า หากเจ้ากล้าพูดเช่นนี้อีก ข้าจะขายเจ้าทิ้งเสีย”

“ฮูหยิน บ่าวไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ!”

ภาพตรงหน้าปรากฏขึ้นต่อเนื่องอีกหลายฉาก ทั้งยามที่นางซูแอบไปร้องไห้เพียงลำพังเพราะถูกนางด่าทอ และนางซูยังสั่งสอนกวนเสี่ยวถิงว่าห้ามด่าทอหรือทำร้ายพี่สาวของตนเด็ดขาด แม้แต่ตอนที่กวนเสี่ยวถิงได้รับพระราชทานสมรสกับเซียวลู่เฟย นางซูก็ยังคิดจะเอ่ยวาจาคัดค้าน แต่เพราะเป็นสมรสพระราชทานจากหลงตี้ ทำให้นางไม่อาจห้ามปรามได้ ทำได้เพียงร้องไห้เสียใจที่ตนเองผิดสัญญาต่อพี่สาวที่จะดูแลและมอบสิ่งดีๆ ให้กับหลานสาวของตน

นางใช้ร่างกายยั่วยวนท่านพ่อเพื่อมัดใจ จากนั้นก็จัดการกำจัดเหล่าอนุชั่วที่คิดจะทำลายคนในครอบครัวออกไปจนหมด นางมีโอกาสกำจัดกวนเยวี่ยหลันแต่กลับไม่คิดจะทำเลยสักครั้ง

กวนเยวี่ยหลันที่ได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างถึงกับทรงตัวไม่อยู่ นางคุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ที่ผ่านมานางไม่เคยมองท่านน้าผู้นี้ในแง่ดีเลยสักครั้ง นางคิดเพียงว่านางซูคือตัวต้นเหตุหายนะที่นางได้รับ แต่แท้จริงแล้วทิฐิในใจของนางต่างหากที่ทำลายตัวของนางเอง แม้แต่กวนเสี่ยวถิง มีครั้งหนึ่งนางเห็นเองกับตาว่ากวนเสี่ยวถิงคิดจะลงมือกับนาง แต่เหมือนเด็กสาวจะคิดสิ่งใดขึ้นมาได้จึงไม่ทำ ปล่อยให้นางตบตีอยู่ฝ่ายเดียว แท้จริงไม่ใช่เพราะกวนเสี่ยวถิงไม่สู้คน แต่เพราะยึดมั่นคำสอนที่นางซูสั่งเอาไว้อย่างเคร่งครัดต่างหาก

แม้แต่ยามที่ใกล้จะหมดลม ภาพที่นางเห็นก็คือนางซูไม่ได้ร้องเรียกเสี่ยวถิง แต่กลับร้องเรียกหานาง บอกว่าทำผิดต่อพี่สาวและหลานสาวอย่างสุดซึ้ง

ทั้งที่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่ความผิดของนางซูเลย นางน่าสงสารด้วยซ้ำที่ต้องตอบแทนบุญคุณพี่สาวตนและกลายมาเป็นอนุเช่นนี้ และท่านแม่เองก็คงไม่คิดว่านางจะเกลียดชังน้าสาวของตนจนถึงขั้นคิดทำร้ายน้าสาวให้ตายตามท่านแม่ไปเช่นนี้

บางคราอาจเพราะนางยังเด็กเกินไป ท่านแม่จึงไม่เคยบอกสิ่งใดให้นางฟังเลย และยามที่ท่านแม่ยังอยู่ แม้นางจะไม่พอใจนางซูมากเพียงใดแต่กลับไม่กล้าลงไม้ลงมือเพราะกลัวท่านแม่จะดุด่า แต่หลังจากท่านแม่ตายไปนางก็เหมือนคนเสียสติไม่รู้ผิดชอบชั่วดีไม่สนใจเหตุผลอันใดทั้งสิ้น!

“ท่านน้า ข้าผิดไปแล้ว ฮือ ข้าขอโทษ”

กวนเยวี่ยหลันร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ นางสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปแล้ว นางทำเรื่องชั่วช้ามากมาย ทำร้ายบิดา ทำร้ายน้าสาวและน้องสาวของตนเอง ทำลายครอบครัวตนเอง นางทำชั่วกับทุกคนมากเกินกว่าที่จะได้รับการให้อภัย แต่พวกเขากลับไม่เคยโกรธหรือเกลียดนางเลยสักครั้ง

ความแค้นในใจเผาไหม้นางจนไร้ทางเยียวยา เหตุใดนางจึงเพิ่งคิดได้ในวันที่สายเกินไปกันนะ

มันแก้ไขสิ่งใดไม่ได้อีกแล้ว!

“ชาตินี้เจ้าชั่วช้าเกินไป หากได้เกิดใหม่ในชาติหน้า ก็ช่วยทำตัวดีๆ กับคนรอบข้างหน่อยเถอะ บางทีเรื่องที่เจ้าเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดเสมอไป กวนเยวี่ยหลัน สตรีที่งดงามและชาติกำเนิดเพียบพร้อมเช่นเจ้า ไม่ควรจมปลักอยู่กับบุรุษเพียงผู้เดียว ควรจะมองคนรอบกายเจ้าเสียใหม่”

คำพูดของเซียวอวี้ฉีปรากฏขึ้นในหัวของกวนเยวี่ยหลันไม่หยุด ประโยคนี้ราวกับฟ้าผ่าลงมาที่กลางใจของนาง ตอนแรกก่อนสิ้นใจนางเพียงฟังผ่านๆ ไม่ได้ใส่ใจเขา และคิดว่าหากเกิดใหม่แล้วนางจะเอาคืนทุกคนให้หมด

แต่ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว เข้าใจทุกอย่างโดยกระจ่างแจ้งแล้ว

จะมีสิ่งใดดีไปกว่าการได้เดินบนเส้นทางที่ควรจะเป็นอีกเล่า กวนเยวี่ยหลัน!

ภาพตรงหน้าค่อยๆ มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงละอองอากาศรอบกายที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท กวนเยวี่ยหลันดวงตาเหม่อลอย คนเช่นนางตายไปคงจะต้องรับโทษในนรกเป็นแน่แท้ หญิงสาวแย้มยิ้มออกมาอย่างสิ้นหวังก่อนจะหลับตาลงช้าๆ

อยู่ๆ เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลดึงร่างของนางจนรู้สึกปวดแปลบไปทั้งตัว นางกรีดร้องออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะลืมตาโพลงขึ้นมา

อะไรกันเนี่ย เหตุใดยังวนเวียนกลับมาที่จวนตระกูลกวนอีกเล่า แล้วครั้งนี้ยังมาอยู่ในห้องนอนของตนเองอีกด้วย!

สวรรค์เล่นตลกแล้ว หรือจะให้นางเป็นผีเฝ้าจวน!

“คุณหนูรีบตื่นเถอะเจ้าค่ะ หากยังไม่ยอมตื่นจะไปที่สำนักศึกษาไม่ทันแล้วนะเจ้าคะ”

เสียงของสาวใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเป็นอย่างมากจนนางจับสังเกตได้ กวนเยวี่ยหลันดีดกายลุกจากเตียงก่อนจะมองไปโดยรอบ

เครื่องตกแต่งเรือนยังคงเหมือนเดิม ม่านมุ้งลวดลายล้วนเป็นสีที่นางเลือกมาเองกับมือทั้งสิ้น กลิ่นหอมกำยานดอกสาลี่ก็เป็นสิ่งที่นางชอบเหมือนกัน

นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

กวนเยวี่ยหลันสะดุ้งทันทีเมื่อสัมผัสได้ว่ายามนี้มือของนางสามารถคว้าจับทุกส่วนในร่างกายของตนได้ ต่างจากคราแรกที่นางยังเป็นเพียงดวงวิญญาณล่องละลอย ไร้ร่าง แม้กระทั่งตัวของนางเองก็ไม่อาจสัมผัสตนเองได้

นี่มันเรื่องอะไรกันนี่!

นางยกมือขึ้นจับใบหน้าตนเองก่อนจะร้องอุทานออกมา จากนั้นก็ลุกขึ้นวิ่งไปที่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ทันที ภาพที่สะท้อนในคันฉ่องคือใบหน้างดงามของนางแต่ดูอ่อนเยาว์อย่างมาก กวนเยวี่ยหลันใจเต้นถี่ระรัว ตัวของนางชาวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางค่อยๆ หันมามองสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ซึ่งสาวใช้คนนี้เป็นสาวใช้คนสนิทของนางมีนามว่าอาจู

เอ๋? อาจูถูกนางใช้เชือกรัดคอตายไปแล้วเพราะขัดใจนางนี่นา เหตุใดจึงมานั่งอยู่ตรงนี้ได้เล่า?

อาจูที่เห็นว่ากวนเยวี่ยหลันมองตนไม่หยุดก็เริ่มลนลาน ก่อนจะโขกศีรษะลงกับพื้นทันที

“คุณหนูใหญ่โปรดอภัยให้บ่าวด้วยเจ้าค่ะ บ่าวทำตามคำสั่งของท่านโหวให้มาปลุกคุณหนูล้างหน้าแต่งตัวเตรียมไปที่สำนักศึกษาหลีฟาน บ่าวไม่ได้มีเจตนารบกวนเวลานอนของคุณหนูเลยนะเจ้าคะ!"

“สำนักศึกษาหลีฟานหรือ?”

“เจ้าค่ะ”

อยู่ๆ สมองของกวนเยวี่ยหลันก็พลันขาวโพลน สำนักศึกษาหลีฟานอย่างนั้นหรือ?

นางจำได้ว่าตอนตนเองมีอายุสิบสี่ปีได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลีฟาน แต่นางไม่ได้ตั้งใจเรียนมากนัก นอกจากหาเรื่องตบตีและรังแกเพื่อนร่วมสำนักศึกษาที่มีฐานะต่ำกว่าตนเท่านั้น

“อาจู ตอนนี้ข้าอายุเท่าใดหรือ?”

อาจูเงยหน้าขึ้นมามองเจ้านายตนเหมือนมองผี คุณหนูดื่มสุราเยอะไปหรืออย่างไรกัน จึงสมองเพี้ยนไปเช่นนี้

“เอ่อ สิบสี่เจ้าค่ะ”

แม้ในใจจะนึกสงสัย แต่อาจูก็รีบตอบเจ้านายอย่างรู้ความ

ราวกับสายฟ้าฟาดผ่านศีรษะเมื่อกวนเยวี่ยหลันได้ฟังในสิ่งที่อาจูเอ่ยตอบ นางยกมือขึ้นตบหน้าตนเองหนึ่งฉาดจนอาจูสะดุ้งโหยง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง อาจูที่เห็นอย่างนั้นก็ร้องไห้โฮ ก่อนจะรวบรวมสติลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งหน้าตั้งไปที่เรือนใหญ่ทันที ระหว่างทางนางก็ตะโกนออกมาอย่างหวาดกลัว

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที คุณหนูใหญ่เสียสติไปแล้ว ทำร้ายตนเองไม่หยุดเลย!”

ด้านกวนเยวี่ยหลันที่กลายเป็นคนเสียสติในสายตาบ่าวไพร่ก็กำลังยืนหัวเราะทั้งน้ำตาอยู่ที่หน้าคันฉ่องบานใหญ่ นางยกมือขึ้นปิดปากตน ก่อนครุ่นคิดในใจ

สวรรค์! นางได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีตอย่างนั้นหรือ

ดียิ่งนัก ในเมื่อชาตินี้มีโอกาสได้ชดใช้ความผิด เช่นนั้นนางก็จะทำความดีให้มากหน่อยก็แล้วกัน เช่นนั้นทำความดีอะไรก่อนดีเล่า

นอน?

ใช่แล้ว การนอนก็คือการทำความดีอย่างหนึ่ง เมื่อนางนอนร่างกายก็จะได้พัก เป็นการทำความดีกับตัวเอง ก่อนคนเราจะทำความดีเพื่อผู้อื่นก็ย่อมต้องทำความดีกับตัวเองก่อนจึงจะถูก!

ชาติที่แล้วนางนอนน้อยมากเพราะเอาแต่คิดเรื่องชั่วและหาทางเข้าหาเซียวลู่เฟย เช่นนั้นชาตินี้ก็นอนให้มากๆ หน่อยเถอะ นอนข้ามวันข้ามคืนมันไปเลย!

เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงกระโดดลงไปบนเตียงก่อนจะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

เตียงนอนจ๋า เยวี่ยหลันกลับมาแล้ว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel